โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gentle Parenting เทคนิคการเลี้ยงลูกแบบอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

Mood of the Motherhood

อัพเดต 28 ม.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 09.37 น. • Features

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่แต่ละบ้านย่อมมีเทคนิคการเลี้ยงลูกที่หลากหลาย แต่ก็มีเป้าหมายเป็นการหล่อหลอมให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ 

ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการวางรากฐานชีวิตให้ลูก ดังนั้นลูกจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน มีลักษณะนิสัยอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูจากคุณพ่อคุณแม่

‘Gentle Parenting’ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคการเลี้ยงลูกด้วยความอ่อนโยน หรือที่เรียกว่าการเลี้ยงแบบ ‘อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ’  ซึ่งเทคนิคนี้ได้ถูกทดลองใช้ในหมู่คุณแม่ยุคใหม่และกำลังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ในต่างประเทศ

การเลี้ยงลูกด้วยความอ่อนโดยนี้จำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจ ความเข้าใจ ในการเลี้ยงดู ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องตามใจ หรือปล่อยปะละเลยลูกแม้ว่าลูกจะมีพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่ในทางกลับกัน Gentle Parenting เป็นการทำให้ทั้งพ่อแม่และลูกต่างหากที่เรียนรู้ไปพร้อมกับการทำความเข้าใจในสภาวะอารมณ์และพัฒนาการของเด็ก รวมไปถึงการใส่ใจในความรู้สึกของลูกด้วย

ทีนี้เรามาดูกันว่า ถ้าอยากเลี้ยงลูกด้วยเทคนิค Gentle Parenting คุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าใจในหลักการอะไรบ้าง

1. การเลี้ยงดูที่เข้าใจพัฒนาการและธรรมชาติของเด็ก

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่เข้าใจในพัฒนาการของลูกมากพอ จึงเป็นไปได้ว่าการเลี้ยงดูบางอย่าง อาจขัดขวางพัฒนาการของลูกโดยที่ไม่รู้ตัว เช่น เมื่อเห็นลูกติดกระดุมเสื้อด้วยตัวเองไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็รีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันที แต่ที่จริงแล้ว ควรลองให้ลูกพยายามทำด้วยตัวเองก่อน ถ้าลูกยังทำไม่ได้ค่อยสอนและให้ลูกลองทำด้วยตัวเองอีกครั้ง ทำแบบนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น

2. สร้างและกระตุ้นพฤติกรรมที่เหมาะสมตามวัย

พัฒนาการของลูกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นควรกระตุ้นพัฒนาการให้เหมาะสมกับช่วงวัย ด้วยการหากิจกรรมทำกับลูกเพื่อส่งเสริมให้ลูกได้เข้าใจกับสิ่งต่างๆ รอบตัว

ในขณะเดียวกันหากคุณพ่อคุณแม่รีบเร่งให้ลูกเรียนรู้มากเกินไป อาจจะทำให้ลูกรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่ตื่นเต้นกับการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต

3. แก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของลูกอย่างสร้างสรรค์

เด็กแต่ละช่วงวัยมีพฤติกรรมและพัฒนาการที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อมรอบตัวในบางครั้งลูกอาจมีพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น ชอบขว้างปาข้าวของ คุณพ่อคุณแม่ควรหาสาเหตุและแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าว โดยอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจเรื่องช่วงวัยและพัฒนาการของลูก จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

โดยหลังจากเข้าใจในหลักการทั้ง 3 ข้อแล้ว เราลองมาดูกันดีกว่า ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรบ้างกับลูกในแต่ละช่วงวัย 

อายุ 0-1 ขวบ

ช่วงวัยนี้ลูกยังไม่สามารถพูดหรือทำในสิ่งที่ต้องการทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ดังนั้นเมื่อลูกต้องการที่จะแสดงออกถึงความต้องการหรืออยากได้ความช่วยเหลือลูกจะแสดงออกมาโดยการร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรจะพยายามพูดคุยหรือแสดงพฤติกรรมอย่างโยนต่อลูกน้อย เช่น ลูกร้องไห้ อาจไม่ได้แปลว่าหิวนมเสมอไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตว่าที่ลูกร้องแต่ละครั้งเพราะอะไร แล้วค่อยอุ้มลูกขึ้นมาปลอบอย่างอ่อนโยน

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกในวัยนี้ คือการสร้างความผูกพันและความใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอดังนั้นในช่วงวัยนี้ การอุ้ม พูดคุย และให้ความรักความอบอุ่นกับลูก จะทำให้ลูกเรียนรู้พฤติกรรมที่อ่อนโยนได้

อายุ 1-3 ขวบ

ช่วงวัยนี้ลูกสามารถเรียนรู้และเข้าใจกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้น มีพัฒนาการทุกด้านเพิ่มขึ้น แต่จะมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย อาจส่งผลให้เด็กทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น

แม้ช่วงวัยนี้ลูกจะสามารถเข้าใจเหตุผลได้มากขึ้น แต่ในบางครั้งเด็กจะยังแสดงออกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น เอาแต่ใจหรือเหวี่ยงวีนเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะเป็นช่วงวัยที่สามารถเข้าใจสิ่งที่คุณแม่คุณพ่อสื่อสารได้แล้ว จึงอาจเกิดการต่อต้าน และมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติและใช้ความอ่อนโยนให้ลูกสงบลง พยายามทำให้ลูกพูดความรู้สึกออกมาแทนที่จะแสดงออกด้วยการใช้อารมณ์ เพราะการที่ลูกสามารถบอกความรู้สึกตัวเองได้ จะทำให้ลูกค่อยๆ คลายอารมณ์ลง และมีเหตุผลมากขึ้น

แล้วคุณพ่อคุณแม่จึงค่อยใช้เหตุผลคุยกับลูกถึงสาเหตุของปัญหาและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เช่น เมื่อลูกก้าวร้าว ห้ามดุหรือสั่งไม่ให้ลูกทำอีก ให้พูดจาด้วยความอ่อนโยนถึงพฤติกรรมที่ลูกแสดงออกมาทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจอย่างไร

อายุ 3-6 ขวบ

ช่วงวัยนี้อาจจะเป็นการเรียกว่าวัยต่อต้านเลยก็ว่าได้ เพราะลูกน้อยเริ่มเข้าสู่สังคมใหม่ เขาจึงเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีความต้องการและมีความรู้สึกที่ชัดเจน จึงมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือให้ได้

ลูกจะเริ่มอยากใช้ความคิดของตัวเอง เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ ลูกน้อยยังคงตื่นเต้นในการเจอสังคมใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้เขาเริ่มต่อต้านด้วยคำว่า “ไม่”

คุณพ่อคุณแม่จึงควรเข้าใจในพัฒนาการและส่งเสริมลูกด้วยการใช้ความอ่อนโยนรับมือกับความก้าวร้าวที่ลูกแสดงออกมา เช่น ลูกไม่ยอมกินข้าว ก็ไม่ควรที่จะบังคับให้กินข้าว คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าการกินอาหารไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ เพิ่มลูกเล่นให้ลูกน้อยรู้สึกสบายใจแทนที่จะกดดันว่าลูกต้องกินข้าวชามนี้ให้หมด

ถ้าหากเด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขึ้นมา ควรจะบอกเหตุผลว่าพฤติกรรมที่ลูกแสดงออกมาไม่ดีอย่างไร แต่เมื่อลูกทำดีควรที่จะชมในสิ่งที่ลูกทำ เด็กจะมีความภาคภูมิใจในตนเอง ทั้งนี้ช่วงวัยดังกล่าวเป็นวัยแห่งการจดจำ ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมกับลูก ลูกก็จะจดจำเช่นเดียวกัน

อ้างอิง

newsplus

nutricia

theasianparent

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...