ยังไม่ทันจบคดีฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ ก็เกิดอีกคดีสุดช็อคซ้อนขึ้น ราวกับเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง!!! คดีที่ 2 เริ่มแล้ว
หลังจากที่บุตรชายของนายโยชิโนริ ทราบข่าวว่าพบร่างของพ่อแล้ว เขาตกใจและงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อของเขาถูกฆ่าหั่นศพ ที่น่าสลดใจกว่านั้นคือ คนที่ตำรวจจับในข้อหาวางแผนลวงพ่อมาฆ่า คือ พรชนกและสามีเก่า
ยังไม่ทันที่ตำรวจจะปิดสำนวนคดีฆ่าหั่นศพนายโยชิโนริ ก็เกิดอีกคดีสุดช็อคซ้อนขึ้น ราวกับเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง!!!
คดีที่ 2 เริ่มแล้ว
ในขณะที่ข่าวการทำแผนประกอบคำรับสารภาพฆ่านายโยชิโนริกลายเป็นข่าวดังที่สุดในช่วงนั้น เคโกะ ลูกสาวชายชาวญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นอดีตสามีของนางพรชนก เมื่อ 11 ปีก่อน ก็ปรากฏตัว!!!
เคโกะร้องตำรวจ เธอสงสัยว่า พ่อของเธออาจไม่ได้เสียชีวิตจากสาเหตุตกบันได!!!
เคโกะ มัตตา เปิดเผยว่า เธอคือ ลูกสาวฝาแฝด ของ นายคาซิโตซิ ทานากะ นักธุรกิจชาวชาวญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสามีเก่าของนางพรชนก
ย้อนไปก่อนหน้านั้น : นายทานากะ พ่อของเธอพบรักกับแม่ และ อยู่กินเป็นสามีภรรยา แต่ต่อมาเมื่อพ่อแอบรู้จักกับนางพรชนก พ่อกับแม่จึงเลิกรากัน
ปีต่อมา พ่อก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกบันไดเพราะเมาสุรา เมื่อเห็นข่าวฆ่านายโยชิโนริ นางเคโกะจึงเกิดความสงสัยว่า บางทีสาเหตุการตายของพ่อ อาจไม่ใช่อุบัติเหตุ!!!
ข้อสงสัยของลูกสาว อดีตสามีชาวญี่ปุ่นอีกคนของนางพรชนก ถือเป็นปมเดียวกับที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตุเช่นกัน นางพรชนกเป็นใครกันแน่?
ประวัติรักของนางพรชนกถูกตรวจสอบ และพบว่าซับซ้อนเกินคาด!!!
เบื้องหลัง ชีวิตรักของนางพรชนกนั้น เธอเปิดเผยเองว่า เคยมีสามีชาวญี่ปุ่นถึง 5 คน เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน
แต่ที่เป็นบุคคล เห็นชัดๆ คือ นางพรชนก มีนายสมชาย แก้วบางยาง เป็นสามีคนแรก
ปี 2545 แต่งงานกับนายทานะกะ ต่อมา นายทานะกะเสียชีวิต เขาทำประกันชีวิตไว้ วงเงินประกัน กว่า สองล้านบาท
หลังจากนายทานากะเสียชีวิตได้สักระยะ นางพรชนกแต่งงานนายยาซูฮิโร ทากิคาวา และอยู่กินที่ประเทศญี่ปุ่นประมาณ 1 ปีกว่า จากนั้นเลิกรากัน เพราะตามหานายยาซูฮิโรไม่พบ
ต่อมาเมื่อปี 2552 นางพรชนกได้คบหากับ นายคาวาการิ (จำชื่อจริงไม่ได้ ) คนนี้เป็นคนที่เขียนจดหมายมาทวงหนี้เธอ จำนวนสูงถึง 3 ล้านบาท ในส่วนนี้ นางพรชนก อ้างว่า ให้นายสมชายเป็นผู้รับหนี้สินแทน และหลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่า นายคาวาการิหายไปไหน ( กรณีนี้ตำรวจยังไม่พบว่าชายคนดังกล่าวมีตัวตนจริงหรือไม่ )
ส่วนคนที่ 4 ก็คือ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาญี่ปุ่น วัย 79 ปี ซึ่งมาขอคืนดีกับเธอ แต่นางพรชนกไม่ยินยอม ต่อมามีเหตุให้ฆ่าหั่นศพก่อนโยนทิ้งคลองจนกลายเป็นคดีสะเทือนขวัญดังกล่าว
และคนสุดท้าย เป็นชายชาวญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งคุยกัน และกำลังจะเดินมาเมืองไทยในเดือนตุลาคม
ชีวิตรักของพรชนกช่างไม่ธรรมดาจริงๆ เพียงเวลาที่ผ่านมา 10 ปี ชะตากรรมของชายที่พัวพันเป็นคนรัก หรือสามีของนางพรชนกล้วนจบลงอย่างมีเงื่อนงำน่าสงสัย!!!
เมื่อลูกสาวของนายทานากะ สามีคนที่ 2 ของนางพรชนก มีข้อสงสัยต่อการตายของพ่อ ตำรวจจึงตรวจสอบ อุบัติเหตุตกบันไดเป็นเหตุให้นายทานากะเสียชีวิตเมื่อ 11ปี ก่อน
ย้อนไปเมื่อ 12 ปีก่อน นายทานากะ เป็นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในประเทศไทย เขาได้พบกับนางเพ็ญศรี ไชยะปะ ซึ่งต่อมา เปลี่ยนชื่อ เป็นพรชนกที่สถานบันเทิงใน ซอยธนิยะ
ด้วยเหตุที่เพ็ญศรีหรือ พรชนก เขาเคยไปทำงานที่ญี่ปุ่นระยะหนึ่ง จึงพูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างดี สำเนียงดี สื่อสารได้อย่างดี ต่อมาเธอกลับมาอยู่ไทยก็มาเปิดสถานนวดแผนโบราณ นวดน้ำมัน และใช้โอกาสตรงนั้นติดต่อกับชาวญี่ปุ่น จนกลายเป็นความสัมพันธ์กันในที่สุด
เคโกะ ลูกสาวของนายทานากะให้สัมภษณ์ถึงความสัมพันธ์ลับๆ นี้ว่า
ผู้สื่อข่าว : เริ่มรู้ว่าคุณพ่อมีผู้หญิงคนอื่นตอนนั้นอายุเท่าไหร่
เคโกะ : จำไม่ได้แน่นอน ไม่ม.ปลายก็มหาลัย เราเอาโทรศัพท์คุณพ่อมาใช้ เราก็ได้ยินว๊อยเมลนะคะ ซึ่งเพ็ญศรีทิ้งไว้ให้ เขาเรียกพ่อเราว่าปะป๊า เราเลยคิดว่าคงเป็นใครสักอย่าง ก็เลยแอบไปเล่าให้คุณแม่ฟัง เรื่องก็แดงออกมาว่าเขาก็คบกันอยู่
คุณแม่ของเคโกะ : จนวันนึง เขาก็เปิดเผยขึ้นมาว่ามีผู้หญิงคนนึง อยากให้เรายอมรับเป็นน้องสาวสักคนได้ไหม เขาบอกว่าให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ส่วนของเขาไป ไม่ยุ่งกัน แต่เงินก็ต้องแบ่งให้ใช้ เราก็บอกว่า เงินแบ่งให้ใช้ได้แต่บริษัทไม่มีเงินเขาจะช่วยเราไหม เขาบอกว่าไม่เกี่ยว ผูหญิงคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวกับบริษัททำไมต้องให้เขามายุ่งด้วย แต่เขาใช้เงินบริษัท ก็ยิ่งโกรธค่ะ เราก็เลยสงสัยว่าทำไมคนๆนี้ถึงมีอิทธิพลมากมาย ทำให้สามีเราเปลี่ยนแปลงไป
ผู้สื่อข่าว : เคยเจอเพ็ญศรีไหมคะ
คุณแม่ของเคโกะ : ไม่เคยเจอเลย ไม่เคยเห็นเลย ไม่เคยคุยอีกเลย ครั้งล่าสุดมันหนักมากเงินบริษัทก็ไม่มีจะหมุน งานก็ไม่เข้ามา ซึ่งตอนนั้นแกจะนั่งอยู่ที่คอมพิวเตอร์อย่างเดียว งานไม่มีเงินไม่มี ณ ตอนนั้นแกก็เลยต้องไป ไปไม่กลับมาเลย ได้ยินอีกที เขาไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว
จากนั้น ชื่อ เพ็ญศรี ถือเป็นความเจ็บปวดที่ทั้งเคโกะและแม่อยากลืม
แต่เวลาผ่านไปเพียงปีกว่าๆ คนชื่อเพ็ญศรก็ติดต่อกลับมาเพื่อแจ้งข่าวร้าย
คุณแม่ของเคโกะ : เพ็ญศรีก็โทรมาเองว่าปะป๊าเสียชีวิตแล้ว อยากให้เราไปงานศพ ก็เอะ เขาเป็นอะไรเหรอ
ผู้สื่อข่าว : ตกใจไหม
คุณแม่เคโกะ : ตกใจค่ะ ระหว่างนั้นลูกสองคนก็ติดต่อกับพ่อเป็นประจำ เขาจะคุยโทรศัพย์บ้าง บางทีก็ไปเจอกันบ้าง พอได้รับโทรศัพท์จากเพ็ญศรีว่านายห้างเสียชีวิตแล้ว เขาบอกตกบันได ก็ฮะ! ตกบันไดตาย!!!
เขาก็บอกว่า ค่ะ เขาเมาตกบันได เราก็ฮะ! ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว แกกินเหล้าเท่าไหร่ก็ไม่เคยเมา เขาเมาเขาก็สามารถ ขับรถได้ เขามีสติตลอด
คุณแม่เคโกะ : ถามว่าเขาเสียที่ไหน เขาบอกว่าเสียในรถ คือตกลงมายังไม่ตาย ไปเสียในรถแท็กซี่อีกที แต่ที่แปลกใจที่สุดคือ เขาสวดจบวันเดียว เอาขึ้นเมรุเผาเลย ปกติต้องสวด 4 จบ นี่เขาสวดจบเดียว รีบร้อนไปหมด
ผู้สื่อข่าว : มีคำถามในใจไหม
คุณแม่เคโกะ : คำถาม คือ ทำไมต้องรีบเผา? ทำไมเมาจนต้องบันได ? แล้วก็บอกว่า เป็นโรคหัวใจเลยช็อค ซึ่งอยู่กับเรา เรื่องแบบนี้ไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นเมา เราก็แคลงใจตลอด!!!
ความแคลงใจถูกเก็บไว้นานกว่า10 ปี ภาพสุดท้ายที่ เคโกะ จดจำได้ คือ นางเพ็ญศรี ภรรยาคนใหม่ของพ่อ ขอให้เธอเซ็นต์เอกสารโดยอ้างว่า เป็นเงินที่พ่อทำประกันไว้
เคโกะ :โทรมาติดต่อ ขอให้เราไปเจอ เขาก็ฟูมฟาย บอกว่า เขาคบกันมา เขารักปะป๊ามาก เขาเป็นอย่างโน้น เขาเป็นอย่างนี้ เขาบอกว่าไม่รู้ว่า ป๊ากับม้าคบกันอยู่ เขาก็เล่าเรื่องดราม่า ร้องไห้ฟูมฟาย เราก็มองหน้ากันเอาไงดี? เขาเอาเอกสารมาให้ เอาไงดี? จะเซ็นหรือไม่เซ็นดี เขาบอกว่ารู้ใช่ไหม พ่อเราทำประกัน เราจะได้ เงินประกัน ถ้าไงมาคุยกันนะว่า รายละเอียดเป็นอย่างไร? จะได้จัดการ เราก็โอเคเจอกันแถวสุขุมวิท หลังจากเขาเล่าเรื่องเสร็จ ก็เอาเอกสารภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดเลยมา2 ใบให้เซ็น ซึ่งก่อนเจอเขา เราคุยกันว่า ถ้าเจออะไรห้ามเซ็น แต่พอเขาร้องไห้ฟูมฟาย
น้ำตาของนางเพ็ญศรีทำให้เคโกะและน้องฝาแผด ผิดแผน เธอใจอ่อนยอมเซ็นเอกสาร
และหลังจากนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็หายไปจากชีวิตโดยเธอไม่เคยได้รับเงินใดๆจากประกันที่พ่อทำไว้เลย
เวลาผ่านไปมาจนกระทั่งเคโกะเห็นข่าวการหายตัวไปของนายโยชิโนริ ในตอนแรก ชื่อพรชนก ไม่ได้ทำให้เธอสนใจมากไปกว่าคนที่หายไป คือ ชาวญี่ปุ่น แต่ต่อมา เมื่อตรวจสอบพบว่า ชื่อเดิม คือ นางเพ็ญศรี เคยมีความสัมพันธ์กับชายชาวญี่ปุ่น 5-6 คน และหนึ่งในนั้น คือ นายคาซิโตซิ ทานากะ พ่อของนางเคโกะ นั่นเอง เธอจึงฉุกคิดบางอย่าง
ผู้สื่อข่าว : 10 ปี ผ่านไป ไม่คิดว่าจะได้เจอกัน?
เคโกะ : ไม่คิดว่าจะได้เห็นชื่อเพ็ญศรี อีกครั้งในชีวิต เคยแอบคิดว่า วันนึงถ้าเกิดบังเอิญจะเจอตามทาง เราก็คิดไว้ แต่ไม่เคยเจอ จนวันพุธตอน 6โมงเย็น เคก็ไปดูที่แถวๆนึง ก็มีญาติส่งเป็นลิ้งข่าวมาให้ บอกพี่ดูข่าวนี้สิ่ มีข้อความเกี่ยวกับคุณพ่อพี่ด้วย ก็ตกใจ ในข่าวเขียนค่อนข้างละเอียด เกี่ยวกับคดีครูญี่ปุ่น และชื่อเก่าของเขา แล้วชื่อของคุณพ่อ ความรู้สึกเหมือนตอนคุณพ่อเสียเลย ไม่รู้ทำไม ร้องไห้ ร้องๆๆ ยังอ่านไม่จบด้วยซ้ำ โทรหาคุณแม่ คุณแม่บอกว่ารู้เรื่องแล้ว โทรหาโทโมโกะ ยังไม่รับสาย เราก็เลยไปที่สน.ทองหล่อ ไปร้องทุกข์ จะได้รื้อฟื้นคดี
คดีเก่าเมื่อ 11 ปีก่อนกำลังถูกรื้อ
พรชนกและสามี จะเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ หากตำรวจพบหลักฐานว่า การเสียชีวิตของทานากะ ไม่ใช่อุบัติเหตุ!!!
สืบกันต่อใน #พรชนกกับสองคดี #ฆ่าสามีชาวญี่ปุ่นภาค 4