โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทรัมป์” เขย่าความเชื่อมั่นโลก! ดอลลาร์ทรุด หุ้นร่วง หลังพุ่งเป้าปลดประธานเฟด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 03.01 น.

ตลาดการเงินโลกสั่นคลอน หลัง ทรัมป์ ออกโรงวิจารณ์และขู่ปลดเจอโรม พาวเวล ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หุ้นสหรัฐดิ่งหนัก ขณะที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 08.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์และฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงในวันจันทร์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักต่าง ๆ หลังจากที่Kevin Hassett ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าทรัมป์กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการปลด เจอโรม พาวเวลประธานเฟด ความเห็นดังกล่าวกระตุ้นให้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ขายดอลลาร์ในวันจันทร์ ตามรายงานของเทรดเดอร์

ราคาทองคำ ซึ่งโดยปกติมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลง และฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับตัวลดลง เงินเยนแข็งค่าขึ้นถึงระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกันยายน ทำให้ดัชนีหุ้นในญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่า 1%

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ ซึ่งไม่พอใจที่เฟดยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า “การปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วพอ!” โดยการวิจารณ์เฟด ไม่เพียงแต่บั่นทอนหลักการความเป็นอิสระของธนาคารกลางเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงทำให้นโยบายการเงินของสหรัฐถูกแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งนักวิเคราะห์อย่าง Christopher Wong เตือนว่าอาจสร้างความไม่มั่นคงอย่างรุนแรงต่อตลาด

หว่อง นักกลยุทธ์ด้านฟอเร็กซ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp ในสิงคโปร์ กล่าวว่า "พูดตามตรง การปลดพาวเวลเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อได้ …หากความน่าเชื่อถือของเฟดถูกตั้งคำถาม ก็อาจทำลายความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์อย่างรุนแรง"

การปรับตัวลดลงของสินทรัพย์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่ากระแสการลงทุนในแนวทาง“America First” ลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐ เพราะเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่า เริ่มกลับทิศ หลังจากที่ทรัมป์เดินหน้าเพิ่มกำแพงภาษีทั่วโลก ก่อให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตร และส่งผลให้มูลค่าหุ้นทั่วโลกลดลงนับเป็นล้านล้านดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันต่อเนื่องเช่นกัน โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ร่วงลง 0.5% ในวันจันทร์ และอ่อนค่าต่อเนื่องสามสัปดาห์ติดกัน

Win Thin หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดโลกของ Brown Brothers Harriman & Co. กล่าว่าว่า "คาดว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าต่อไป …การโจมตีความเป็นอิสระของเฟดกำลังทวีความรุนแรงขึ้น การที่ยอมรับว่ากำลังพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังถือเป็นสัญญาณเชิงลบอย่างมาก"

ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขามีอำนาจบังคับให้พาวเวลล์ออกจากตำแหน่งได้ หากต้องการ อย่างไรก็ตามทรัมป์ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเขาจะดำเนินการปลดพาวเวลล์หรือเพียงแค่รอให้พาวเวลครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2569

ออสตัน กูลสบี ประธานเฟดสาขาชิคาโก เตือนว่าความพยายามจำกัดความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเรื่องอันตราย โดยกล่าวในรายการ CBS’s Face the Nation ว่า "นักเศรษฐศาสตร์เกือบทั้งหมดเห็นพ้องกันว่าความเป็นอิสระของนโยบายการเงินจากการเมืองเป็นสิ่งสำคัญมาก"

ในสัญญาณว่าเงินลงทุนกำลังไหลออกจากสหรัฐ ธนาคารดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank AG) รายงานว่าลูกค้าจีนบางรายได้ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลง และหันไปถือพันธบัตรยุโรปแทน โดย Lillian Tao หัวหน้าฝ่ายขายตลาดเกิดใหม่ของธนาคารกล่าวว่า พันธบัตรคุณภาพสูงของยุโรป พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น และทองคำ กำลังกลายเป็นตัวเลือกทดแทน

นักลงทุนในสัปดาห์นี้จะจับตาการเจรจาภาษีเบื้องต้น หลังจากที่การเจรจาการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐมีความคืบหน้า โดยทรัมป์แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรปได้ อย่างไรก็ตามการเจรจากับจีนยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากปักกิ่งระบุว่ามีเงื่อนไขหลายประการที่ต้องการให้สหรัฐยอมรับ

กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ย้ำว่าจีนคัดค้านอย่างหนักต่อการทำข้อตกลงใด ๆ ที่ละเมิดผลประโยชน์ของจีน และพร้อมดำเนินมาตรการตอบโต้หากจำเป็น

*JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐ เดินทางถึงกรุงนิวเดลีในวันจันทร์ ขณะที่สหรัฐขู่ว่าจะเพิ่มภาษีสินค้าส่งออกจากอินเดียจาก 10% เป็น 26% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในช่วงเวลา 90 วันตามที่ตกลงหยุดพักการเก็บภาษีเมื่อต้นเดือนนี้*

อ้างอิง : bloomberg.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...