โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะค้อนประมูลศิลปวัตถุใน RCB อ๊อคชั่นส์เฮาส์ ที่อยู่คู่วงการนักสะสมมา 35 ปี

Sarakadee Lite

อัพเดต 16 ก.ค. 2563 เวลา 01.53 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 19.56 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

แม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ได้มีการปรับโฉมให้ทันสมัยและเปิดพื้นที่ให้กับสินค้าไลฟ์สไตล์และงานศิลปะร่วมสมัยและมัลติมีเดียมากขึ้นเพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่หัวใจหลักของที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะบริเวณชั้น 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์ หรือRCB Auctions บริษัทประมูลโบราณวัตถุและศิลปวัตถุแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยืนยงในวงการสะสมและแลกเปลี่ยนของเก่ามานานถึง 35 ปี

RCB

ปัจจุบัน อาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์ มีการจัดประมูลปีละ 6 ครั้ง โดยมีการประมูลครั้งใหญ่ที่เรียกว่า แกรนด์ อ๊อคชั่น (Grand Auction) ในวันเสาร์แรกของเดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม และในการประมูลที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 จะเป็นการประมูลครั้งที่ 402 โดยมีศิลปวัตถุจำนวน 325 รายการ

ในช่วงระหว่างวันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเรียกว่ารอบพรีวิวจึงเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่สนใจที่สามารถไปชมและสัมผัสชิ้นงานของจริงที่จะเข้าร่วมประมูลได้ที่ อาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์ ภายใต้การดูแลและการให้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ หรืออยากจะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอก็ไม่หวงห้ามแต่อย่างใด

บรรยากาศงานวันประมูล (ภาพ: อาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์)

“ที่นี่เหมือนโรงเรียนให้ผู้ที่สนใจได้มาเรียนรู้ สามารถหยิบจับได้ ดูได้ในระยะใกล้ชิดนานเท่าที่ต้องการ มีมาร์กบอกตำหนิว่ามากน้อยแค่ไหน สอนเทคนิคการดูและราคาตลาด เรามีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลายด้านจึงมั่นใจว่าไม่โดนย้อมแมวแน่นอนจึงง่ายสำหรับคนเริ่มศึกษาของเก่า การดูว่าของแต่ละชิ้นนั้นเก่าจริงไหมจริงๆแล้วดูไม่ยาก ง่ายกว่าดูพระเครื่อง แต่สิ่งที่ยากคือเรื่องราคาว่าราคานี้เหมาะสมหรือเปล่าซึ่งตรงนี้เราจะแนะนำให้ได้” โดมชัย บุตรดาวงษ์ ผู้จัดการแผนกประมูลของอาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์ ให้ความมั่นใจ

แรงบันดาลใจจากตลาดของเก่าในปารีสสู่ศูนย์โบราณวัตถุริมแม่น้ำเจ้าพระยา

RCB หรือชื่อเดิมว่า ริเวอร์ไซด์ อ๊อคชั่นเฮ้าส์ เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดศูนย์การค้าใน พ.ศ.2528 ด้วยวิสัยทัศน์ของอดิศร จรณะจิตต์ อดีตซีอีโอแห่งกลุ่มบริษัทอิตัลไทย ที่ได้แรงบันดาลใจจากตลาดของเก่าในกรุงปารีสระหว่างเดินทางไปเยือนยุโรปช่วงพ.ศ. 2523 เขาจึงได้ชักชวนร้านค้าของเก่าแถวย่านเวิ้งนครเกษมให้มารวมตัวกันที่ศูนย์การค้าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและจัดการประมูลครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2528

โดมชัย บุตรดาวงษ์

“การจัดการประมูลโบราณวัตถุและศิลปวัตถุแบบที่เราจัดต่อเนื่องมาตลอดเรียกได้ว่าไม่มีคู่แข่ง เพราะมีรายละเอียดในการดำเนินงานเยอะและซับซ้อน ต้องมี know-how มีทักษะความรู้ มีบุคลากรและมีคอนเน็กชันที่ดีซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสั่งสมมาเป็นเวลา 35 ปี นักสะสมจากจีนและชาติอื่นๆในอาเซียนยังต้องบินมาที่นี่” โดมชัยซึ่งทำงานที่นี่มาเป็นเวลา 25 ปี กล่าวและเสริมว่าในประเทศไทยมีอ๊อคชั่นเฮาส์อีกแห่งชื่อ เอื้อเสรีคอลเล็คติ้ง แต่ที่นั่นเน้นการประมูลแสตมป์ เหรียญเงินกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกซึ่งแตกต่างกับอาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์อย่างชัดเจน

ชิ้นงานประมูลที่อาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์ มักเป็นของโบราณของไทยและที่ได้รับความนิยมมากคือประเภทเครื่องถมทอง เบญจรงค์ เครื่องลายคราม และเครื่องเงิน

อ๊อคชั่นเฮาส์
อ๊อคชั่นเฮาส์

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ของเก่าของไทยฮิตมากทั้งในบ้านเราและตลาดโลก ผมว่าเพราะความมีเอกลักษณ์ของไทยและรากเหง้าทางศิลปะ ของที่ต้องการเป็นระดับฝีมือช่างหลวงหรือชั้นครูที่ทำให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เจ้าขุนมูลนายใช้ เป็นของที่หายากและมีจำนวนน้อย นักสะสมจึงเห็นว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าดีกว่าการฝากเงินในธนาคารตอนนี้เพราะมูลค่าของสะสมเพิ่มขึ้นตลอดเวลา”

ปลอมไม่ปลอมดูง่าย แต่ที่ยากคือการประเมินราคา

สินค้าที่จะเข้าร่วมประมูลต้องเป็นศิลปวัตถุหรือโบราณวัตถุ และไม่เป็นสิ่งของต้องห้ามของทางราชการ ทางบริษัทจะมีระยะเวลาเปิดรับสินค้าและตกลงราคาเริ่มต้นประมูลที่พอใจทั้งสองฝ่ายโดยจะคิดค่าคอมมิชชัน 15% บวก Vat เมื่อบริษัทออกใบรับสินค้าแล้วจะรับจดประกันภัยสินค้าให้ (เฉพาะที่อยู่ในห้องประมูล) ถ้าของชิ้นไหนขายไม่ได้ทางลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ต้องรับกลับภายใน7 วันหลังวันเปิดประมูล

(ภาพ: อาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์)

บริษัทจะจัดทำแค็ตตาล็อกทั้งในแบบรูปเล่มและในเว็บไซต์การประมูลเป็นแบบเปิดและจะแบ่งเป็นหมวด ๆ โดยชิ้นงานที่ราคาเริ่มต้นหลักพันนั้นราคาประมูลจะเพิ่มขึ้นขั้นต่ำครั้งละ1,000 บาท ส่วนชิ้นงานที่ราคาหลักหมื่นและหลักแสนนั้นราคาประมูลจะเพิ่มขึ้นขั้นต่ำ 10% ชิ้นงานที่นำมาประมูลแต่ละครั้งได้รับการรับรองจากสมาคมเผยแพร่และส่งเสริมศิลปวัตถุ

“บ่อยครั้งที่ผมต้องไปบ้านลูกค้าเพราะเขามีของที่ต้องให้เราช่วยประเมินราคา เจ้าของเขาห่วงว่าลูกหลานไม่รู้เรื่องและจะเอาไปขายมั่ว ๆ ถ้าลูกค้าเทรดของกันเองไม่ได้ อ๊อคชั่นเฮาส์คือทางเลือก ของเก่าดูว่าปลอมหรือไม่ปลอมนั้นไม่ยาก แต่ยากที่ราคาซึ่งตรงนี้เรารู้ราคาตลาดและให้คำแนะนำได้ บางช่วงของประเภทไหนที่ไม่ได้รับความนิยมเราก็แนะนำให้เก็บไว้ก่อนอย่าเพิ่งขาย หรืออะไรที่ไม่ตรงกับตลาดลูกค้าเราก็แนะนำให้ไปเสนอขายที่อื่นจะได้ราคาดีกว่า”

จากประสบการณ์ในวงการค้าของเก่า โดมชัยกล่าวว่านักสะสมชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวยุโรปเมื่อสะสมผลงานและชื่นชมมาสักระยะหนึ่งมักจะเปลี่ยนมือ และจะมีข้อมูลว่าของแต่ละชิ้นนั้นมีประวัติอย่างไรและผ่านมือใครมาบ้างทำให้ของชิ้นนั้นมีเรื่องราว แต่นักสะสมคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยเปิดเผยว่าใครครอบครองเพราะเกรงคำครหาว่า “ขายของเก่ากิน”

“เท่าที่ผมทำงานมาเคยมีการสู้กันนานสุดเมื่อ 20 ปีที่แล้วเป็นการประมูลตั่งถมทองโดยช่างฝีมือชั้นครูซึ่งตามประวัติมีการสร้างเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ตอนนั้นประมูลไปในราคา 2 ล้านกว่าบาท แต่มูลค่าปัจจุบันน่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน หลังการประมูลได้มีการถวายให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) เพื่อเป็นต้นแบบให้ช่างของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ”

งานไฮไลต์ที่คนในวงการเรียกว่า “หวานลูกกะตา”

ชิ้นงานที่เป็นไฮไลต์ของการประมูลที่จะจัดในวันที่ 1 สิงหาคมนี้คือ กาน้ำชาถมทองทรงลูกแก้วกลีบมะเฟืองอายุราว 150-170 ปีโดยมีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 6 แสนบาท และกาน้ำชาถมทองทรงกระบอกแปดเหลี่ยมลายเครือเถาดอกพุดตานอายุประมาณ 120 ปีโดยมีราคาเริ่มต้นที่ 4 แสนบาท

กาน้ำชาถมทองทรงลูกแก้วกลีบมะเฟือง

“สองชิ้นไฮไลต์เป็นของนักสะสมชาวฝรั่งเศสอายุ 80 กว่าปี ลูกหลานเขาไม่อยากเก็บแล้วเจ้าของจึงนำมาเปลี่ยนมือกับทางเรา 10 กว่าชิ้น ทั้ง 2 ชิ้นนี้เคยร่วมจัดแสดงใน “งานสัมบัติแผ่นดินไทย”เมื่อคราวที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ได้นำผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ไปจัดแสดงที่หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ.2540 และผมคาดว่าราคาน่าจะขึ้นไปถึงหลักล้าน”

กาน้ำชาถมทองทรงกระบอกแปดเหลี่ยมลายเครือเถาดอกพุดตาน

อีกชิ้นที่น่าสนใจในคอลเล็กชันของนักสะสมชาวฝรั่งเศสคือตู้ไม้ลงรักปิดทองแกะลายดอกพุดตานประดับขาสิงห์อายุราว 100 ปีที่ราคาเริ่มต้น 8 หมื่นบาท

“ชิ้นนี้ภาษาของคนในวงการเรียกว่า ‘หวานลูกกะตา’ เพราะรูปทรงและลายแกะสลักงดงามอ่อนช้อยมาก เป็นตู้ขนาดเล็กคาดว่าน่าจะไว้เก็บของเล่นของลูกหลานเชื้อพระวงศ์ คนที่เล่นงานไทยเสาะแสวงหาตู้เก่าและสภาพดีแบบนี้ กระจกเหมือนวุ้นและมีฟองอากาศบ่งบอกได้เลยว่าเป็นของเก่ารวมไปถึงสีสันและความหดตัวของเนื้อไม้และฝีมือช่างระดับครู”

ตู้ไม้ลงรักปิดทองแกะลายดอกพุดตานประดับขาสิงห์

ในลอตการประมูลนี้มีสินค้าหลายชิ้นที่ราคาเริ่มต้น 2-3 พันบาท เช่น ชุดถ้วยชาลายครามขนาดเล็ก (บิ่นขอบเล็กน้อย) ขันเงินสลักดุนลาย และเต้าปูนเงินถมทอง

“จริงๆแล้วงานในช่วงราคานี้ขายดีที่สุดโดยราคาที่ประมูลได้เฉลี่ยไม่เกิน 30% จากราคาเริ่มต้น นักสะสมมักซื้องานเหล่านี้เก็บเป็นอะไหล่และเมื่อสามารถเก็บได้ครบเซตก็ราคาหลายแสน”

นำร่องประมูลแบบออนไลน์สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่

ในการประมูลแต่ละครั้งที่ผ่านมาจะมีนักสะสมเข้าร่วมแน่นห้องประมูลประมาณ 300 คน แต่การประมูลเดือนสิงหาคมนี้จะมีการจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างซึ่งคาดว่าจะขยายพื้นที่ไปบริเวณด้านนอกด้วย เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกยังไม่คลี่คลาย จำนวนลูกค้าชาวต่างชาติย่อมลดลงแต่โดมชัยกล่าวว่าไม่กระทบมากเพราะ 80% ของลูกค้าเป็นคนไทย

“ลูกค้าหลักอายุ 50 ขึ้นไปเป็นหมอ นักการเมือง นักธุรกิจ แต่ในช่วง 10 ปีนี้มีคนรุ่นใหม่อายุ 30 ต้นๆเข้ามาเยอะ วิธีการเล่นของคนรุ่นใหม่กล้าได้กล้าเสีย ถ้าชอบเขาสู้ยิบตา คนรุ่นเก่ายังมีลิมิตจะไม่ประมูลเกินราคาที่ตั้งใจไว้”

ในเดือนตุลาคมนี้ทางบริษัทจะนำร่องให้มีการประมูลแบบออนไลน์ขึ้นมานอกเหนือจากการประมูลในห้องประมูลที่เรียกว่าแบบ On Floor โดยเบื้องต้นจะเป็นชิ้นงานสำหรับแต่งบ้านจำนวนประมาณ 50 รายการเช่นเครื่องกระเบื้องและตุ๊กตาไม้แกะสลัก และราคาเริ่มต้นหลักพันที่เป็นราคาที่คนรุ่นใหม่หรือคนที่อยากเริ่มลองเล่นของเก่าจับต้องได้

“ตอนนี้เรากำลังศึกษาว่าจะทำในรูปแบบแอปพลิเคชันหรือแบบเว็บไซต์ สินค้าอาจไม่ได้ระดับพรีเมียมแบบประมูล On Floor แต่เราจัดโชว์ของในห้องแสดงซึ่งคนที่สนใจสามารถเข้ามาดูและสัมผัสของจริงได้ น่าจะเป็นแนวทางให้คนรุ่นใหม่ๆสนใจศึกษาศิลปวัฒนธรรมต่างๆเพิ่มขึ้นด้วย”

โดมชัยให้ข้อมูลว่าลูกค้าประจำของเขาที่อายุน้อยที่สุดคือเด็กหนุ่มที่ปัจจุบันเรียนอยู่ระดับชั้น ม.4 ที่สนใจศิลปโบราณวัตถุโดยเฉพาะเครื่องกระเบื้องเคลือบตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.6

“เด็กคนนี้มีความสนใจในศิลปะและประวัติศาสตร์และเป็นคนตาถึงด้วย มีงานดีๆ หลายชิ้นในครอบครองและโชคดีที่ทางบ้านสนับสนุน ของเก่าเลือกคนนะ บางคนรวยมากแต่มีเหตุให้เป็นเจ้าของชิ้นนั้นไม่ได้ บางคนออกแรงเยอะก็ยังไม่ได้”

มุมมองคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลของเก่า

เจษฎา ศิรประภาวรรณ์ นักธุรกิจวัย 40 ปี เป็นหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลศิลปวัตถุและโบราณวัตถุของไทยโดยเริ่มจากสะสมโถปริกยอดทองเพราะชอบสีสันและลวดลาย จากนั้นขยายมาเก็บเครื่องเบญจรงค์และเครื่องลายครามและเริ่มเข้าสู่วงการประมูลเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

เจษฎา ศิรประภาวรรณ์

“แรกๆ คิดว่าการประมูลน่ากลัวมาก สู้กันดุเดือดเรื่องราคา แต่เมื่อลองเข้ามาดูของในช่วงเวลาพรีวิว เขาให้เราดูนานแค่ไหนก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ หยิบจับได้ ถ่ายรูปได้ และเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลดีมากจึงเป็นประสบการณ์ที่ดีและก็ไม่ใช่ทุกชิ้นจะราคาแพง เราเลยกล้าที่จะไปนั่งประมูลและพบว่าราคาที่ได้ราคาดีกว่าร้านข้างนอกเสียอีกและเราตัดสินใจหน้างานได้ว่าจะไปต่อหรือพอแค่ราคานี้ อีกทั้งได้เจอของหายากที่ร้านอื่นไม่มี” เจษฎากล่าว

เจษฎาเห็นว่าการที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจสะสมของเก่ามากขึ้นเพราะบางคนมองว่าเป็นการลงทุนที่ราคาเพิ่มขึ้นทุกปี และเมื่อเริ่มมีบ้านเป็นของตัวเองก็อยากแต่งบ้านและส่วนใหญ่นิยมเครื่องลายคราม เครื่องเบญจรงค์ และชุดน้ำชา อีกทั้งสื่อโซเชียลที่มีการแชร์ของสะสมทำให้หลายคนเห็นคุณค่าและความงามและเริ่มเก็บสะสมตาม

RCB

หลังจากมาดูของในช่วงพรีวิวเป็นครั้งที่ 5 ในการประมูลวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เจษฎากล่าวว่าเขาเล็งถ้วยน้ำเย็นและถาดรองกระเบื้องลายครามเขียนลายสิบสามห้าง (ราคาเริ่มต้น 6 หมื่นบาท) และแจกันกระเบื้องลายครามเขียนลายสิบสามห้างเช่นกัน (ราคาเริ่มต้น 2 หมื่นบาท)

ลายสิบสามห้างเป็นลายหายากที่ช่างชาวจีนวาดลวดลายบนกระเบื้องเคลือบเป็นตึกแถวริมฝั่งแม่น้ำในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนซึ่งเป็นสถานที่ตั้งห้างจีนที่ค้าขายกับชาวต่างชาติในช่วงศตวรรษที่ 18-19

จากการสะสมสู่การต่อยอดความรู้ทางศิลปะและประวัติศาสตร์

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสะสมของเก่าและยังไม่มีความรู้มากนัก โดมชัยแนะนำว่าควรหาโอกาสมาดูของจริงในช่วงพรีวิวก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าของประเภทไหนที่ตัวเองชื่นชอบและดูได้ทั้งวันไม่เบื่อ

“ของเก่ามีหลายประเภทต้องลองมาดู มาหยิบจับว่าแบบไหนถูกจริตเรา ไม่แนะนำให้ซื้อแบบสะเปะสะปะเพราะกว่าจะรู้ว่าชอบแบบไหนก็เสียเงินไปเยอะแล้ว ส่วนใหญ่คนที่ซื้อของไปจากที่นี่มักจะซื้อไปเก็บมากกว่าจะซื้อเก็งกำไร จะขายก็เสียดาย แต่ผมมักแนะนำว่าถ้าได้ของชุดใหม่ที่พรีเมียมกว่าก็น่าจะลองปล่อยชุดเก่าไปเรียกว่าเป็นของเก่าผลัดกันชม”

RCB

เจษฎาเสริมว่าคนยุคนี้โชคดีที่มีอินเทอร์เน็ตทำให้หาข้อมูลได้ง่าย และมีคอมมูนิตี้ที่แชร์ความสนใจเฉพาะทางร่วมกัน

“ควรเริ่มจากเก็บของที่เราสนใจจริง ๆ สำหรับผมแล้วนี่คืองานอดิเรกที่ช่วยต่อยอดความรู้ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ ตอนนี้ผมเก็บงานกระเบื้องเยอะสุดและเริ่มศึกษาว่าลวดลายแต่ละลายมีความหมายอย่างไร เนื้อกระเบื้องเป็นแบบไหน น้ำหนักมือในการเขียนลายของช่างเป็นอย่างไร และองค์ประกอบอื่นๆอีกมากมายที่เรียนรู้ได้ไม่มีวันจบ”

Fact File

  • การประมูลครั้งต่อไปจะจัดในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2563 ที่ห้องอาร์ซีบี อ๊อคชั่นส์ ชั้น 4 ศูนย์การค้า ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เริ่มเวลา 12.30 น.
  • ผู้สนใจสามารถชมชิ้นงานที่จะเข้าร่วมประมูลในรอบพรีวิวได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00-18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
  • รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.rcbauctions.com

The post เคาะค้อนประมูลศิลปวัตถุใน RCB อ๊อคชั่นส์เฮาส์ ที่อยู่คู่วงการนักสะสมมา 35 ปี appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...