โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 เดือน บิ๊กเนมยังกำไร กลางมรสุม LTV

ฐานเศรษฐกิจ

เผยแพร่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 23.30 น.

ชัดเจนแล้วว่าปีนี้ตลาดที่อยู่อาศัยหดตัวกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก ผ่านมา 3 ไตรมาสตลาดในภาพรวมหดตัวกว่า 20% และเพียงไตรมาส 3 ไตรมาสเดียว หดตัวสูงถึง 35% จากปัจจัยลบที่รุมเร้า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างโทษมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ออกมาหวังสกัดการเก็งกำไรในตลาดคอนโดมิเนียม และซํ้าด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี หนี้ครัวเรือนสูง ฉุดกำลังซื้อที่อยู่อาศัย

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันทรุดตัวอย่างรวดเร็วในแง่ยอดขาย โดยเฉพาะคอนโด มิเนียม ผ่านมา 9 เดือนผู้ประกอบการปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ ลดลงจากปีก่อนค่อนข้างมาก คาดการณ์ทั้งปี 2562 สถิติการเปิดขายใหม่จะมีประมาณ 40,000-50,000 ยูนิต ลดจากปี 2561 ที่เปิดมากเป็นประวัติการณ์มากกว่า 65,000 ยูนิต เกิดจากลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจีน มาดันยอด ทั้งๆ ที่ผู้ครํ่าหวอดในวงการอสังหาฯ มองว่าควรจะชะลอตัวตั้งแต่ 3 ปีก่อน เนื่องจากตลาดคอนโดฯจะมีรอบของการเกิดวิกฤติกำลังซื้อ

ดังนั้น จากนี้ไปอีก 1-2 ปี ผู้ประกอบการคงจะไม่เร่งโหมพัฒนาโครงการแนวสูงมากนัก ต้องกลับสู่พื้นฐานนั่นคือ เดินหน้าทำตลาดแนวราบ ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

เมื่อพิจารณาผลประกอบการของบริษัทอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งรายงานกันเกือบครบ พบว่าผู้ประกอบการที่มีรายได้และผลกำไรสูงสุด 10 รายแรก เป็นบิ๊กเนมระดับหัวแถวของตลาด แต่ส่วนใหญ่ คือ 5-6 ราย มีรายได้และกำไรสุทธิที่เติบโตลดลงจากปีก่อน และที่เหลือ 4 รายมีผลประกอบการที่เติบโตเป็นบวกทั้ง 2 ขา

 

โดยบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดตลอด 9 เดือน คือ พฤกษา เรียลเอสเตท 28,267 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนรายได้หดตัวไป 8% แต่มี บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ ที่มีการเติบโตด้านรายได้สูงที่สุด 263% รวมทั้งกำไรสุทธิก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่น กัน คือ 876% ทั้งนี้ ในปีนี้บริษัทรายนี้เปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จากนายกิตติ ธนากิจอำนวยมาเป็นนายธงชัย บุศราพันธ์ ทำรายได้ 12,075 ล้านบาท รวมทั้งมีการร่วมทุนกับฮ่องกงแลนด์ และได้ขายที่ดินให้กับบริษัทร่วมทุน อาจช่วยดันรายได้และกำไรให้สูงเป็นพิเศษ

อีกราย พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค แม้ด้านรายได้จะเติบ โตเพิ่มขึ้น 5% หรือ 14,524 ล้านบาท แต่ด้านกำไรสุทธิเติบโต เพิ่มขึ้น 93% รองจากโนเบิลส่วนหนึ่งมาจากการตัดขายที่ดินให้กับดีเวลอปเปอร์ร่วมวงการและหุ้นส่วนต่างชาตินั่นเอง

 

กล่าวได้ว่า แม้มาตรการ LTV ที่ผู้ประกอบการมองเป็นอุปสรรคสำคัญ ขัดขวางไม่ให้ผู้ซื้อเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกเหมือนที่ผ่านๆ มา กระนั้น ยอดขาย รายได้และกำไรของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ยังเติบโต ท่ามกลางตลาดในภาพรวมหดตัวอย่างรุนแรง

จากการปรับตัวเจาะหาความต้องการของลูกค้า คัดสรรทำเลที่มีศักยภาพ แต่การแข่งขันยังไม่รุนแรง ที่สำคัญไม่โหมเปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากเกินกำลังซื้อของผู้บริโภค พร้อมทั้งหันกลับมาเพิ่มการพัฒนาโครงการแนวราบในพอร์ต ให้เกิดสมดุลมากขึ้น

 

หน้า 27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,524 วันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...