โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SPAรับอานิสงส์เราเที่ยวด้วยกัน ยอดบุ๊กโรงแรมเพิ่ม-สปาคึกคัก

ทันหุ้น

อัพเดต 22 ก.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 02.00 น.

ทันหุ้น – สู้โควิด - SPA มีเอี่ยวโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ จ่ายให้ 40% ผู้บริโภคจ่ายเอง 60% ลั่นยอดบุ๊กโรงแรมเชียงใหม่เพิ่ม ร้านอาหาร สปา โดดรับอานิสงส์กันทั่วหน้า คาดท่องเที่ยว-เศรษฐกิจฟื้นชัดในไตรมาส 4/63 ด้านโบรกแนะนำ "ทยอยซื้อ" เคาะราคาพื้นฐาน 8 บาท

นายวิบูลย์ อุตสาหจิต ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA เปิดเผยว่า บริษัทคาดจะได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทมีโรงแรมประเภทบูติก โฮเทล รีสอร์ท ภายใต้ชื่อ โรงแรมระรินจินดา เวลเนส สปา รีสอร์ท และร้านอาหารภายใต้ชื่อ Deck 1ที่จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับการเปิดจองและบุ๊กกิ้งโรงแรมใน 2 วันที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะรัฐสนับสนุนการท่องเที่ยว 40% และผู้บริโภคจ่ายเอง 60% ถือเป้นส่วนลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวให้กับผู้บริโภค

โรงแรมคึกคัก

“การบุ๊กกิ้งโรงแรมที่เชียงใหม่ ทราบมาว่ายอดบุ๊กกิ้งขยับเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง และคาดจะส่งผลต่อร้านอาหาร และร้านสปาที่อยู่ในโรงแรม” นายวิบูลย์ กล่าว

ขณะที่ความกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 เฟส 2 อาจกระทบต่อความกังวลในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลต่อผู้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ บริษัทคาดปัจจัยดังกล่าวอาจกดดันต่อการดำเนินงาน หรือธุรกิจในไตรมาส 3/2563 และคาดจะเห็นภาพการท่องเที่ยว เศรษฐกิจจะกลับมาชัดเจนอีกครั้งประมาณไตรมาส 4/2563 และบริษัทยังมองภาพผลประกอบการจะกลับมามีผลประกอบการที่ดีในไตรมาส 4/2563 เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดีหากสามารถค้นพบวัคซีน หรือยารักษาโรคได้รวดเร็ว คาดจะช่วยคลายความกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน และสนับสนุนภาพเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

สำหรับการให้บริการปัจจุบันบริษัทสามารถเปิดสาขาให้บริการได้แล้ว 60-70% ส่วนที่เหลือเป็นสปา หรือสาขาที่อยู่ในพื้นที่โรงแรม และบางโรงแรมยังไม่เปิดให้บริการ หรือซัพพอร์ตธุรกิจในพื้นที่ ทำให้บริษัทยังคงต้องรอความชัดเจนจากโรงแรมก่อน

ทบทวนเป้าหมาย

นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางเป้าหมายรายได้ปีนี้ บริษัทจะทบทวนเป้าหมายการเติบโต จากเดิมตั้งเป้าโต 20% จากปีก่อนที่ 1.4 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2563 อย่างไรก็ดีบริษัทคาดการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ คาดจะเห็นชัดเจนในไตรมาส 4/2563 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันธุรกิจของสปาจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน อนึ่งไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 243.57 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4.35 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันเปิดสาขาให้บริการแล้วเกือบ 40 สาขาจากทั้งหมด59 สาขา (ไม่รวม ตปท. 5 สาขา) เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งเดิมคิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 25% ของสถานการณ์ปกติ แม้ช่วงแรกๆ ลูกค้ายังไม่มากนักแต่หลังจากสถานการณ์ในประเทศเริ่มคลี่คลายจำนวนผู้เข้าใช้บริการก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจากลูกค้าเดิมที่ทยอยกลับเข้าใช้บริการมากขึ้นและลูกค้าใหม่ๆ จากมาตรฐานการให้บริการและสุขอนามัยที่ดี รวมถึงปลดล็อคน่านฟ้าแล้วตั้งแต่ 1 ก.ค. และโครงการ Travel Bubble แม้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนถึงกฎเกณฑ์ที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา แต่จะเป็นผลบวกต่อธุรกิจช่วยทำให้การดำเนินงานกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2563 แม้คาดจะขาดทุนมากสุดของปีจากหยุดให้บริการไปกว่า 2 เดือน (ตั้งแต่ 18 มี.ค.)โดยต้องแบกรับ Fixed Cost กว่า 10-20% แต่เชื่อว่าช่วงที่เหลือของปีจะทยอยดีขึ้น ทางฝ่ายแนะนำ "ทยอยซื้อ" ราคาพื้นฐาน 8 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...