โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้านาย-ภริยาขุนนาง ผู้ "แช่ง" รัชกาลที่ 4-5 กับวลี "นี่พ่อจะอยู่ไปได้อีกสักเท่าไหร่?"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ย. 2566 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2566 เวลา 01.18 น.
รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงได้รับคำ “แช่ง” จากเจ้านายและภริยาขุนนาง ดังความว่า

“…พ่อได้รับราชสมบัติในเวลาอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น เหมือนตะเกียงริบหรี่จวนจะดับ…”

เป็นความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 มีพระบรมราโชวาทพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ที่ทรงพรรณนาถึงความทุกข์ยากหลายประการที่เสมือนมรสุมหนักในชีวิตของพระองค์

ด้วยเหตุผลประการสำคัญคือ เมื่อขึ้นครองราชย์ขณะทรงมีพระชนมายุเพียง 15 พรรษา ต้องทรงแบกรับพระราชภาระหลายประการ อีกทั้งต้องทรงเผชิญความกดดันทางการเมืองอย่างหนัก จากสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) หรือสมเด็จช่วงฯ (ขณะนั้นเป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหม) ผู้สำเร็จราชการที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสยาม

สมเด็จช่วงฯ เป็นผู้ที่มีอำนาจและอิทธิพลสูงมาก ในหนังสือ ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็ทรงเล่าถึงสมเด็จช่วงฯ ไว้ อันสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจของเจ้าพระยาผู้นี้ กล่าวคือ สมเด็จช่วงฯ จะไม่ออกพระนาม “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เรียกรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 จนกว่าจะได้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว

โดยเหตุที่สมเด็จช่วงฯ ไม่ยอมเรียกรัชกาลที่ 5 ว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” นั้น “…เพราะเขานึกว่าทูลกระหม่อมจะสวรรคตเสียก่อนที่จะได้ราชาภิเษก…”

เหตุที่เชื่อว่ารัชกาลที่ 5 จะเสด็จสวรรคตไม่นานหลังจากครองราชย์นั้น เพราะทรงมีอาการประชวรในช่วงเวลาเดียวกับรัชกาลที่ 4 เมื่อใกล้เสด็จสวรรคต ผู้ที่มีความคิดนั้นคือ คุณหญิงพัน ภริยาคนหนึ่งของสมเด็จช่วงฯ

โดยรัชกาลที่ 6 ทรงอธิบายว่ารัชกาลที่ 5 ตรัสเล่าให้พระองค์ฟัง ความว่า “…เมื่อพระองค์ท่าน [หมายถึงรัชกาลที่ 5 – กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม] กำลังบรรทมประชวรอยู่ในพระฉากในพระที่นั่งอมรินทร์นั้น, คุณหญิงพันเมียสมเด็จเจ้าพระยาได้เข้าไปยืนอยู่บนทางพระเจ้า, แล้วแลพูดว่า. ‘พ่อคุ๊ณ น่าสงสาร นี่พ่อจะอยู่ไปได้อีกสักเท่าไหร่?’…”

ครั้นเมื่อเวลาผ่านไป คุณหญิงพันผู้นี้เสียชีวิต รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ พระองค์ได้ทรงเคาะโกศแล้วตรัสว่า“…ยายพัน, แกเคยถามว่าฉันจะอยู่ไปได้อีกสักเท่าไร. วันนี้ฉันมาตอบแกว่าฉันอยู่มาได้นานพอที่จะมาในงานศพของแกแล้วละ, จะว่าอย่างไร?…”

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อแรกที่ทรงครองราชย์ก็เคยมีผู้มากล่าววาจาเชิงเสียดสีสาปแช่งพระองค์ท่าน เช่นเดียวกับที่คุณหญิงพันกล่าวเสียดสีรัชกาลที่ 5 ผู้นั้นคือ หม่อมเจ้าทินกร เสนีวงศ์

หม่อมเจ้าทินกรเป็นผู้รู้ตำราหมอดู ได้ทำนายถึงดวงพระชะตาแห่งพระราชบัลลังก์ของรัชกาลที่ 4 ตามที่รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขาเล่าไว้ ความว่า “ครั้นแผ่นดินทูลกระหม่อม [หมายถึงรัชกาลที่ 4 – กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม] เจ้าทินกรเป็นผู้ชิงชังทำนายแช่งอยู่ว่าจะไม่ได้ดำรงอยู่ในราชสมบัติเกิน 3 ปี…”

แม้หม่อมเจ้าทินกรจะเป็นผู้ “ทำนายแช่ง” รัชกาลที่ 4 จะด้วย “แช่ง” จริง หรือดูตามโหราศาสตร์มานั้นก็ไม่อาจทราบได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้รัชกาลที่ 4 ทรงติดใจเอาความ เพราะเมื่อได้ทรงพบปะกับหม่อมเจ้าองค์นี้ก็ทรงรับสั่งทักบ้าง เมื่อสิ้นชีพิตักษัยไปแล้ว รัชกาลที่ 4 ก็มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชเพลิงศพ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์นานกว่า 17 ปี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุถึง 57 พรรษา นี่เป็นข้อพิสูจน์ได้ชัดว่า คำพูดของคนเป็นแค่ลมปาก การกระทำต่างหากที่พิสูจน์คุณค่าของคน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ราม วชิราวุธ. (2546). ประวัติต้นรัชกาลที่ 6. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

พระราชนิพนธ์และพระนิพนธ์. (2523). พิมพ์เนื่องในงานฉลองพระชันษา หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ครบ 84 พรรษา 17 กุมภาพันธ์ 2523. กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กันยายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...