วงจรปิดเผยภาพสาวสุดแสบ ฉกสร้อยทองหนัก 1 บาท ในร้านทองกลางเมืองกระบี่ (ชมคลิป)
วันที่ 20 ส.ค.รับแจ้งจากนายพีระณัฎรัฐกรพิพัฒ หลุ่ยจิ๋ว อายุ 30 ปี พนักงานของร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างโวค กระบี่ ตั้งอยู่ภายในชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้าโวค ถ.มหาราช ต.ปากน้ำ ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ โดยนายพีระณัฎรัฐกรพิพัฒ หรือบอส นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน ให้ผู้สื่อข่าวดูว่าเกิดเหตุหญิงสาวคนหนึ่ง อายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างอ้วน สูงประมาณ 170-175 ซม. ผิวขาว พูดสำเนียงภาคกลาง เข้ามาก่อเหตุขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ไปจากที่ร้าน
โดยเหตุดังกล่าวเกิดมาตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้เห็นพฤติกรรมของหญิงสาวรายดังกล่าว สวมชุดสีดำ เข้ามาทำทีเป็นขอเลือกซื้อสร้อยทองที่หน้าร้าน โดยชวนนายบอส คุยอยู่ตลอดเวลา และขอให้นำสร้อยออกมาให้เลือกจำนวน 2-3 เส้น จากนั้นก็บอกให้นายบอส ไปหยิบสร้อยเส้นอื่นมาให้ดู ก่อนจะอาศัยจังหวะที่นายบอส หันไปหยิบสร้อย ฉกเอาสร้อยทองหนัก 1 บาท ซึ่งตั้งอยู่ในถาดบนเคาน์เตอร์ หญิงสาวรายดังกล่าว ใช้มือกำสร้อยไว้ด้วยอาการนิ่งๆ ไม่แสดงท่าทีพิรุธใดๆ
พอนายบอส หันกลับมา ก็พยายามชวนคุยเรื่องการจ่ายเงิน จนทำให้นายบอส ไม่ได้สังเกตว่าสร้อยบนถาดหายไป 1 เส้น ซึ่งขณะพูดคุย หญิงสาวรายดังกล่าว ก็ใช้มือที่กำสร้อยไว้ ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง เพื่อเอาสร้อยเก็บไว้ ก่อนจะหาเหตุผลมาอ้าง เพื่อเดินออกจากร้านไป
นายบอส เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังทำหน้าที่ขายทองอยู่ที่หน้าร้าน หญิงสาวรายดังกล่าวก็เดินเข้ามาแสดงท่าทีสนใจอยากขอซื้อทอง โดยขอให้นำสร้อยออกมาให้เลือก และชวนตนคุย ลักษณะเหมือนคนมีความรู้เรื่องทองมาก ตนจึงคิดว่าเป็น จนท.จากร้านสาขาใหญ่ส่งมาทอดสอบพนักงานหรือเปล่า
จากนั้นก็บอกให้ตนหยิบสร้อยทองมาให้เลือก ผู้หญิงคนดังกล่าวอาศัยจังหวะที่ตนหันหลังให้ หยิบสร้อยไป 1 เส้น มูลค่าประมาณ 32,140 บาท จากนั้นก็ทำทีบอกว่าสนใจจะซื้อแต่ต้องออกไปกดเงินมาให้ หลังจากออกไปก็หายไปเลย ส่วนที่ตนเพิ่งมาแจ้งความ เพราะวันเกิดเหตุเรายังไม่ทราบว่ามีสร้อยหายไป จนมีการตรวจสอบสต๊อกสินค้า จึงพบว่ามีสร้อย 1 บาทหายไป 1 เส้น จึงตรวจสอบกล้องจนพบว่าหญิงสาวรายดังกล่าวขโมยไปแล้ว
จากนั้นจึงแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบและรอกระบวนการมอบอำนาจของทางบริษัทฯ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ และอยากฝากถึงคนก่อเหตุ หากสำนึกผิด และนำสร้อยมาคืน ตนก็จะถอนแจ้งความให้ เพราะตอนนี้คนที่เดือดร้อนคือตน เนื่องจากทางบริษัทฯ ต้องหักเงินเดือนของตนชดใช้ เดือนละประมาณ 5 พันบาท ตนได้เงินเดือนแค่หมื่นบาทเศษ หากถูกหักออกไปเพื่อชดใช้ ก็แทบไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน
ทั้งนี้นายบอส ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวหญิงสาวรายดังกล่าวมาดำเนินคดีโดยเร็ว