โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ก้าวไกล" ดันร่าง พรบ.ฉุกเฉิน มุ่งใช้แทน พรก. "โรม" ย้ำรัฐสภาไม่ใช่เสือกระดาษผ่านอำนาจให้นายกฯ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 มิ.ย. 2563 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 04.46 น.

วันที่ 18 มิถุนายน 2563 รังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรค นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนขอใช้พื้นที่นี้ในการสื่อสารต่อประเด็นที่รัฐบาลคงใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นกฎหมายที่อาศัยใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งแน่นอนว่าจุดยืนของพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยตั้งเเต่เเรก โดยการใช้พระราชกำหนดดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน ทั้งการออกนอกเคหะสถาน ห้ามชุมนุม การนำเสนอข่าวสารบางประการ ห้ามใช้ยานพาหนะต่างๆ ซึ่งขณะนี้ผ่านมา 23 วันเเล้วในวันนี้เรายังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลใช้ความไม่ชอบธรรมในการใช้กฎหมายดังกล่าว

รังสิมันต์กล่าวว่า พรรคก้าวไกล เล็งเห็นว่าไม่มีความจำเป็น ในการคงพรก.ฉุกเฉินเอาไว้ เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันในด้านสุขภาพ เราสามารถควบคุมได้เเล้ว เราสามารถใช้กฎหมายอื่นๆ ในควบคุมแทนได้ การที่รัฐบาลต้องการคงพรก.ฉุกเฉินเอาไว้ เป็นการใช้เพื่อปกป้องรัฐบาลเอง หรือไว้ปิดปากประชาชน และที่จริงรัฐบาลลึกๆเเล้วต้องการคงพรก.ฉุกเฉินเอาไว้ เพื่ออ้างในการจัดการการเลือกตั้งท้องถิ่นใช่หรือไม่ โดยกฎหมายนี้เอื้อให้รัฐบาลรวบอำนาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว ทำให้สภาเป็นเพียงเเค่ เสือกระดาษ เเละเปลี่ยนผ่านอำนาจให้นายกรัฐมนตรี

“ในฐานะสส.พรรคก้าวไกล มีความเห็นว่า จำเป็นที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขตัวพระราชกำหนดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้สภาฯมีอำนาจในการตรวจสอบมากขึ้และนำอำนาจจากรัฐบาลคืนสู่รัฐสภา ซึ่งสาระสำคัญ คือ เรายังคงให้การประกาศพรก.ฉุกเฉินคงทำได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายบริหารสามารถใช้บังคับได้ไม่เกิน 30 วัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศ รวมถึงในการขยายระยะเวลาแต่ละครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน และหลังสิ้นสุดการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วนายกรัฐมนตรีจะต้องทำรายงานผลการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วย ยกเลิกอำนาจในการออกข้อกำหนด เพื่อให้สื่อมีสิทธิในการสื่อสารข่าวสาร ให้สื่อมีอิสระในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง และยกเลิกข้อยกเว้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย เพื่อให้การใช้อำนาจภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินถูกตรวจสอบได้โดยองค์กรตุลาการ ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยภายใต้การประกาศสถานการณ์ที่มีความร้ายแรง จะต้องดำเนินการด้วยกระบวนการปรกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง, ต้องควบคุมตัวภายในสถานีตำรวจที่ญาติและทนายความเข้าถึงได้” รังสิมันต์ กล่าว

โดยพระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉินจะถูกยกเลิกไป และเเทนที่ด้วยพระราชบัญญัติที่พรรคก้าวไกลเสนอ นอกจากจะช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การฉุกเฉิน มันยังจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องสามจังหวัดชายเเดนใต้ เพื้อป้องกันการถูกซ้อมทรมาน เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในระบบนิติธรรม นิติรัฐ เพื่อเป็นการมอบอำนาจให้สภามีบทบาทในการตรวจอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารอย่างเต็มรูปแบบ

ด้านธีรัจชัย กล่าวถึงความจำเป็นในการที่จะต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ว่าขณะนี้เรามีความจำเป็นต้องสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ เเละการควบในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสาระสำคัญของพระราชบัญญัติ ก็คือเราต้องการให้สภามีส่วนตรวจสอบ ให้สื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่ได้ เเละให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นการให้อำนาจสภาได้ส่วนตรวจสอบโดยตรง คืนอำนาจจากรัฐบาลให้รัฐสภา

ขณะที่ ณัฐชากล่าวว่า ในมุมมมองของภาคประชาชน การบริราชการเเผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้นมีผลกระทบโดยตรงทั้งยังเป็นการลิดรอนสิทธิ์ประชาชน จากที่รัฐส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปตรวจสอบ ตามสถานที่ต่างๆ เป็นการสร้างความหวาดกลัวให้แก่พี่น้องประชาชน เป็นการเหลิงอำนาจของรัฐบาล ที่คงกฎหมายเอาไว้เพื่อลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นเหตุให้พรรคก้าวไกล ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากอำนาจจากรัฐบาล คืนสู่รัฐสภา เพื่อประชาชน

ทั้งนี้ รังสิมันต์ โรม กล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าผลักดันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ใช้อำนาจมีความรับผิดชอบต่อประชาชน และใช้อำนาจที่ประชาชนมอบหมายให้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้โดยเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...