โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักเจ้าหมาหน้าเบี้ยว "ปีกาสโซ่" ชีวิตรันทดผันสู่ความสุข บำบัดผู้คน

Khaosod

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2560 เวลา 13.29 น.

 เมื่อ2 ธ.ค. เดลีเมล์รายงานเรื่องราวของสุนัขชื่อปีกาสโซ ตั้งชื่อตามใบหน้าของมันที่บิดเบี้ยว คล้ายผลงานศิลปะของจิตรกรเอกของโลก ปลาโบ ปีกาสโซ ตอนนี้มีบ้านและเจ้านายดูแลแล้ว อีกทั้งยังผันไปเป็นสุนัขสำหรับการบำบัดจิตใจคนไข้ด้วย

ปีกาสโซเป็นสุนัขพันธุ์คอร์กี พิตต์บูล-เทอร์เรีย เกิดมาพร้อมกับสภาพกรามที่บิดเบี้ยวและถูกทิ้งอยู่ที่ศูนย์รับสุนัขที่ไม่มีคนต้องการ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย  จากนั้นลีเซิล วิลฮาร์ดต์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ลัฟเวเบิล ด๊อก เรสคิว ไปรับมันมาพร้อมกับพี่ของมันชื่อ ปลาโบ ซึ่งหมาทั้งสองต่างมีอาการของโรคเลือดโป่งพอง

จากนั้นไม่กี่เดือน เจ้าปลาโบตายด้วยอาการเลือดโป่งพองในสมอง ทิ้งเจ้าปีกาสโซ ที่เพิ่งอายุถึง 1 ปีไว้อยู่กับเจ้านายหญิง ลิเซิลที่มีสุนัขอยู่ในความดุแลอีก 9 ตัวเพื่อฝึกไว้ช่วยเหลือผู้พิการ

“ปีกาสโซเป็นสุนัขที่พิเศษมาก ฉันหลงรักมันทันทีที่เห็น ตอนนี้มันฝึกเป็นสุนัขบำบัดและยังเป็นทูตของบ้านช่วยเหลือสุนัขลัฟเวเบิลด้วย มันได้รับการฝึกโดยไม่มีพี่ของมันอยู่ด้วย ตอนที่ปลาโบตาย มันใจสลายที่สุด เพราะพวกมันสนิทกันมากอยู่ด้วยกันมาตลอด”

ลิเซิลเล่าต่อว่า หลังจากที่ปลาโบตาย จึงตัดสินใจนำเจ้าปีกาสโซมาอยู่ที่บ้านตนเอง เพราะไม่อยากให้มันรู้สึกเดียวดาย มันเป็นผู้รอดชีวิตอย่างแท้จริง มันรอดจากอาการติดเชื้อแรกเกิด เร่ร่อนอยู่ตามถนน และที่พักพิงชั่วคราวพร้อมกับพี่ของมัน จนเสียพี่มันไป ตอนนี้มันมีเพื่อนๆ และครอบครัวแล้ว

ทุกวันนี้ เจ้าปีกาสโซคอยพบปะผู้พิการและป่วย เพื่อเป็นเพื่อนและให้กำลังใจคนกลุ่มนี้ โดยได้รับการฝึกอย่างจริงจัง

“ฉันรักมันมาก มันฝ่าฟันชีวิตอันยากลำบากมามาก ฉันต้องการให้ชีวิตที่เหลือของมันเป็นชีวิตที่น่ามหัศจรรย์”

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...