โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCGP เผยกำไรงวด Q1/68 แตะ 900 ลบ. รุกตลาดอาเซียน-โอเชียเนีย มั่นใจผลงาน Q2/68 โตต่อเนื่อ

The Better

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 06.29 น. • THE BETTER
SCGP มั่นใจผลงาน Q2/68 เติบโตกว่า Q1/68 รับดีมานด์กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวจากนโยบายกระตุ้นภายในประเทศ พร้อมโชว์แผนรุกตลากอาเซียน-โอเชียเนีย สร้างการเติบโตต่อเนื่อง หลัง Q1/68 กวาดกำไร 900 ลบ.

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า คาดผลงาน Q2/68 เติบโตกว่า Q1/68 ตอบรับความต้องการในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเติบโตจากนโยบายกระตุ้นภายในประเทศ โดยคาดว่า GDP จะเติบโตเฉลี่ย 2-7% และภาคการส่งออกยังเติบโตได้ดี หนุนผลงานทั้งปีนี้เติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่ภาพรวมใน Q1/68 อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาเซียนเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การเตรียมสินค้าก่อนถึงวันหยุดในไทยและอินโดนีเซีย การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าก่อนมาตรการภาษี

อย่างไรก็ตามความต้องการบรรจุภัณฑ์บางส่วนในจีนและเวียดนามได้รับผลกระทบจากวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ประกอบกับความต้องการในสินค้าคงทนที่ชะลอตัวจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่จำกัดมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขายภายในประเทศภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

อีกทั้งบริษัทฯ ใช้งบลงทุนช่วง Q1/68 แล้วราว 1,143 ลบ. หรือราว 4% จากแผนงบลงทุนรวมปีนี้ที่ 1.3 หมื่นลบ. แบ่งเป็นงบลงทุน M&P และขยายกำลังผลิต 8,000-10,000 ล้านบาท และงบลงทุนสำหรับซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และ ESG ราว 3,000-5,000 ล้านบาท

พร้อมโชว์สถานะการเงินที่แข็งแกร่ง จากเงินสดภายใต้การบริหารกว่า 12,211 ล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 64,110 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 4.0% (YTD ม.ค. – มี.ค. 2568) โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.4 เท่า

สำหรับต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและค่าขนส่งมีแนวโน้มปรับขึ้นเล็กน้อยจากความต้องการในภูมิภาค ขณะที่ต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มทรงตัว และมีความท้าทายจากภาคการส่งออกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โดยบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning รวมถึงการจัดการต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลการดำเนินงาน Q1/68 มีรายได้จากการขาย 32,209 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% (QoQ) มี EBITDA เท่ากับ 4,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% (QoQ) และมีกำไรสำหรับงวด 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ส่วนแผนการรับมือจากมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) บริษัทฯ ได้เตรียมแผนเชิงรุก มุ่งปรับตัวรวดเร็ว สร้างความสามารถและความได้เปรียบในการแข่งขันผ่านคุณภาพสินค้า ความร่วมมือ สร้างความเป็นเลิศด้านการตลาด (Marketing Excellence) เพื่อส่งมอบสินค้า บริการและโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมแผนการใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงแผนการส่งออกสินค้าไปยังตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพสูง อาทิ กลุ่มประเทศโอเชียเนีย พร้อมบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และการจ้างผลิตเพื่อให้ได้ต้นทุนที่แข่งขันได้ เช่น การผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารในยุโรปตะวันออก

อีกทั้งยังเดินหน้ากลยุทธ์สร้างการเติบโตด้วยการมุ่งเน้นขยายตลาดในอาเซียน รวมถึงการเพิ่มโอกาสใหม่ในกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค เพื่อนำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร โดยได้ร่วมลงทุนในบริษัทโฮวะ แพ็คเกจจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในสัดส่วน 25% กับ Howa Sangyo Company Limited เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียก ด้วยกำลังการผลิต 6,000 ตันต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตในเดือนมิถุนายนปีนี้

รวมถึงบริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตในตลาด Healthcare Supplies ผ่านการผสานความร่วมมือกับ Once Medical Company Limited (Once) เพื่อนำความเชี่ยวชาญมาผลิตหลอดฉีดยาและเข็มฉีดยาที่บริษัทวีอีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด (VEM-TH) ในประเทศไทย ด้วยงบลงทุนประมาณ 142.3 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม ปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้ากระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยาของประเทศไทย และช่วยเพิ่มโอกาสการขายผ่านช่องทางของ Deltalab, S.L. ในประเทศสเปนด้วย โดยบริษัทณ ตั้งเป้ารายได้ 5 ปี (นับตั้งแต่ปี 68-73) แตะ 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้ราว 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนโดยสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้านวัตกรรมและโซลูชัน คิดเป็น 39% ของรายได้จากการขายรวมใน Q1/68 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี 2567 และล่าสุด Paper Cutlery หรือนวัตกรรมช้อน ส้อม และมีด ที่ผลิตจากกระดาษ แบรนด์ “Fest by SCGP” ได้รับรางวัลชนะเลิศ THAIFEX-HOREC Innovation Awards จากเวที THAIFEX-HOREC Asia 2025 นอกจากนี้ SCGP ขับเคลื่อน ESG เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในไตรมาสแรก สามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเป็น 42% จาก 38% ในปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...