โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยมือยิงกำนันม้งมี 3 คนบางส่วนเผ่นไปลาว เจ้าตัวรู้ล่วงหน้าจะโดนลอบฆ่า

Khaosod

อัพเดต 02 พ.ค. 2561 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2561 เวลา 12.49 น.

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผค 4115 เชียงราย ส่งผลให้นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต ซึ่งเป็นกำนัน ต.ปอ และยังเป็นประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทยด้วย และลูกชายวัย 3 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ซึ่งเป็นภรรยาของนายทวีศักดิ์ และ ด.ญ.ธัญญาพร ยอดมณีบรรพต อายุ 5 ปี ลูกสาว เสียชีวิตคารถ เหตุเกิดบริเวณถนนสายบ้านร่มฟ้าทอง-บ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 10 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรเชียงราย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังประชุมชุดคลี่คลายคดียิงถล่มครอบครัวนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนัน ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย เหตุเกิดวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำอาวุธปืนที่ทางตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองเรียกมาตรวจสอบแล้วทั้ง 300 กระบอก และคัดออกเหลือจำนวน 74 กระบอกมาทดสอบวิถีการยิงและอื่นๆ ว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่แล้ว ส่วนการประชุมครั้งนี้แยกเป็นการสืบสวนและสอบสวน โดยในแง่การสอบสวนนั้นสอบปากคำพยานไปแล้วจำนวน 2-3 ปาก ด้านการสืบสวนได้ให้ทางหน่วยพิสูจน์หลักฐานจำลองเหตุการณ์ แนววิถีกระสุน ตรวจดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ ฯลฯ

ด้าน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ยังคงมุ่งเป้าไปยังเรื่องของคดียาเสพติดที่ผ่านมาเป็นสำคัญเหมือนเดิม โดยสาเหตุที่เป็นปมการลอบยิงอาจเป็นการใช้ภาษาม้ง ซึ่งที่ผ่านมาทางราชการขอความร่วมมือกับทางกำนันในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง เพราะโดยตำแหน่งก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้วในเรื่องของการจัดหาล่ามแปลเป็นภาษาม้งกรณีมีการจับกุมคดียาเสพติดหรือขยายผลต่างๆ ซึ่งก็อาจสาเหตุ

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า สืบทราบว่าก่อนเกิดเหตุยิงถล่มครั้งนี้มีผู้ที่อาฆาตถึงขั้นจะเอาชีวิตนายทวีศักดิ์ โดยเจ้าตัวก็รู้ตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อลงมือจนแล้วเสร็จแล้วก็ได้หลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีหลายคนทั้งกลุ่มคนวางแผน สั่งการ ลงมือ โดยบางส่วนหลบหนีไปอยู่ในฝั่งสปป.ลาว แล้วแต่เชื่อว่าบางส่วนยังอยู่ฝั่งไทย ทั้งนี้เชื่อมโยงกับทั้ง 2 คดีคือยาบ้า จำนวน 9.4 ล้านเม็ด ยาไอซ์ และเคาตามีน 788 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน เมื่อวันที่ 2 เม.ย. และคดีจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาไอซ์ 260 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน พื้นที่อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบอีกว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา มีด้วยกันถึง 3 คน เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น โดยใช้อาวุธปืนเอเค-47 หรืออาก้า จำนวน 2 คน และปืนลูกซองยาวจำนวน 1 คน ซึ่งก็ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานและสอบพยานต่างๆ อีกระยะหนึ่งต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 บช.ปส. กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ และนำมาเปรียบเทียบกับชุดคลี่คลายคดีของ ภ.5 ในครั้งนี้พบว่าตรงกัน ทำให้ทราบถึงกลุ่มต่างๆ แล้ว จึงเหลือเพียงการตรวจหาข้อมูลหลักฐานและพยานต่างๆ มาประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุมก่อนมีการดำเนินการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...