โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่างลึก ! วิเคราะห์เจาะลึกเพลง “โดดดิด่ง” ไทบ้าน x BNK48 อย่างละเอียดโดย จินนี่ ภูไท

BT Beartai

อัพเดต 20 ม.ค. 2563 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 06.38 น.
อย่างลึก ! วิเคราะห์เจาะลึกเพลง “โดดดิด่ง” ไทบ้าน x BNK48 อย่างละเอียดโดย จินนี่ ภูไท

หลายคนคงได้ฟังเพลง “โดดดิด่ง” ที่ร้องโดยน้อง ๆ BNK48 ทั้ง 8 คน ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ไทบ้านxBNK48 จากใจผู้สาวคนนี้” ไปแล้ว และคงรู้สึกม่วนคัก ๆ ในเสียงดนตรี และการร้องการเต้นแบบเต็มที่ แถมออกสำเนียงอีสานได้ดีมิมีผิดเพี้ยน ทำให้เราเกิดความสนใจและอยากรู้ว่าจากไอดอลเมืองกรุง มาเป็นผู้สาวบ้านทุ่งนี่เค้าต้องฝึกกันยังไง และท่วงทำนองอีสานม่วนซื่นแบบนี้เค้ามีวิธีคิดกันแบบไหน วันนี้เรามีคำตอบจากปากคำของโปรดิวเซอร์เพลงนี้นั่นคือ “จินนี่ ภูไท” ซึ่งได้ทำคลิป “วิเคราะห์เพลงดัง ‘โดดดิด่ง’” ไว้ถึงสองตอนด้วยกัน เราเลยทำการเรียบเรียงและเพิ่มในส่วนของทฤษฎีดนตรีหรือรายละเอียดบางประการที่ต้องมีการขยายความเพื่อให้ผู้อ่านได้สาระประโยชน์กันอย่างเต็มที่ครับ

อะไรคือ “โดดดิด่ง”

เพลงนี้อาจารย์ยุ้ย มานะศักดิ์ เป็นคนเขียนเนื้อร้องซึ่งโดยปกตินั้นเขียนเพลงเร็วได้สนุกอยู่แล้ว ส่วนเพลงช้าก็เขียนได้ซาบซึ้ง (สามารถฟังได้ในเพลง “ย่านความเหงา”) “โดดดิด่ง” เป็นภาษาทำนองพิณสมัยก่อนถ้ามีการต่อเพลงกันหรือนักดนตรีสอนไลน์พิณให้ลูกหลานก็มักจะใช้ศัพท์คำว่า “โดดดิด่ง” “โดดดิด่งโดดดิโด้ดงด่ง โดดดิด่งโด้ดิด่งโด้ดง” เลยทำมาในลักษณะที่เอาพื้นเพตรงนี้มาเขียนเป็นฮุกให้ได้ยินอยู่เรื่อย ๆ เป็นธีมหลักของเพลงจนกลายเป็นชื่อเพลงความ หมายของเพลงก็บอกอยู่แล้วว่า “อีสานม่วนซื่น” เป็นอะไร ที่ง่าย ๆ เสพง่าย ๆ สบาย ๆ และจับใจความได้ไม่ลึกเกินไป

 

“ริทึ่มใหม่กับไลน์เดิม”

หากจะบอกว่าเพลงนี้สร้างบนสเกล “เพนทาโทนิค (Pentatonic)” ก็คงจะไม่ถูกนักเพราะแท้จริงแล้วมันคือเพนทาโทนิค + เมโลดิก (Melodic) เพราะหนึ่งในนั้นมีฟาชาร์ป (F#) เข้ามาด้วยมันก็เลยกลายเป็น “เพนทาเมโลดิก (Pentamelodic) ซึ่งสเกลนี้จะอยู่ในไลน์พิณของอีสานมายาวนานแล้ว ใครที่บอกว่าดนตรีอีสานเป็นเพนทาโทนิคเนี่ยไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากขั้นพิณมีฟาชาร์ป (F#) มี ฟาเนเชอรัล (F) หรือมีที (B) จนกลับกลายเป็นว่าคนเข้าใจความหมายของดนตรีอีสานผิดว่าเป็นเพนทาโทนิคหรือแม้กระทั่งดนตรีไทยซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ ดนตรีไทยก็ยังมีฟาเลย

(อธิบายเพิ่มเติม)  

คอร์ดเพลง “โดดดิด่ง”

เพนทาโทนิคสเกลคือสเกล 5 เสียง จะมีโน้ต 5 ตัวเท่านั้นในหนึ่งออคเตฟ ซึ่งมีทั้งแบบเมเจอร์และไมเนอร์ มักเป็นสเกลที่นำมาใช้ในเพลงโฟล์ก เพลงพื้นบ้านตามถิ่นต่าง ๆ เพลงคันทรี่ เพลงบลูส์ หรือแม้แต่เพลงร็อกและเมทัลก็มีการนำมาใช้เป็นหนึ่งในสเกลยอดนิยมของนักดนตรีและนักประพันธ์เพลงทั่วโลก หากเป็นเมเจอร์เพนทาโทนิกจะใช้โน้ตตัวที่ 1, 2, 3 , 5, 6 ของสเกลเมเจอร์ หากเป็นไมเนอร์จะใช้โน้ตตัวที่ 1, 3, 4, 5, 7 ของเนเชอรัลไมเนอร์สเกล เพลง “โดดดิด่ง” อยู่ในคีย์ G เมเจอร์เพราะฉะนั้น โน้ตเพนทาโทนิคที่ใช้กับเพลงนี้คือ G, A, B, D, E

ส่วนเมโลดิกสเกลในที่นี้เรียกเต็ม ๆ ว่า “เมโลดิก ไมเนอร์ สเกล” เป็นโหมดหนึ่งในไมเนอร์สเกล จะมีโครงสร้างขาขึ้นและขาลงไม่เหมือนกัน โดยขาขึ้นจะใช้โน้ตตัวที่ 1, 2, ♭3, 4, 5, 6, 7, 8 ส่วนขาลงจะเป็น 1, 2, ♭3, 4, 5, ♭6, ♭7, 8  เพราะฉะนั้นโน้ตของสเกลนี้ที่ใช้ในเพลง “โดดดิด่ง” ก็คือ  G – A – B♭- C – D – E – F#  (ขาขึ้น) G, A, B♭, C, D, E♭, F (ขาลง)

ตามที่ อ.จินนี่ ภูไท ได้อธิบายไว้จึงเข้าใจได้ว่า หากเป็นสเกลเมเจอร์เพนทาโทนิกเฉย ๆ จะไม่มีโน้ตฟาชาร์ป (F#) อยู่ในเพลงด้วย ดังนั้นโน้ตตัวนี้จึงมาจากสเกลเมโลดิกไมเนอร์ที่เอามาผสมผสานกันอันเป็นสเกลหลักที่ใช้ในดนตรีพื้นบ้านอีสานของไทยอยู่แล้วนั่นเอง

ต่อไปพอทำนองมันลื่นดนตรีมันก็ทำง่าย โจทย์คือทำดนตรีเพลงนี้อย่างไรที่ทำให้น้องน้อง BNK ที่ไม่ใช่คนอีสานร้องแล้วคนเชื่อว่านี่คือคนอีสานร้อง เลยใช้วิธีการนำเอากีตาร์พิณมาเป็นพระเอกในเพลงและเนื่องจากแต่เดิมเพลงของ BNK มีซาวด์อิเล็กทรอนิกเป็นส่วนประกอบมาก่อน เลยเอาซินธ์บวกกับริทึ่มที่มีความร่วมสมัยมาใช้ จนเป็นแนวคิด “ริทึ่มใหม่กับไลน์เดิม” ไลน์พิณเป็นพื้นเพมีฟาชาร์ปเข้ามาให้ได้ยินเรื่อย ๆ แต่เมื่อมาอยู่ในริธึ่มใหม่มันก็จะกลายเป็นของใหม่ เหมือนกับการเอาปลาร้าไปขายในห้างหรือต่างประเทศที่มีความหรูหรา มันก็จะเป็นสิ่งใหม่เป็นสิ่งแปลกตาในหมู่คนกลุ่มนั้น

โจทย์ต่อมาก็คือทำอย่างไรให้เพลงนี้น่าสนใจและจับต้องได้ เพราะฉะนั้นต้องมีไลน์แห่ ทำให้รถแห่เอาไปเล่นได้ง่าย ทำให้วงดนตรีทุกคนเล่นได้ง่ายโดยไม่ต้องเปิดเล่นกับ data เลย เล่นสด ๆ ได้สบายมาก

 

“หนังดังเพราะเพลง เพลงดังเพราะหนัง”

 ไทบ้าน x BNK48 ได้ลูกค้าทั้งสองกลุ่มทั้งดูหนังและฟังเพลง เมื่อทั้งสองกลุ่มมาเจอกันก็จะกลายเป็นสี่ก็จะกลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นมาไปอีก เพลงที่อยู่ในนั้นก็จะดัง ตัวหนังก็จะดัง “หนังดังเพราะเพลง เพลงดังเพราะหนัง”มันไปคู่กัน เพลงที่ใช้ในหนังกับเพลงมาสเตอร์ที่ปล่อยออกมาจะมีการแยกกันทำ ร้องคนละอย่าง ในหนังจะดิบกว่า จะเพี้ยน จะเป๋ ก็ปล่อยไปตามนั้นเลย ส่วนเวอร์ชันมาสเตอร์ก็จะเป็นมาสเตอร์จริง ๆ นอกจากนี้จะมีเพลงช้าชื่อว่า “จากใจผู้สาวคนนี้” (ร้องโดย น้องโมบายล์) เป็นเพลงสุดซึ้งใครดูหนังฟังเพลงแล้วน้ำตาไหลแน่ สองกลุ่มนี้มีตลาดที่ใหญ่อยู่แล้วเพราะมันใหญ่อยู่แล้ว คนก็จะเห็นมากขึ้น เยอะขึ้น จับต้องได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องเข้าหาเลย

ร้องอย่างไรให้ได้สำเนียงอีสาน

การที่น้อง ๆ ไม่ใช่คนอีสานแน่นอนสำเนียงการร้องการพูดมันก็จะไม่ได้อยู่แล้ว จึงใช้เวลาสอนน้อง ๆ ฝึกร้องฝึกพูดประมาณ 5 ครั้ง รวมวันที่จะมาอัดร้องและวันร้องจริง ครั้งละ 2 ชั่วโมง โดยจับน้อง ๆ ติวทีละคน ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียง พูดยังไง ร้องยังไง ให้เป็นอีสาน ให้คนฟังเชื่อว่าน้อง ๆ ทำได้ร้องได้เหมือนคนอีสานเลย ก็จะมี “น้องน้ำหนึ่ง” (ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์ของเพลงนี้) ที่พอจะพูดอีสานได้ สำเนียงได้ที่สุดแล้ว ก็จะช่วยเทรน ๆ กันเองบ้าง เพลงนี้ยากตรงการจัดส่วน จัดส่วนให้เสมอกัน ให้ร้องตรงกัน ยิ่งร้องหลายคนส่วนยิ่งยากขึ้น ถ้าร้องแฉลบออกมากันทั้งหมด 8 คนส่วนมันก็ยิ่งขยายเกินออกไปกันใหญ่ เลยใช้วิธีขอให้ร้องสั้นที่สุดแล้วเน้นที่จังหวะตก จังหวะยกให้ร้องผ่าน ๆ ไป อย่างเช่น ท่อนที่เป็นธีมของเพลงที่ร้องว่า “ชาดีดาดีดาดีดา ดีดาดีดาดีดาดีดา…” เล่นกับริทึ่มหลัก ๆ ของเพลง อะไรที่มันหนักอย่างจังหวะยก เราก็จะไปเน้นที่จังหวะยกด้วย มันจะไม่มีความเสมอกัน ไม่เท่ากัน ทำให้เพลงไม่แบนคือมีไดนามิคนั่นเอง สำคัญมากคือตอนสอนร้องและคุมร้อง น้อง ๆ จะชอบลืมส่วนที่เป็นริทึ่ม ส่วนที่เป็นแอกเซนต์ต่าง ๆ สั้น-ยาว หนัก-เบา พอได้เนื้อแน่นแล้ว ก็จะลืมไดนามิคไป พอเราได้สัดส่วนที่เท่ากัน เรื่องภาษานี่ยากมาก การที่จะบิดเมโลดี้ให้ได้สำเนียงเป็นเรื่องที่ยากกว่าอีก ถ้าเมโลดี้ตรงแล้วสำเนียงไม่ได้ต้องเปลี่ยนเมโลดี้ ถ้ายังไม่ได้อีกต้องเปลี่ยนคำร้อง ซึ่งจินนี่เลือกที่จะไม่เปลี่ยนคำร้องแต่จะบิดเมโลดี้ให้เข้ามาหาคำ เพื่อที่จะให้คำนั้นมีสำเนียงมากที่สุด เช่น อินโทรของเพลงที่ร้องว่า “เอิ้นอีหยังบ่ฮู้ แต่จังหว่ะถืกใจ” (เรียกอะไรไม่รู้ แต่จังหวะถูกใจ) มีการบิดคำว่า ”บ่ฮู้”  ให้ได้เมโลดี้ที่ตรงสำเนียงมากที่สุด (ฟังในคลิปช่วงนาทีที่ 3.50 จะเห็นตัวอย่างอย่างชัดเจนครับ) อีกจุดหนึ่งที่ฮามากคือการพยายามสอนน้อง ๆ ให้ร้องคำว่า “ความ” เป็นคำว่า “ควม” หรือแม้กระทั่งการออกเสียงคำว่า “หยัง” (สำเนียงอีสานคำนี้จะขึ้นจมูกนิด ๆ ) น้อง ๆ จะออกเสียงว่า “หยัง” (ตรง ๆ แบบไทยกลาง) หมดเลย (ฟังการออกเสียงในคลิปช่วงนาทีที่ 4.20 เป็นต้นไป) เลยฝึกจนน้อง ๆ ออกเสียง “หยัง” “อีหยังบ่ฮู้” ให้ได้จนออกมาเป็น “โดดดิด่ง” แบบที่เราได้ฟังกัน ถือว่าน้อง ๆ มีวินัย เรียนรู้ไว ตั้งใจและทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว

และนี่ก็คือเคล็ดลับและเบื้องหลังการทำงานแบบมืออาชีพของโปรดิวเซอร์จินนี่ ภูไทและน้อง ๆ BNK 48 ที่ตอนนี้เราคงได้รู้กันแล้วว่าทำไมเพลงนี้ถึงได้ออกมาโดดเด้ง “โดดดิด่ง“ ม่วนคัก ๆ กันขนาดนี้ แล้วอย่าลืมนะครับฟังเพลงแล้วก็อย่าลืมไปม่วนกับหนัง “ไทบ้านxBNK48 จากใจผู้สาวคนนี้” ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมนี้เป็นต้นไปครับ

 

Source

วิเคราะห์เพลงดัง EP. 3/1 โดดดิด่ง BNK48 – จินนี่ ภูไท

วิเคราะห์เพลงดัง EP. 3/2 โดดดิด่ง BNK48 – จินนี่ ภูไท

chordtabs

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

อย่างลึก ! วิเคราะห์เจาะลึกเพลง “โดดดิด่ง” ไทบ้าน x BNK48 อย่างละเอียดโดย จินนี่ ภูไท
อย่างลึก ! วิเคราะห์เจาะลึกเพลง “โดดดิด่ง” ไทบ้าน x BNK48 อย่างละเอียดโดย จินนี่ ภูไท
อย่างลึก ! วิเคราะห์เจาะลึกเพลง “โดดดิด่ง” ไทบ้าน x BNK48 อย่างละเอียดโดย จินนี่ ภูไท
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...