SPAรับอานิสงส์เราเที่ยวด้วยกัน ยอดบุ๊กโรงแรมเพิ่ม-สปาคึกคัก
ทันหุ้น – สู้โควิด - SPA มีเอี่ยวโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ จ่ายให้ 40% ผู้บริโภคจ่ายเอง 60% ลั่นยอดบุ๊กโรงแรมเชียงใหม่เพิ่ม ร้านอาหาร สปา โดดรับอานิสงส์กันทั่วหน้า คาดท่องเที่ยว-เศรษฐกิจฟื้นชัดในไตรมาส 4/63 ด้านโบรกแนะนำ "ทยอยซื้อ" เคาะราคาพื้นฐาน 8 บาท
นายวิบูลย์ อุตสาหจิต ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA เปิดเผยว่า บริษัทคาดจะได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทมีโรงแรมประเภทบูติก โฮเทล รีสอร์ท ภายใต้ชื่อ โรงแรมระรินจินดา เวลเนส สปา รีสอร์ท และร้านอาหารภายใต้ชื่อ Deck 1ที่จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับการเปิดจองและบุ๊กกิ้งโรงแรมใน 2 วันที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะรัฐสนับสนุนการท่องเที่ยว 40% และผู้บริโภคจ่ายเอง 60% ถือเป้นส่วนลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวให้กับผู้บริโภค
โรงแรมคึกคัก
“การบุ๊กกิ้งโรงแรมที่เชียงใหม่ ทราบมาว่ายอดบุ๊กกิ้งขยับเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง และคาดจะส่งผลต่อร้านอาหาร และร้านสปาที่อยู่ในโรงแรม” นายวิบูลย์ กล่าว
ขณะที่ความกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 เฟส 2 อาจกระทบต่อความกังวลในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลต่อผู้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ บริษัทคาดปัจจัยดังกล่าวอาจกดดันต่อการดำเนินงาน หรือธุรกิจในไตรมาส 3/2563 และคาดจะเห็นภาพการท่องเที่ยว เศรษฐกิจจะกลับมาชัดเจนอีกครั้งประมาณไตรมาส 4/2563 และบริษัทยังมองภาพผลประกอบการจะกลับมามีผลประกอบการที่ดีในไตรมาส 4/2563 เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดีหากสามารถค้นพบวัคซีน หรือยารักษาโรคได้รวดเร็ว คาดจะช่วยคลายความกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน และสนับสนุนภาพเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
สำหรับการให้บริการปัจจุบันบริษัทสามารถเปิดสาขาให้บริการได้แล้ว 60-70% ส่วนที่เหลือเป็นสปา หรือสาขาที่อยู่ในพื้นที่โรงแรม และบางโรงแรมยังไม่เปิดให้บริการ หรือซัพพอร์ตธุรกิจในพื้นที่ ทำให้บริษัทยังคงต้องรอความชัดเจนจากโรงแรมก่อน
ทบทวนเป้าหมาย
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางเป้าหมายรายได้ปีนี้ บริษัทจะทบทวนเป้าหมายการเติบโต จากเดิมตั้งเป้าโต 20% จากปีก่อนที่ 1.4 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2563 อย่างไรก็ดีบริษัทคาดการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดจะเห็นชัดเจนในไตรมาส 4/2563 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันธุรกิจของสปาจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน อนึ่งไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 243.57 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4.35 ล้านบาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันเปิดสาขาให้บริการแล้วเกือบ 40 สาขาจากทั้งหมด59 สาขา (ไม่รวม ตปท. 5 สาขา) เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งเดิมคิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 25% ของสถานการณ์ปกติ แม้ช่วงแรกๆ ลูกค้ายังไม่มากนักแต่หลังจากสถานการณ์ในประเทศเริ่มคลี่คลายจำนวนผู้เข้าใช้บริการก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจากลูกค้าเดิมที่ทยอยกลับเข้าใช้บริการมากขึ้นและลูกค้าใหม่ๆ จากมาตรฐานการให้บริการและสุขอนามัยที่ดี รวมถึงปลดล็อคน่านฟ้าแล้วตั้งแต่ 1 ก.ค. และโครงการ Travel Bubble แม้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนถึงกฎเกณฑ์ที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา แต่จะเป็นผลบวกต่อธุรกิจช่วยทำให้การดำเนินงานกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2563 แม้คาดจะขาดทุนมากสุดของปีจากหยุดให้บริการไปกว่า 2 เดือน (ตั้งแต่ 18 มี.ค.)โดยต้องแบกรับ Fixed Cost กว่า 10-20% แต่เชื่อว่าช่วงที่เหลือของปีจะทยอยดีขึ้น ทางฝ่ายแนะนำ "ทยอยซื้อ" ราคาพื้นฐาน 8 บาท