โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HSBC ชี้เทรนด์จ่ายเงินเรียลไทม์ ดึงดูดการลงทุนข้ามชาติ

ทันหุ้น

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 08.51 น.

#HSBC #ทันหุ้น – HSBC การใช้งานการชำระเงินแบบเรียลไทม์ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตขึ้น หนุนเศรษฐกิจดิจิทัลแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 จาก 3 เทรนด์หลัก โดยในประเทศไทยมียอดการถอดเงินสดจากธนาคารลดลง และมีการชำระเงินแบบเรียลไทม์เพิ่มขึ้น โดยอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์ ได้แก่ การขนส่งโลจิสติกส์, ขนส่งอาหาร, แพลตฟอร์มท่องเที่ยว ที่มีต้องการรับและจ่ายเงินแบบ Real-Time ดึงดูดการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ

นายนิธิ วชิรโกวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่อง ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย หรือ HSBC เปิดเผยว่า ธนาคารคาดการณ์การชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-Time Payment) ทั่วโลกตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2571จะมีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 16.7% และจำนวนการชำระเงิน Real-Time Payment จะแตะ 575,000 ล้านครั้ง รวมถึงมีสัดส่วน 27% ของการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ภายในปี 2571

ภาพรวมและเทรนด์การชำระเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Real-Time Payment ในอาเซียนและทั่วโลก ซึ่งภูมิภาคอาเซียนถือว่าเป็นผู้นำด้าน Digital Payment มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลรวมถึง e-commerce จะเติบโตขึ้นจาก 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็นประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

@3 เทรนด์หลัก

โดยมี 3 เทรนด์หลัก ได้แก่ 1.การใช้ Digital Wallet โอนบัญชีต่อบัญชี (Account-to-Account) มีการเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นผู้นำเมื่อเทียบกับยุโรปหรืออเมริกา ด้วยการใช้ ณ จุดชำระเงินหน้าร้านถึง 50% และ 70% ของการใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงแนวคิด Super App ที่มีส่วนผลักดันการเติบโตนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2.การเติบโตของ Real-Time Payment สำหรับการโอนเงินข้ามชาติ (Cross-Border Payment): ความคาดหวังในการโอนเงินข้ามประเทศที่รวดเร็วขึ้นเหมือนการโอนภายในประเทศ. มีโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น Project Nexus (มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, ไทย, อินเดีย) เพื่อให้สามารถสแกน QR ข้ามประเทศได้. รวมถึงความร่วมมือแบบทวิภาคี เช่น ฮ่องกงกับไทย, สิงคโปร์กับอินเดีย, สิงคโปร์กับมาเลเซีย เพื่อรองรับการจ่ายเงินแบบ Real-Time สำหรับนักท่องเที่ยว

3.การชำระเงินข้ามชาติที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจข้ามชาติ เช่น e-commerce ที่สินค้าอาจมาจากต่างประเทศ ความสะดวกในการชำระเงินข้ามประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ. มาตรฐาน ISO 20022 กำลังถูกนำมาใช้เพื่อให้ข้อมูลในการโอนเงินข้ามประเทศมีความสอดคล้องกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรายงานและการกระทบยอด

@การถอนเงินผ่านธนาคารลดลง

ด้านเทรนด์การชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทยไม่ได้แตกต่างจากเทรนด์โลกและภูมิภาค โดยสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วง 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2562 การถอนเงินสดจาก ATM หรือเคาน์เตอร์ลดลง 12% การใช้เช็คของบริษัทและบุคคลลดลง 35% ขณะที่คนไทยหันมาใช้การโอนเงิน Real-Time Payment มากขึ้น

ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศต้น ๆ ในอาเซียน ซึ่งสถิติล่าสุดมีรายการ Real-Time Payment จำนวน 651 รายการต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับ 135 รายการต่อคนต่อปีในปี 2562 เพิ่มขึ้น 4.8 เท่า และมียอดโอนเฉลี่ยต่อรายการ 480 บาท ลดลงจากเดิม 990 บาท แสดงให้เห็นถึงการโอนที่บ่อยขึ้น ขณะที่มีขนาดเล็กลง

@กลุ่มที่ได้ประโยชน์ ขนส่ง-ท่องเที่ยว

โดยปัจจัยที่ทำให้ Real-Time Payment ในประเทศไทยประสบความสำเร็จ คือ การใช้งานที่ง่ายโอนได้ทั้งเบอร์โทรศัพท์, เลขบัตรประชาชน, และเลขบัญชี มีต้นทุนที่ต่ำแทบไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้บริการ (Consumer) ในส่วนบริษัทขนาดใหญ่ (Corporate) มีต้นทุนลดลงกว่าเดิม อุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์ ได้แก่ Digital Economy รวมถึง e-commerce เช่น การขนส่งโลจิสติกส์, ขนส่งอาหาร, แพลตฟอร์มท่องเที่ยว (จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน) ที่มีต้องการรับและจ่ายเงินแบบ Real-Time

ประโยชน์ของ Digital Real-Time Payment ต่อธุรกิจในประเทศไทย คือ เพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินแบบ Real-Time ช่วยให้การดำเนินธุรกิจราบรื่นขึ้น ลดต้นทุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเงินให้ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับทั้ง Consumer และ Corporate ซึ่งการที่ไทยเป็นผู้นำด้านนี้อาจดึงดูดการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ

@มีการชำระเงินกว่า 4.5 พันล้านรายการ

อ ย่างไรก็ดีในฐานะเป็นธนาคารชั้นนำระดับโลกด้าน มีการประมวลผลชำระเงินกว่า รายการ 4,500 ล้านรายการต่อปีทั่วโลก คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 600 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ด้วยความเป็นธนาคารระหว่างประเทศ (International Bank) สามารถให้บริการ Solution ที่ช่วยให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจข้ามประเทศได้ ตั้งแต่การรับเงิน จ่ายเงิน จนถึงการจัดการกระแสเงินสด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ HSBC ประเทศไทยเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่เข้ามาดำเนินงานในไทย และได้รับการยอมรับว่าเป็น International Bank ชั้นนำ ซึ่งโฟกัสที่บริษัทไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ รวมถึงบริษัทที่เข้ามาลงทุนหรือทำธุรกิจในไทย

ในส่วนตลาดเอเชียแปซิฟิก HSBC มีการครอบคลุม Real-Time Payment มากที่สุดใน 16 ประเทศ และมีการลงทุนอย่างมากในด้าน IT และ Infrastructure โดยมีแผนการลงทุนทั่วโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 2562 จนถึงปลายปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐครอบคลุมทั้งด้าน Product, Infrastructure, และ Security รวมถึง AI เพื่อตรวจจับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (Scam) ก่อนที่จะเกิดขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...