โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมดำรงฯ กับญี่ปุ่นช่วงสงครามโลก และเรื่องเล่าจากม.จ.พูนพิศมัย ต้องยกโกศหลบระเบิด!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ก.ย 2564 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2564 เวลา 07.17 น.
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

เหตุเกิดที่ปีนัง

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พร้อมพระวงศานุวงศ์บางส่วนเสด็จไปประทับที่ปีนังเพราะต้องการความสงบและให้พ้นจากการเมืองที่วุ่นวายในขณะนั้น

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้บุกยึดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงปีนัง หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาเล่าว่า พวกทหารญี่ปุ่นให้ส่งมอบหลักทัพย์สมบัติที่เกี่ยวข้องกับศัตรู เช่น แหวน ตุ้มหู เครื่องแต่งตัว ไปเก็บไว้ในการดูแลของพวกญี่ปุ่น

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย เสียดายของเหล่านั้น ซึ่งเป็นของเก่าเก็บของพระมารดา กรมพระยาดำรงฯ ก็ทรงปลอบว่า “เอายังไงมันอยู่กับเรามาเป็นเวลานาน นึกว่าปล่อยให้มันไปเที่ยวบ้างก็แล้วกัน”

กลับคืนแผ่นดินเกิด

ครั้นเมื่อเหตุการณ์ทางการเมืองในไทยเริ่มสงบลง (เพราะไทยยังถูกญี่ปุ่นครอบงำในช่วงสงคราม) หม่อมเจ้าพิสิษฐดิศพงศ์พระโอรสในกรมพระยาดำรงฯ ที่ทำงานอยู่กับพวกญี่ปุ่น ได้พยายามติดต่อกับพวกญี่ปุ่นให้ช่วยพากรมพระยาดำรงฯ กลับประเทศไทย ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2485

ช่วงนั้นกรมพระยาดำรงฯ ประชวรด้วยโรคพระหทัยพิการ แต่พระอาการก็ดีขึ้นเมื่อได้กลับมาอยู่ ‘บ้าน’ กระทั่งวันหนึ่งทอดพระเนตรเห็นนายทหารญี่ปุ่นยืนอยู่ 2 คนแถววัดพระแก้ว ตรัสถามหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยว่า “นั่นใครเอาหมวกญี่ปุ่นมาใส่”

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยพยายามเปลี่ยนเรื่องสนทนาแต่กรมพระยาดำรงฯ ก็ยังจะเอาความให้ได้ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยจึงต้องตอบไปตามจริงว่าเป็นพวกทหารญี่ปุ่นเอง ซึ่งทำให้กรมพระยาดำรงฯ ฉุนเฉียวโกรธกริ้วคนโน้นคนนี้ไปตลอดทางในวันนั้น

ยกโกศหลบระเบิด

กรมพระยาดำรงฯ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ที่วังวรดิศ แพทย์ที่ถวายการรักษาบอกว่าพระหทัยหยุดเฉย ๆ และพระสติปัญญาขนาดคนอายุ 60 แต่พระชันษา 81 ปี กายกับจิตจึงต่างกันมากถึง 20 ปี 

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศสมัยเล่าว่า

“เสด็จพ่อก็ทรงทิ้งข้าพเจ้าไว้ให้นั่งอยู่กับพระโกษฐ์ตลอด ๆ วัน เสียงบอมบ์ เสียงอพยพกันทั่วกรุงเทพฯ เราก็นั่งคอยยกพระโกศและคอยดับระเบิดไฟในเวลาจำเป็นอยู่เช่นนั้น”

ญี่ปุ่นอยากได้หนังสือ

ย้อนกลับไปเมื่อกรมพระยาดำรงฯ ประทับที่ปีนัง ทรงดำริจะทำพินัยกรรม หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยจึงทูลขอหนังสือของพระบิดาไว้ เพราะไม่อาจทำใจได้หากหนังสือเหล่านั้นจะถูกนำไปขายเล่มละ 25 สตางค์ ตามเวิ้งนครเกษม ซึ่งพระองค์ก็ประทานหนังสือให้หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยไว้ทั้งหมด

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยมีประสงค์จะรวบรวมหนังสือไว้สร้างห้องสมุด ซึ่งหนังสือของกรมพระยาดำรงฯ นั้นถือว่ามีคุณค่ามากจนพวกญี่ปุ่นให้ความสนใจ มิสเตอร์มัตซุโมโตซึ่งป็นคนของสถานทูตบอกว่ารัฐบาลญี่ปุ่นต้องการหนังสือเหล่านี้มากทีเดียว

นายเสียว ผู้แทนหนังสือพิมพ์ข่าวภาพ เข้ามากราบพระศพกรมพระยาดำรงฯ แล้วได้ขอพบหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยเพื่อถามว่าห้องสมุดของสมเด็จฯ จะทำอย่างไรต่อไป หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยจึงถามว่า“ทำไมจึงอยากรู้กันนัก” นายเสียวบอกว่า “พวกญี่ปุ่นเขาอยากรู้กันมาก เพราะเขาอยากได้ไปเมืองโตเกียว”

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยถามต่อไปว่า “เอาไปทำไมกันถึงโตเกียว” นายเสียวตอบว่า “เข้าใจว่าเขาจะเอาไปทำหนังสือเรียนมาให้คนไทยเอง” หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยหัวเราะแล้วตอบว่า “บอกเขาเถิดว่าฉันจะให้ชาติของฉัน ถ้าญี่ปุ่นต้องการจะเรียนก็ให้มาเรียนที่นี่ได้ แต่เวลานี้ยังคิดทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะบอมบ์ยังอึกทึกนัก!”

ภายหลังจากนั้นราชสกุลดิศกุล นำโดยหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยก็สามารถก่อสร้างหอสมุดดำรงราชานุภาพได้สำเร็จ และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติของกรมพระยาดำรงฯ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาถึง 3 แผ่นดิน พระองค์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชาติตลอดช่วงชีวิตของพระองค์ จึงทรงเป็นที่เคารพนับถือของคนทุกระดับชั้นในสังคม

แม้บทบาทในฐานะข้าราชการแผ่นดินจะยุติลงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไปแล้วนั้น แต่กรมพระยาดำรงฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อประเทศในแง่การศึกษาศาสตร์แขนงต่าง ๆ

โดยเฉพาะพระนิพนธ์ หนังสือ เอกสาร หรือหลักฐานของกรมพระยาดำรงฯ ในช่วงที่กรมพระยาดำรงฯ สิ้นพระชนม์ไปแล้วนั้น ถึงกับมีการเสนอราคาซื้อหนังสือจากชาวต่างชาติ ซึ่งบางเล่มมีราคาขอซื้อสูงถึง 3-5 ล้านบาท

นอกจากพระกรณียกิจที่ช่วยพัฒนาประเทศในหลากหลายด้านแล้ว พระนิพนธ์ของกรมพระยาดำรงฯ เหล่านั้นก็นำมาซึ่งประโยชน์แก่ชาวไทยรุ่นหลังอย่างมาก

คลิกอ่านเพิ่มเติม : “กราบเจ้าป้าลงกับพื้นเถิด” นัยของวาทะ กรมพระยาดำรงฯ ต่อพระธิดา ครั้งเฝ้าเจ้าดารารัศมี

อ้างอิง : 

สมุดภาพพระประวัติและพระกรณียกิจของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ.  (2529).  กรุงเทพฯ: อมรินทร์การพิมพ์.

หอสมุดดำรงราชานุภาพ.  (2532).  กรุงเทพฯ: อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...