โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รุมค้าน!! หวั่นร่างพ.ร.บ.ข้าวเปิดช่องพ่อค้าผูกขาดเมล็ดพันธุ์

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 09.57 น. • The Bangkok Insight

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีอีอาร์ไอ) จัดสัมมนา”ร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. … : ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง”  โดยเชิญ นายเกษม ผลจันทร์ นายกสมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย รวมถึงนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวเข้าร่วม

การเสวนาระบุว่าร่างแก้ไข พ.ร.บ.ข้าว คณะกรรมาธิการวิสามัญเตรียมสรุปเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในเร็วๆ นี้ เห็นว่าร่างแก้ไขยังมีประเด็นน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการพัฒนาและการค้าเมล็ดพันธุ์ ตามมาตรา 27 กฎหมายให้อำนาจเฉพาะการค้าเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้ชาวนาที่เก็บเมล็ดพันธุ์ หรือข้าวปลูกใช้เองแบบในอดีตจะไม่สามารถทำได้ รวมถึงศูนย์ข้าวชุมชน  เนื่องจากมีบทบัญญัติอัตราโทษสูงถึงจำคุก 1 ปี หรือปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางนักวิชาการทีดีอาร์ไอและผู้แทนสมาคมต่างๆ ขอให้ สนช.ยืดเวลาออกไป เพื่อเปิดกระบวนการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายแก้ไขมาตราสำคัญที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อวงการข้าว หากพิจารณาไม่ทันสมควรให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ

นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ตั้งแต่อดีตชาวนาเก็บพันธุ์ข้าวใช้เองคัดเลือกที่มีคุณภาพ  เป็นการพัฒนาสายพันธุ์อย่างค่อยเป็นค่อยไปให้เกิดพันธุ์ดี  เช่น ข้าวเสาไห้ ข้าวสังข์หยด ต่างจากการพัฒนาโดยบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ ที่มีเทคโนโลยีต่างๆ หากกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนรับรองจะส่งผลให้การพัฒนาสายพันธุ์โดยชาวนาไม่สามารถทำได้ ต้องซื้อจากบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์เท่านั้น

วงเสวนายังห่วงใยมาตรา 34 ภายใต้บทเฉพาะกาลที่โอนอำนาจการรับรองพันธุ์ใหม่ให้กรมการข้าว เป็นประเด็นที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะกรมการข้าวเป็นผู้คุมเงินงบประมาณ เป็นผู้วิจัย และเป็นผู้รับรองตัวเอง รวมถึงการกำหนดให้ผู้ประกอบการโรงสี ต้องออกใบรับรองข้าวเปลือก หากพบว่าออกใบรับรองเป็นเท็จจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้อำนาจเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ สามารถเข้าไปตรวจสอบโรงสี โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งที่หน้าที่นี้ควรเป็นของกรมการค้าภายในและการให้อำนาจนี้เสี่ยงต่อประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่

อีกทั้งอัตราโทษเสมือนเป็นการก่ออาชญากรรรม สำหรับองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการด้านการผลิตและคณะอนุกรรมการด้านการตลาดนั้น เห็นว่ามีแต่ข้าราชการโดยตำแหน่ง ขาดในส่วนของผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมโรงสี/ผู้ส่งออก อีกทั้งในกระบวนการทำงานยังขาดการบูรณาการด้านงบประมาณ และไม่ได้กำหนดรูปแบบการตรวจสอบติดตามการทำงานเลย

กฤษฎา บุญราช

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ระบุว่าข้าวเป็นพืชสำคัญของประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง  ปัจจุบันการทำนากำลังประสบปัญหาทั้งระบบจากการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของ เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม มีความเสี่ยงต่อการขาดทุน ปัจจัยการผลิตสูงขึ้น ประสิทธิภาพ และคุณภาพผลผลิตมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ชาวนามีรายได้ไม่เพียงพอ จึงสมควรปรับปรุง และพัฒนา เพื่อให้กระบวนการผลิตข้าวตลอดห่วงโซ่การผลิตมีความมั่นคง ยั่งยืนอย่างบูรณาการ

นายกฤษฎา กล่าวถึงข้อกำหนดในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ให้ผู้จำหน่ายพันธุ์ข้าวได้ต้องจดทะเบียน ว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์ในการขยายพันธุ์ข้าวของชาวนา  ตามวิถีการทำนามาตั้งแต่ในอดีต ชาวนาจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ทั้งใช้เองและจำหน่าย  จะเป็นข้อจำกัดการแข่งขันตลาดข้าวในต่างประเทศ เนื่องจากหากมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้หลากหลายโอกาสที่จะได้ข้าวสายพันธุ์ดีเกิดขึ้นใหม่จะมีอย่างต่อเนื่อง จึงควรปล่อยเป็นธรรมชาติ แต่ถ้ามีการหลอกขายเมล็ดพันธุ์ข้าว หรือปลอมปนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปัจจุบันมีทั้ง พ.ร.บ. พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ที่กำกับโดยกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้ง พ.ร.บ. ค้าข้าว พ.ศ. 2489  กำกับโดยกระทรวงพาณิชย์ควบคุมดูแลอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...