โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝันคืนนี้บอกอะไร..ทำไมคนเราต้องฝัน

LINE TODAY

เผยแพร่ 13 ก.ย 2560 เวลา 09.53 น.

รู้หรือไม่..ความฝันตามความเชื่อของแต่ละศาสนานั้นต่างกัน คนไทยกับคนต่างชาติก็เชื่อในความฝันที่ต่างกัน 

แล้วเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนฝันบ่อย บางคนก็ไม่ฝัน หรือบางคนนาน ๆ ค่อยฝันที อะไรคือตัวแปรว่าเราจะฝันหรือไม่ฝัน หลับไม่สนิทก็เลยฝันงั้นหรอ หรือว่าคิดฟุ้งซ่านก็เลยฝันอย่างนั้นหรือ 

หลายคนพอฝันแล้วตื่นมามักจะจำความฝันไม่ได้ รู้แต่ว่าฝันแต่จำไม่ได้ว่าฝันอะไรบ้าง ลักษณะนี้คือการฝันของคนที่หลับสนิท คือฝันแต่จำไม่ได้หรือไม่ได้ฝันเลย แต่ถ้าเป็นคนที่หลับ ๆ ตื่น ๆ ก็มักจะจำความฝันได้ จึงรู้สึกว่าฝันบ่อย และจะฝันบ่อยขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหม่ ๆ 

อย่างที่บอกว่าความฝันของคนแต่ละชาติมีความหมายต่างกัน อย่างคนตะวันตกบอกว่าความฝันคือการที่สมองครีเอทเรื่องราวหรือภาพต่าง ๆขึ้นเวลานอนหลับ จะเป็นเรื่องบันเทิง เศร้า เหงา หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเหตุที่ฝันแม้จะมีงานวิจัยเป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่มีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่าทำไมคนเราจึงฝัน 

นักวิจัยตะวันตกหลายคนบอกว่าความฝันไม่มีวัตถุประสงค์และไม่มีความหมาย เพราะตอนเราหลับ สมองก็หลับด้วย แต่ความฝันน่าจะเกิดจากความเครียด ความกลัว และปัญหาในชีวิตของแต่ละคนมากกว่า ถ้าเจออะไรร้าย ๆ ก็ทำให้ฝันร้าย ถ้าไม่มีอะไรมารบกวนก็ไม่ฝันเลย แม้ทุกคนจะฝัน แต่ความฝันก็ไม่ได้มีความหมายและไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งนี่คือความเชื่อเกี่ยวกับความฝันของคนตะวันตก 

ในขณะที่ตามหลักพระพุทธศาสนา ความฝันนั้นมีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยู่ดี ๆ นึกอยากจะฝันก็ฝัน แต่ความฝันเกิดจาก.. 

1. ธาตุกำเริบ  

คือการที่สุขภาพไม่ดี มีอาการป่วยทางร่างกายในด้านต่าง ๆ ทำให้เวลากลางคืนหลับไม่สนิทจึงฝันไปเรื่อยเปื่อย ฝันประเภทนี้ไม่จริง และเชื่อถือไม่ได้ เพราะเกิดจากร่างกายที่ไม่แข็งแรง ทำให้คิดปรุงแต่งออกมาเป็นความฝันแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น เมื่อตื่นมาก็ยังจำได้ว่าฝันอะไรไปบ้าง เพราะจิตหลับไม่สนิท 

2. จิตนิวรณ์ 

คือการที่ใจไปคิดถึง ไปผูกพันกับเรื่องนั้น ๆ ก็เลยเก็บไปฝัน เพราะเกิดจากใจพะวงนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยที่จิตยังผูกพันอยู่ก่อนที่จะนอนหลับ พอหลับก็จะฝันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยิ่งถ้าเป็นคนคิดมากก็จะยิ่งฝันมาก ใจคิดไปเอง หวั่นวิตกไปเองทำให้ฝันอย่างไร้สาระ เช่น บางคนคิดอยากจะแทงหวย พอหลับก็ฝันถึงเลข แต่การฝันแบบจิตนิวรณ์เป็นฝันที่ไม่จริง พอฝันเห็นเลขก็เลยไม่ถูกหวยสักที 

3. เทพสังหรณ์ 

เป็นความฝันที่มีเทวดามาดลใจให้ฝัน แต่เทวดาก็มีทั้งดีและไม่ดี อาจจะเป็นเทวดามาแกล้งเราก็ได้ ทำให้ความฝันแบบนี้มีทั้งจริงและไม่จริง เพราะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน 

4. บุพนิมิต 

เป็นความฝันของคนที่มีบุญญาธิการ เป็นฝันที่เกิดจากกำลังบุญที่บันดาลให้ฝัน เช่น พระโพธิสัตว์ก่อนที่จะตรัสรู้ธรรมก็เคยพระสุบิน (ฝัน) 5 อย่าง 

ฝันที่ 1 ว่าพระองค์ทรงบรรทมอยู่ มีเขาหิมพานต์เป็นเขนย (หมอน) พระหัตถ์ซ้ายแช่ในมหาสมุทรฝั่งทิศตะวันออก พระหัตถ์ขวาแช่ในมหาสมุทรฝั่งทิศตะวันตก พระบาททั้งสองข้างแช่อยู่ในมหาสมุทรฝั่งทิศใต้ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายว่าพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีใครในโลกเสมอเหมือนได้ เพราะเป็นธรรมที่ครอบคลุมได้ทั้งโลก

ฝันที่ 2 ว่าพระองค์ทรงบรรทมอยู่ แล้วที่พระนาภี (สะดือ) มีหญ้าแพรกเส้นหนึ่งขึ้นมาสูงเสียดฟ้า เป็นฝันที่บอกว่าพระองค์จะตรัสรู้อริยสัจ 4 และอริยมรรคมีองค์ 8 แล้วนำมาสอนให้ทั้งมนุษย์จรดเทวดาทุกชั้นฟ้าได้รู้ในสัจธรรม 

ฝันที่ 3 ว่ามีหนอนตัวสีขาวแต่หัวสีดำจำนวนมากไต่จากพระบาทขึ้นมาถึงพระชานุ (เข่า) เป็นนิมิตให้รู้ว่าจะมีคฤหัสถ์ (ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่นักบวช) มาถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุดมากมาย 

ฝันที่ 4 ว่ามีนก 4 สีบินจากทิศทั้ง 4 มาสยบแทบพระบาทมากมายมหาศาล เป็นนิมิตให้รู้ว่าจะมีบุคคลที่มาจากวรรณะทั้ง 4 มามีศรัทธาขอออกบวชเป็นสาวกของพระองค์มากมาย  

ฝันที่ 5 ว่าพระองค์เสด็จดำเนินบนภูเขาที่เต็มไปด้วยมูตรคูถ (ปัสสาวะ-อุจจาระ) แต่กลับไม่เปื้อนเลย เป็นนิมิตรที่บอกให้รู้ว่าพระองค์จะทรงเผยแพร่ธรรมแล้วมีผู้คนมากมายมาศรัทธาจนมีลาภสักการะบังเกิดขึ้นมหาศาล แต่พระองค์ไม่ได้ติดอยู่ในสิ่งเหล่านี้เลย ทรงยกพระองค์อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง เพราะพระนิพพานคือสิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุด 

กล่าวได้ว่าความฝันทั้ง 5 ของพระโพธิสัตว์เป็นฝันที่มีบุญมาก ไม่ใช่การฝันที่สะเปะสะปะ แต่เป็นฝันเรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง เพราะเป็นบุพนิมิต เกิดจากบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาแล้ว 

ในทางพระพุทธศาสนาความฝันทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นจาก 5 ประการนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่เป็นฝันที่ไม่เกิดขึ้นจริง แต่การไม่ฝันเลยหรือจะฝันแต่สิ่งดี ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะทำให้จิตใจไม่หมกมุ่นและนอนหลับสนิท ซึ่งควรดูแลสุขภาพให้ดี สวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอนเป็นการเคลียร์จิตตัวเองให้ผ่องใส สะอาด จะได้ไม่มีสิ่งที่เจอในแต่ละวันมารกใจจนเก็บไปฝัน หรือจะฝันก็ฝันแต่สิ่งดี ๆ และเป็นเรื่องจริงเท่านั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...