โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซิลิคอน แวลลีย์ คลายมนต์ขลัง คน Gen-Z พุ่งหาจีน-อินเดีย

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2562 เวลา 12.58 น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก โดย นงนุช สิงหเดชะ

เป็นเวลาเกือบ 30 ปีที่ซิลิคอน แวลลีย์ (Silicon Valley) ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกาได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทั้งหมดของเทคโนโลยีโลก บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และร่ำรวยมหาศาล ล้วนมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่ และแน่นอนว่าคนหนุ่มสาวที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้วนใฝ่ฝันอยากทำงานกับบริษัทสักแห่งในซิลิคอน แวลลีย์

อย่างไรก็ตามในระยะเกือบ 10 ปีมานี้ ซิลิคอน แวลลีย์ ขึ้นชื่อเรื่องค่าครองชีพแพงอย่างเหลือเชื่อ ทุกอย่างมีแต่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะที่พักอาศัย ชนิดที่ว่าเงินเดือนเกือบทั้งหมดหลังหักภาษีของผู้ที่ทำงานในซิลิคอนฯต้องหมดไปกับค่าเช่าที่พัก จนแทบไม่เหลือเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ส่งผลให้บรรดามันสมองด้านไอทีต่างค่อย ๆ ย้ายหนีไปทำงานที่อื่น ไม่เพียงย้ายหนีไปเมืองอื่น รัฐอื่นในสหรัฐ แต่บางทีย้ายจากสหรัฐไปเลยก็มี

ผลสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้ของ HackerRank ซึ่งเป็นเว็บไซต์การหาตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยี ที่ได้สำรวจผู้หญิง 12,000 คนใน 100 ประเทศทั่วโลก พบว่าผู้หญิงรุ่น Z หรือ Generation Z อันหมายถึงผู้ที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ซึ่งเติบโตมาในยุคสื่อสารไร้สาย มีแนวโน้มน้อยกว่าผู้หญิงรุ่นก่อนหน้าของพวกเธอที่จะมองว่า ซิลิคอน แวลลีย์ เป็นอนาคตที่สดใสสำหรับการเริ่มต้นอาชีพด้านเทคโนโลยี

ผู้หญิง Gen Z ทั่วโลกมองว่าเซี่ยงไฮ้ของจีนและบังคาลอร์ของอินเดียจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำของโลกใน 5 ปีข้างหน้า แม้ว่าผู้ที่ถูกสำรวจทั้ง 2 รุ่น คือรุ่นมิลเลนเนียล (millenials) หรือผู้ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2523-2540 และรุ่น Z จะเห็นว่าซิลิคอน แวลลีย์ ยังคงเป็นอันดับ 1 ไปจนถึงปี 2567 ก็ตาม แต่ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าในระยะยาวอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกจะเกิดการย้ายศูนย์กลางอันเนื่องมาจากค่าครองชีพที่แพงของซิลิคอน แวลลีย์

มาเรีย ชุง รองประธาน HackerRank ชี้ว่า ค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้าอย่างรวดเร็วของซิลิคอน แวลลีย์ ทำให้ผู้มีความสามารถด้านไอทีและผู้ประกอบการแสวงหาที่ใหม่ ๆ ทั่วสหรัฐเพื่อหนีปัญหานี้ ทำให้เกิดศูนย์กลางเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเช่น ออสติน บอสตัน ซีแอตเทิล ส่วนนอกสหรัฐก็มีจีนและอินเดีย กำลังทำงานหนักเพื่อดึงดูดการลงทุน

“อินเดียและจีนกำลังเกิดการบูมของผู้ประกอบการเทคโนโลยี กรณีของจีนจะเห็นว่าปีที่แล้วมีเงินลงทุนในสตาร์ตอัพมากกว่าสหรัฐ ส่วนบังคาลอร์กลายเป็นศูนย์กลางสตาร์ตอัพใหญ่สุดในอินเดียและใหญ่อันดับ 3 ของโลก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้สองประเทศอยู่ในสถานะที่จะเดินหน้าด้านนี้ได้อย่างมั่นคงและดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่เป็นหัวกะทิด้านไอที”

HackerRank ระบุว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ Gen Z ที่มีอายุมากสุดจะเริ่มเข้าสู่การทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอยู่ในเอเชีย เฉพาะในอินเดียนั้น ประชากรมากกว่า 50% มีอายุ 25 ปีหรือน้อยกว่า ดังนั้นอินเดียจึงมีแนวโน้มที่จะมีประชากรวัยทำงานที่อยู่ในกิจการไอทีมากสุดในโลกภายในปี 2566 การผงาดขึ้นของอินเดียและจีนจะส่งผลกระทบต่อตลาดสหรัฐด้วย

San Francisco Bay Area ซึ่งรวมเอาซิลิคอน แวลลีย์ อยู่ด้วยนั้นมีขนจีดีพีสูงถึง 7.81 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ใหญ่กว่าจีดีพีทั้งประเทศของสวีเดน ซาอุดีอาระเบียและเนเธอร์แลนด์ แต่จีดีพีของ San Francisco Bay Area คงไม่สามารถรักษาขนาดเอาไว้ได้หากปราศจากการหนุนส่งของบุคลากรในอุตสาหกรรมไอที ที่เห็นชัดว่ามีคนสนใจทำงานในบริเวณนี้น้อยลง วัดจากการโพสต์รับสมัครงานตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ลดลง เช่น ระหว่างปี 2559-2560 การประกาศรับสมัครลดลง 18% ในขณะที่ย่านอื่น เช่น ซีแอตเทิลเพิ่มขึ้น 11% บัลติมอร์เพิ่มขึ้น 3-5%

กล่าวสำหรับคน Gen Z ที่เอ่ยถึงข้างต้นนั้น เป็นเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ Gen X (ผู้ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2508-2522)

เกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง เสพติดสื่อออนไลน์ จินตนาการไม่ออกว่าถ้าชีวิตขาดอินเทอร์เน็ตจะอยู่อย่างไร มั่นใจตัวเองสูง แต่อดทนต่ำ เด็กรุ่นนี้ใกล้จบการศึกษา หรือไม่ก็เพิ่งเข้าทำงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...