โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นครฯ – จี้ ตร.คดี’แฟนเก่าบุกราดน้ำมันจุดไฟเผารถรั้วแฟนใหม่คาปั๊ม 10 วันไม่คืบ’ ร้องผ่านสื่อ-ลงโซเชียล คลิปชัด!

77kaoded

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 17.46 น. • 77 ข่าวเด็ด

นครศรีธรรมราช : แฟนเก่า แค้น ก่อเหตุราดน้ำมันจุดไฟเผารถรั้วส่งแตงโมเต็มลำ ภายในปั๊มน้ำมัน ต.นาเคียน จ.นครศรีธรรมราช หวังเอาชีวิตอดีตแฟนสาวและแฟนหนุ่มคนใหม่ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยมีคลิปหลักฐานปรากฏภาพผู้ก่อเหตุชัดเจน แต่เรื่องกลับเงียบหายนับสิบวัน ร้องผ่านสื่อ ลงโซเชียล เดือนร้อนหนัก จ่ายเงินชดใช้ร่วม 2 แสนบาท วอน ตร.ตามจับคนร้ายให้ได้

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2564  จากเหตุการณ์คนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อยืดสีแดงและกางเกงขาสั้น เดินเข้าไปราดน้ำมันก่อนก่อเหตุเผารถกระบะรั้ว (รถต่อเติมโครงเหล็ก) บรรทุกแตงโม ทั้งที่มีคนพักผ่อนอยู่ในรถ เหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 จนรถเกิดความเสียหาย ก่อนวิ่งหลบหนีไป  ต่อมา มือเผายังถ่ายทอดสด (ไลฟ์) ผ่านเฟซบุ๊กข่มขู่อีกด้วย

https://www.facebook.com/groups/833752500771831/permalink/940916710055409/

โดยเพจ"สุราษฎร์ธานี ทัวร์" ได้โพสต์ข้อความพร้อมลงภาพคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของปั๊มที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจน ระบุข้อความว่า ถูกเผารถยนต์ คลิปชัด คนเผาไลฟ์สดข่มขู่ เเจ้งความ ตำรวจนครศรีธรรมราช ไม่ทำคดี จนมาถึงวันนี้ 27 เมษายน 2564 เรื่องไม่คืบหน้า

ทั้งนี้ผู้เสียหายยังได้ขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่วอนช่วยติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีทางกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากต้องมารับผลในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ก่อ ต้องหาเงินเป็นแสนมาซ่อมรถ และชดใช้ค่าสินค้าที่เสียหายไปให้แก่นายจ้างทั้งหมดอีก และจะเอาความจนถึงที่สุด

ต่อมาได้ทราบข้อมูลจากน.ส.ภัทราพร คงศรีดี แฟนสาวเจ้าของรถคันเกิดเหตุว่า ผู้ก่อเหตุคือนายนิวัติ จันทร์แก้ว อดีตแฟนเก่า แต่ได้เลิกรากันไปนานแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้นายนิวัติได้โทรศัพท์มาขอยืมเงินตนเอง แต่ได้บอกไปว่ายังไม่มี ให้เสร็จจากส่งแตงโมกับลูกค้าก่อนแล้วจะโอนให้ ซึ่งก็ไม่นึกว่านายนิวัติจะก่อเหตุดังกล่าว ตอนนี้เดือดร้อนอย่างมาก ทั้งรถทั้งสินค้าได้รับเสียหายหมด ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท  ตอนนี้อยากรู้ว่าตำรวจสามารถจับคนร้ายได้หรือยัง เพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ เรื่องกลับเงียบหายไป พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งดำเนินคดีให้ด้วย

น.ส.ศิริลักษณ์ ศรีอินทร์ ผจก.ปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า ตนเองมาทราบเรื่องในภายหลัง ช่วงตอนเช้าขณะเข้ามาทำงาน ซึ่งเหตุได้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณตีสี่กว่า ๆ และได้มาเปิดกล้องวงจรปิดดู จึงพบเห็นชายผู้ก่อเหตุกำลังเดินพุ่งเข้าไปที่รถของผู้เสียหาย พร้อมกับสิ่งของบางอย่างถืออยู่ในมือ ไม่นานก็เกิดไฟลุกท่วมขึ้นมา หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็ได้วิ่งหลบหนีไป ตามภาพที่ปรากฏในคลิป

ต่อมาได้แจ้งให้ทางเจ้าของปั๊ม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ซึ่งทาง จนท.ตร.ก็ได้เข้ามาตรวจสอบ พร้อมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไป โดยทางปั๊มได้มอบภาพวีดีที่บันทึกไว้ได้จากกล้องวงจรปิดให้กับเจ้าหน้าที่ไปเป็นหลักฐานด้วย

ในเบื้องต้นที่ทราบทางเจ้าของปั๊มยังไม่ได้ดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ กับชายผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ได้รับความเสียหาย จึงไม่ติดใจเอาความ

นอกจากนี้กลุ่มพนักงานปั๊มยังได้เล่าให้กับตนเองฟังว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทราบเพียงว่าผู้ก่อเหตุนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอพรหมคีรี

สำหรับปั๊มน้ำมันแห่งนี้ปกติแล้วจะมีกลุ่มโชเฟอร์รถรั้ว หรือรถขนส่งสินค้า พวกผักผลไม้ โดยเฉพาะช่วงหน้าผลไม้มาจอดพักรถนอนกันเป็นจำนวนมาก แต่ช่วงนี้เป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รถเลยดูบางตา แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ผจก.ปั๊มกล่าว

ขณะที่ ร.ต.อ.รักเกียรติ โชติศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตำรวจเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว พร้อมออกหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา รวม 2 ข้อหา คือ พยายามฆ่าและทำให้เสียทรัพย์ แต่ผู้ต้องหาไม่มาตามนัด จึงจะออกหมายจับต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...