"เจ้าจอมมารดาน้อย" เชื้อสายพระเจ้าตาก ห้าวจน ร.4 ทรงเกือบสั่งยิง-ตัดหัวตามพ่อ
เจ้าจอมมารดาน้อย ในรัชกาลที่ 4 เชื้อสายพระเจ้าตาก ห้าวจนรัชกาลที่ 4 ทรงเกือบสั่งยิง-ตัดหัวตามพ่อ
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีพระโอรสและพระธิดามากกว่า 20 พระองค์ ชะตากรรมของหลายพระองค์มีบ้างที่น่าสลดใจ แม้แต่ทายาทที่สืบเชื้อสายต่อมาก็ไม่เว้น เช่นกรณี เจ้าจอมมารดาน้อย ธิดาของพระโอรสของพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งเป็นหม่อมคนแรกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แต่ก็มีวีรกรรมที่เกือบโดนยิง และเกือบโดนสั่งให้ “กุดหัว”
เจ้าจอมมารดาน้อย เป็นธิดาพระอินทรอภัย (บางท่านเขียน พระอินทร์อภัย) พระอินทรอภัยเป็นพระโอรสองค์หนึ่งของพระเจ้ากรุงธนบุรี กับเจ้าจอมมารดาฉิม (บุตรีเจ้าพระยานครฯ)
ก่อนจะกล่าวถึงวีรกรรมของเจ้าจอมมารดาน้อย ต้องอธิบายความเป็นมาเกี่ยวกับพระอินทรอภัยให้ทราบก่อน
พระอินทรอภัย พระโอรสพระเจ้ากรุงธนบุรี
พระเจ้ากรุงธนบุรี มีราชโอรสกับเจ้าจอมมารดาฉิม 2 องค์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศพงษ์ (ภายหลังเป็นพระพงษ์นรินทร์) กับ สมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศไพ (ภายหลังเป็นพระอินทรอภัยในรัชสมัยรัชกาลที่ 2)
ในที่นี้จะกล่าวถึง พระอินทรอภัย ผู้เป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาน้อย ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ สามารถเข้าออกในเขตพระราชฐานได้ ย่อมทำให้สนิทชิดเชื้อกับคนในจนเกิดกรณีสัมพันธ์กับเจ้าจอม ภายหลังจึงต้องโทษถึงประหารชีวิต อันมีความปรากฏในพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 2 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ว่า
“ในปีกุนนั้น (พ.ศ. 2358) คุณไพบุตรเจ้ากรุงธนบุรี ครั้นเติบใหญ่ขึ้นก็เรียนวิชาแพทย์ชำนิชำนาญ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เป็นที่พระอินทร์อำไพอยู่ในกรมหมอ ได้รับราชการเข้าไปรักษาไข้ในพระราชวังเป็นนิตย์ คิดมิชอบมิได้รู้พระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลักลอบทำชู้ด้วยเจ้าจอมอ่อน จอมอิ่ม จอมไม้เทด กับทนายเรือกคนหนึ่ง โขลนคนหนึ่ง โปรดให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ชำระเป็นสัตย์ สั่งให้ลงพระราชอาญาแล้วประหารชีวิตเสียทั้งหญิงทั้งชาย”
เมื่อต้องโทษแล้ว ช่วงเวลานั้นธิดายังเล็กอยู่มาก สุพจน์ แจ้งเร็ว ผู้เขียนบทความ “หม่อมแรกในพระเจ้ากรุงสยาม” อธิบายว่า สมเด็จพระศรีสุริเยนทร์ฯ พระบรมราชชนนีของเจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงเป็นผู้อุปการะธิดาของพระอินทรอภัยเป็นข้าหลวงในพระองค์
หลังจากนั้น เจ้าจอมมารดาน้อยได้เป็นหม่อมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงมีหม่อมเจ้าชายลูกเธอกับเจ้าจอมมารดาน้อย 2 องค์ คือ หม่อมเจ้านพวงศ์ (ภายหลังได้ทรงกรมเป็นกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ) ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2365 และยังเป็นองค์ต้นราชสกุล นพวงศ์ ณ อยุธยา และหม่อมเจ้าสุประดิษฐ (ภายหลังได้รับสถาปนาเป็นพระองค์เจ้า เป็นกรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร) และเป็นองค์ต้นราชสกุล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา
ต่อมา เมื่อ พ.ศ. 2367 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎ เสด็จออกผนวช ขณะมีพระชันษา 21 ปี ทรงผนวชได้ 15 วัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคต ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าพระองค์มิได้ทรงมอบราชสมบัติแก่เจ้านายพระองค์ใด ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และพระบรมวงศานุวงศ์จึงถวายสิริราชสมบัติแด่พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เป็นรัชกาลที่ 3
ด้วยสถานการณ์ข้างต้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎ จึงต้องทรงครองสมณเพศต่อไปอีก 27 พรรษา
ขณะที่สุพจน์ แจ้งเร็ว อธิบายสถานการณ์เมื่อขึ้นแผ่นดินใหม่ว่า สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระพันปีหลวง เสด็จออกมาประทับที่พระราชวังเดิมกับเจ้าฟ้าจุฑามณี (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) และทรงเลี้ยงทั้งพระองค์เจ้านพวงศ์ กับพระองค์เจ้าสุประดิษฐ (บุตรของเจ้าจอมมารดาน้อย) ในช่วงที่ทั้งสองพระองค์ยังทรงพระเยาว์
เวลาต่อมา สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระพันปีหลวง สวรรคตใน พ.ศ. 2379 หลังจากนั้นเจ้าจอมมารดาน้อยจึงย้ายมาอยู่กับพระพงษ์นรินทร์ผู้เป็นลุง ส่วนพระองค์เจ้านพวงศ์ กับพระองค์เจ้าสุประดิษฐ เวลานั้นพระชันษา 15 และ 13 ตามลำดับ ทั้งสองพระองค์เสด็จมาอยู่วัดบวรนิเวศกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พระราชบิดาซึ่งยังเป็นภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ และทรงเป็นสมภารเจ้าวัด
เส้นทางของเจ้าจอมมารดาน้อยก็ถือว่าน่าเวทนา เมื่อย้อนกลับไปว่าสมเด็จพระอัยกา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ถูกประหาร พระบิดาคือพระอินทรอภัย ก็ถูกประหารเช่นกัน ส่วนพระสวามีเสด็จทรงผนวชถึง 27 พรรษา
เรื่องราวมาถึงจุดนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าจอมมารดาน้อยก็หายไป สุพจน์ แจ้งเร็ว บรรยายต่อว่า เรื่องมาปรากฏอีกครั้งและครั้งเดียวภายหลังภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทรงลาผนวชมาครองราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ 4 แล้ว 4 ปี ใน พ.ศ. 2398
วีรกรรมเจ้าจอมมารดาน้อย ในรัชกาลที่ 4
ภายหลังจากที่พระสวามีทรงลาผนวชมาครองราชสมบัติแล้ว เล็ก พงษ์สมัครไทย นักเขียนที่ผลิตผลงานหนังสือ “พระญาติ ราชสกุลรัตนโกสินทร์” บรรยายว่า เจ้าจอมมารดาน้อยไม่เป็นที่ทรงโปรด และไม่ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ เชื่อว่า อาจเป็นผลให้เจ้าจอมมารดาน้อยประพฤติแสดงออกประหลาดไปบ้าง ซึ่งก็อาจเป็นการเรียกร้องความสนใจก็เป็นได้
เหตุการณ์ที่ว่านั้นปรากฏในพระราชหัตถเลขา ทรงเขียนในพลับพลาป้อมเพ็ชร กรุงเก่า ถึงเจ้าจอมมารดาพึ่ง (ทรงเรียกว่า “เต่าของข้า”) เนื้อความทรงเล่าถึงการเสด็จพระราชดำเนินมากรุงเก่า มีใจความตอนหนึ่งว่า (เน้นคำเพิ่มเติม – กองบก.ออนไลน์)
“ขึ้นมาถึงวัดเขมาตลาดแก้วเวลาเช้าโมงหนึ่ง กับ 4 บาท มีเรือเก๋งลําหนึ่งพายตามขึ้นมาแข่งเรือที่นั่งของข้า เกินหน้าเรือตํารวจเรือที่นั่งรองทุกลํา แข่งจนเก๋งเคียงกันยาเรือที่นั่ง
แต่แรกข้าสําคัญว่านางหนูลูกรําเพยจะร้องไห้ มารดาจะให้เอาใส่เรือเก๋งขึ้นมาส่งให้ข้ากระมัง ข้าจึงร้องถามไปว่าเรือใคร เรือนั้นมีม่านบังมิด มีผู้หญิงนั่งท้ายหลาย (คน) เรือตํารวจตามไปก็สําคัญว่าเรือข้างในกระบวร จึงไม่มีใครห้าม ปล่อยให้พายขึ้น สรรเพธภักดีร้องถามหลายคําก็ไม่บอก ข้าถามหลายคําว่าอะไร ๆ เรือใคร ก็ไม่บอก บ่าวผู้หญิงข้างท้ายก็หัวร่อเยาะ ด้วยบานเต็มที่ จนคนในเรือที่นั่งโกรธว่าหัวเราะเยาะ
ข้าคิดจะให้เอาปืนยิงตามกฎหมาย ก็กลัวจะถูกคนตาย เขาจะลือไปว่าดุร้ายใจเบา ทําคนตายง่าย ๆ พายแข่งไล่เรือที่นั่งอยู่นาน เหนผิดที่แล้วจึงได้ร้องให้ตํารวจไล่จับ ครั้นเรือไปจับจะฉุดเรือมา จึงพายหนีห่างออกไป ไล่ไปไกลจึงได้ตัวเรือมา
ได้ความว่าเป็นเรือมารดากรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ มาทําหน้าเปนเล่นตัว ล้อข้าต่อหน้าทารกํานัน น่าชังนักหนา ข้าสั่งให้พระอินทรเทพจับคุมเรือมาส่ง ตัวนายเข้ามาให้จําไว้ บ่าวให้จําไว้ข้างหน้า ข้าได้เขียนหนังสือมาให้กรมหมื่นมเหศวรทราบแล้ว ได้มีไปส่งถึงท้าวศรีสัจจา ท้าวโสภานิเวศน์ ให้เอาตัวจําไว้ให้มั่นคงกว่าข้าจะกลับลงไป อยากจะใครให้เอาไปตัดหัวเสียตามสกุลพ่อมัน แซ่นี้มักเปนเช่นนั้น เหมือนคุณสําลี มารดาพระองค์เจ้านัดดา ถึงลูกท่านรักท่านเลี้ยงเป็นหนักหนา มารดาท่านเอาไว้ไม่ได้ เอาไปตัดหัวเสียเป็นอย่างมีมาแล้ว**
ข้าได้ยินว่าคนพวกเจ้าตลับ เจ้าครอกหอไปด้วย พวกนั้นเป็นพวกใกล้เคียงกับยายน้อยป้าของเต่า เต่าอย่าไปไถ่ถามว่ากล่าวอะไรวุ่นวาย มันจะด่าให้อายเขา มันไม่เจียมตัวว่าชั่ว มันยังถือตัวเป็นเมียข้า มันจึงตามมาล้อต่อหน้าเมียใหม่ ๆ สาว ๆ เป็นเจ้าเป็นนาย เมื่อจับมันร้องว่าจะไปตามเสด็จกรุงเก่าด้วย”
สำหรับเจ้าจอมมารดาสำลี ในกรมพระราชวังบวรฯ เป็นพระธิดาสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เจ้าจอมมารดาสำลีถูกประหารชีวิตไปในช่วงต้นรัชกาลที่ 2 จากกรณีกาคาบบัตรสนเท่ห์
ส่วน “เจ้าตลับ เจ้าครอกหอ” คือหม่อมเจ้าตลับ และหม่อมเจ้าหอ ธิดาของเจ้าฟ้ากรมขุนกระษัตรานุชิต (เจ้าฟ้าเหม็น ซึ่งถูกสำเร็จโทษในครากาบัตรสนเท่ห์) หากนับโดยศักดิ์แล้ว เจ้าฟ้ากรมขุนกระษัตรานุชิตเป็นพี่ของเจ้าจอมมารดาน้อย
ด้านเจ้าจอมมารดาน้อย ไม่ปรากฏว่าถูกลงทัณฑ์อย่างไร หลังเจ้าจอมมารดาน้อยถึงแก่กรรม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้พระราชทานเพลิงศพที่สวนท้ายวังของพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นวิศณุนารถฯ ซึ่งสุพจน์ แจ้งเร็ว ยังบรรยายว่า ภายหลังยังสร้างวัดตรีทศเทพขึ้นในบริเวณนั้น และสร้างเจดีย์ตรงจุดที่ปลงศพเจ้าจอมมารดาน้อยด้วย
เกร็ดในการสร้างวัดนั้น เล็ก พงษ์สมัครไทย เล่าไว้ว่า กรมหมื่นวิศณุนารถฯ ทรงโปรยเงินทั่วพื้นที่ที่ทรงกำหนดว่าเป็นจุดสร้างวัด จากนั้นจึงโปรดให้บ่าวไพร่ในพระองค์ถางทาง (เพื่อเก็บเงินที่ทรงโปรยไว้)
ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าจอมมารดาสำลียังปรากฏอยู่ในบทความของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ในสยามรัฐ คอลัมน์ “ซอยสวนพลู” เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2536 ซึ่งศิลปวัฒนธรรมนำมาเผยแพร่ลงในฉบับเมษายน พ.ศ. 2536 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เล่าว่า ได้ทราบเรื่องเจ้าจอมมารดาสำลีจากการบอกเล่าของบรรพบุรุษของท่านเอง เกร็ดเนื้อหาเกี่ยวกับเจ้าจอมมารดาสำลี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช บรรยายโดยอ้างอิงคำบอกเล่ามาอีกทอดว่า
“มีเรื่องเล่ากันมาว่าวันที่เกิดเรื่องนั้น (ช่วงกรณีกาคาบบัตรสนเท่ห์-ฉบับออนไลน์) กรมพระราชวังบวรฯ ประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเสร็จราชการแล้วก็เสด็จกลับพระราชวังบวรฯ ทอดพระเนตรเห็นคุณจอมมารดาสำลีนั่งเล่นอยู่กับพระโอรสในกรมพระราชวังบวรฯ กรมพระราชวังบวรฯ จึงตรัสถามว่า เขากล่าวหาว่า เจ้าคิดกบฏจริงอยู่หรือ
คุณจอมมารดาสำลีก็ทูลว่า ถ้าจะว่าเป็นกบฏก็เป็นกบฏละ เพราะพ่อเขาก็เอาไปฆ่าเสียแล้ว พี่เขาก็เอาไปฆ่าอีกคนหนึ่งด้วย ว่าแล้วเจ้าจอมมารดาสำลีก็ผลักที่พระขนองของพระโอรสแล้วกล่าวว่าไปให้พ้นไอ้พวกลูกเสือลูกตะเข้…
คุณจอมมารดาสำลีนี้ เป็นบรรพบุรุษของราชสกุลอิสรเสนา ถ้าหากว่าผมกล่าวเล่าเรื่องนี้ไปในทางใดที่ไม่เหมาะสมไม่ควร หรือไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงบางประการ ก็ขออภัยโทษท่านผู้ที่อยู่ในราชสกุลนั้นเสียด้วย เพราะเป็นเรื่องที่ได้ยินมาจากผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง มิได้มีเอกสารสิ่งใดที่จะยืนยันได้ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องที่คนสมัยนี้ควรจะรู้ก็เล่าไว้ในคอลัมน์นี้”
อ่านเพิ่มเติม :
- เจ้านครอินทร์ สร้างเมืองกำแพงเพชร, พระเจ้าตากไม่เคยเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร
- ทำไมรัชกาลที่ 1 ไม่ให้พระเจ้าตากฯ เข้าเฝ้าครั้งสุดท้าย สำรวจวรรณกรรมพระประวัติ
- วังหน้า “พระยาเสือ” เมื่อต้องโค่นพระเจ้าตาก ขุนศึกที่พระเจ้าตากโปรดปรานทำอะไรบ้าง?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
คึกฤทธิ์ ปราโมช, หม่อมราชวงศ์. คอลัมน์ ซอยสวนพลู. ใน สยามรัฐ ฉบับวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2536.
สุพจน์ แจ้งเร็ว. “หม่อมแรกในพระเจ้ากรุงสยาม, ” ใน ศิลปวัฒนธรรม กุมภาพันธ์ 2536, น. 56-59.
เล็ก พงษ์สมัครไทย. พระญาติ ราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : ข้าวฟ่าง, 2549
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 กันยายน 2562
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าจอมมารดาน้อย” เชื้อสายพระเจ้าตาก ห้าวจน ร.4 ทรงเกือบสั่งยิง-ตัดหัวตามพ่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com