โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุเทน-ปทุมวัน : เมื่อคุณยิงรุ่นพี่เราตายต่อหน้าน้า เราจะฆ่ารุ่นน้องคุณต่อหน้าแม่

Khaosod

อัพเดต 20 พ.ย. 2561 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 14.40 น.

ยิง นศ.อุเทน – เปิดปมฆ่าโหด! นักศึกษาอุเทนถวาย เสียชีวิตต่อหน้าแม่ ที่แท้คือการแก้แค้นจากอริต่างสถาบัน หลังรุ่นพี่ถูกยิงตายต่อหน้าน้า เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา 

ยิง นศ.อุเทน – กลายเป็นประเด็นที่ถูกถกในสังคมอีกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทต่างสถาบัน หลังเมื่อช่วงดึกวันที่ 12 ต.ค. นายกมลวิช สุวรรณทัต อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโลจิสติกส์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก อุเทนถวาย ถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าร่างกาย 4 นัด ปากซอยหมู่บ้านวังทองเฮ้าส์ ถนนนวมินทร์ ซอย 57

ที่สะเทือนใจกว่าคือ ฆาตกร “จงใจ” เลือกกระหน่ำไกปืนต่อหน้า “แม่” ผู้ตาย ระหว่างที่ “น้องเอก” ช่วยคุณแม่ขายราดหน้าอยู่หน้าหมู่บ้าน

พูดแบบภาษาชาวบ้านคงต้องบอกว่า “โคตรอำมหิต”

เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ ถึงขั้นที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการลงมาเองว่า ให้ล่าคนร้ายมารับโทษให้เร็วที่สุด

หลังใช้เวลาสืบเสาะอยู่ร่วมเดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจัดผลงานชิ้นโบว์แดงได้สำเร็จ หลังได้หลักฐานและอนุมัติหมายจับ 5 “ทีมฆ่า” น้องเอก ได้สำเร็จประกอบด้วย

  • 1. นายกฤษฎา นราพงษ์ (คนวางแผน)
  • 2. นายประสิทธิ์ ยนต์พล (มือปืน)
  • 3. นายจิรภัทร เพชรรักษ์ (คนนำทาง คุ้มกันพามือปืนหนี)
  • 4. นายสหรัฐ ดงพระจันทร์ (ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ พามือปืนซ้อนท้าย)
  • 5. นายปฏิภาณ เจริญชัยกุล (คนชี้เป้า)

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ การฆ่าครั้งนี้ทำกันเป็นทีมประหนึ่ง “องค์กร” หลังผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า “ทีมฆ่า” ของผู้ต้องหา ทำงานกันอย่างเป็นระบบ ระหว่างศิษย์เก่า-ปัจจุบัน มีการวางแผนอย่างดี ล็อกเป้าเหยื่อ เฝ้าดูลู่ทางสะดวก มีทีมหาทางหนีทีไล่ และลงมือสังหาร

จนบางครั้งอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า นี่คือ “สถาบันการศึกษา” หรือ “หน่วยรบพิเศษ”

ส่วนชนวนเหตุในการสังหารโหดครั้งนี้นั้น หัวหน้าทีมวางแผนอย่าง นายกฤษฎา เผยว่า เกิดจากการต้องการ “ล้างแค้น” ให้รุ่นพี่ในสถาบันศึกษา ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ 2 เดือนก่อน

“พวกผมไม่พอใจ เก็บความแค้นไว้จึงได้ตัดสินใจก่อเหตุ ในลักษณะที่คล้ายกัน กับที่รุ่นพี่โดนเพื่อล้างแค้นสถาบันคู่อริให้สาสม เลือกจังหวะที่เด็กสถาบันคู่อริอยู่กับแม่ และตั้งใจยิงต่อหน้าแม่ เพื่อให้คล้ายกับเหตุการณ์ที่รุ่นพี่พวกผมถูกยิงต่อหน้าน้าสาว”

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุชายถูก 2 คนร้าย ขับรถจักรยานยนต์ก่อเหตุยิง นายอนุสรณ์ สนธิ อายุ 25 ปี อาชีพคนขายโจ๊ก-ต้มเลือดหมู ที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์

มองผิวเผินอาจเป็นการแก้แค้นที่ปม“เรื่องส่วนตัว”

แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกว่านั้นคือ นายอนุสรณ์ เคยเป็นนักศึกษาอยู่ที่ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ที่เป็นคู่อริกับ อุเทนถวาย

นั่นทำให้มูลเหตุนี้กระจ่างชัดเจนแล้วว่า 5 คนร้ายที่ก่อเหตุยิง “น้องเอก” นักศึกษาอุเทนถวาย จนเสียชีวิต ทำเพื่อ “เอาคืน” ให้กับรุ่นพี่ที่ถูกคู่อริเก็บไป

แม้ตัว “น้องเอก” จะไม่ใช่คนร้าย และเป็นเด็กเรียนที่เอาการเอางานคนหนึ่ง แต่ฆาตกรหาใช่สนใจ มือฆ่าขอแค่ว่าผู้ตายเป็นเด็ก “อุเทนถวาย” เท่านั้นพอ

นี่ไม่ใช่ “ศพแรก” ที่เกิดขึ้นระหว่างสองสถาบันนี้

แนวคิดที่ว่าเองจะเป็นใครข้าไม่สนใจ แต่รุ่นพี่-รุ่นน้องเองเอาชีวิตรุ่นพี่สถาบันข้าไป ข้าก็จะเอาชีวิตเด็กสถาบันเองคืนเช่นกัน

ความอำมหิตอีกอย่างที่ทำให้สองคดีนี้ คล้ายคลึงกันนอกจากการแก้แค้นหมายเอาชีวิต นั่นคือการสร้างรอยแผล ให้คนในครอบครัวแตกสลาย

นายอนุสรณ์ (เทคโนปทุมวัน) ถูกรัวยิงต่อหน้า “น้า” ที่ยกมือไหว้ขอชีวิตหลาน

นายกมลวิช (อุเทนถวาย) ก็ถูกรัวยิงต่อหน้า “แม่” ที่ขายราดหน้าเช่นกัน

ทั้งหมดคือการ“ล้างแค้น” แบบชีวิตแลกด้วยชีวิต และสร้าง “แผลใจ” ให้คนในครอบครัวผู้ตายทั้งสองฝ่าย

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามให้ทั้งสองสถาบันเลิกทะเลาะ โดยนำ อุเทน-ปทุมวัน มาจบศึกมอบดอกไม้จับมือกันและกัน แต่ไฟแค้นสองสถาบันยังไม่จางหายไปอยู่ดี

หรือต้องมีมาตการใช้ “ยาแรง” อย่างจริงจัง และผู้ใหญ่ทั้งสองสถาบัน ต้องร่วมแก้ปัญหาควบคู่กันไป การหยิบยื่น “ดอกไม้” ให้กันในวันนั้น อาจจะไม่กลายเป็น “กระสุนปืน” ดังเช่นวันนี้  

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...