โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะตำนาน 47 ปี “ยาคูลท์” จุลินทรีย์ทำเงินเฉียดหมื่นล้าน

Positioningmag

อัพเดต 07 เม.ย. 2561 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2561 เวลา 02.08 น.

กลับมาสร้างความฮือฮา เมื่อนมเปรี้ยว ”ยาคูลท์” ออกสินค้าใหม่สินค้าใหม่ในรอบ 50 ปี  ยาคูลท์ไลท์ สูตรน้ำตาลน้อย เพื่อรับกับกระแสสุขภาพ

หากย้อนตำนาน “ยาคูลท์” ที่ถือกำเนิดขึ้น เพราะควมบังเอิญของนักเรียนทุนญี่ปุ่น*“ประพันธ์ เหตระกูล” ทายาทรุ่นที่สองของเดลินิวส์ ซึ่งเป็น ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด (ถึงแก่กรรม) มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เลยได้ “แม่บ้านญี่ปุ่น”* แนะนำให้ดื่มยาคูลท์ ซึ่งทำตลาดในญี่ปุ่นเวลายาวนานหลายทศวรรษแล้ว จนมาถึงปัจจุบันเรียกได้ว่าสินค้าและแบรนด์อยู่ในตลาดยาวนาน 88 ปี

ประพันธ์ เหตระกูล


ผลการ “ทดลองดื่ม” แล้วเห็นผลลัพธ์ที่ดี“ประพันธ์” จึงชวนทุนญี่ปุ่น เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยปี 2512  บุกเบิกตลาดนมเปรี้ยมยาคูลท์ “สูตรออริจินัล” ขายเมื่อปี 2514 จุดขายด้าน“คุณประโยชน์” จากจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสคาเซอิ ชิโรต้าที่มีชีวิตกว่า 8,000 ตัวช่วยระบบขับถ่ายมาพร้อม “บรรจุภัณฑ์” ขวดพลาสติกพอลิสไตรีน (PS) มีข้อความสีแดงบนขวดเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าได้อย่างดี

ทว่า การแจ้งเกิดสินค้าใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแว้บแรกที่นำสินค้าไปแจกจ่ายด้วยตัวเอง เชิญชวนให้ผู้บริโภคทดลองดื่ม “ประพันธ์” กลับถูกลูกค้าปาสินค้าใส่ทันทีที่ “จิบชิม” พร้อมโดนเสียงสะท้อนกลับมาว่า “นำนมเน่าเสียไปให้ดื่ม”

สินค้าไม่ถูกปาก! ทำให้ต้องเผชิญภาวะ “ขาดทุน” ตั้งแต่ออกสตาร์ท แต่ “ประพันธ์” ไม่เคยย่อท้อกับอุปสรรค (Threats) เพราะในเกมการตลาดที่ต้องเอาชนะใจผู้บริโภค “สินค้าดี” (Product) จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ฝ่าด่านแรกแจ้งเกิดสินค้าได้นั่นเอง ที่เหลือเป็นเรื่องของราคา และเครื่องมือทางการตลาดอื่นๆหรือ Marketing Mix ที่นำไปเสริมกัน

อีกทั้งกลยุทธ์การกระจายสินค้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาศัยช่องทางขายตรงผ่าน สาวยาคูลท์ ที่สวมชุดยูนิฟอร์มเอกลักษณ์ ควบพาหนะคู่ใจในอดีตคือ “จักรยาน” ไปเคาะประตูถึงหน้าบ้านลูกค้า กลายเป็นสูตรสำเร็จที่ทำยอดขายให้เติบโตจนถึงปัจจุบัน

สาเหตุเลือกผู้หญิงเป็นสาวยาคูลท์น่าสนใจ เพราะช่วย “ลดกำแพง” ในการซื้อขายระหว่างลูกค้าได้มาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าประชิดลูกค้าถึงหน้าบ้านที่มีผู้หญิง คนแก่อยู่ลำพัง อีกทั้งเข้าถึง (Reach) กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกช่วงเวลา

ปัจจุบันยาคูลท์อยู่คู่คนไทยมาเกือบ50 ปี มีผู้กุมบังเหียน 2 รุ่น จาก รุ่นพ่อ คือประพันธ์ สู่ทายาทคนเล็ก “กนกพรรณ เหตระกูล” เป็นแม่ทัพ ในฐานะขับเคลื่อนธุรกิจเคียงข้างบิดามานานถึง17 ปี มีสาวยาคูลท์กว่า 3,500 ชีวิต ทำหน้าที่ขายสินค้าดังเดิม โกยยอดขายหลัก 5 ล้านขวดต่อวัน

กนกพรรณ เหตระกูล

หลายปีที่ผ่านมา สมรภูมิตลาดนมเปรี้ยว ก็มีคู่แข่งที่ใช้กลยุทธ์ Me too Product ตบเท้าเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด ทั้งแบรนด์บีทาเก้น, เมจิไพเกน และดัชมิลล์ ดีไลท์ ส่งสินค้าประเภทเดียวกัน (Category) บรรจุภัณฑ์ และฉลากที่คล้ายกับแบรนด์ต้นตำรับมาสู้

คู่แข่งแต่ละแบรนด์ชูจุดขายด้านปริมาณสินค้าที่มากกว่า ราคาคุ้มค่าเน้นขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ พร้อมทำตลาดและโฆษณาทางโทรทัศน์ชูจุดเด่นสินค้าช่วยเรื่องการขับถ่ายจับกลุ่มเป้าหมายสาวๆ คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ

เมื่อผู้เล่นมากขึ้น มีส่วน “ขับเคลื่อน” ตลาดให้โตเป็นเงาตามตัว จนส่งผลให้มูลค่าตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม (Drinking Yogurt) มากกว่า 22,300 ล้านบาท(ที่มา :Euromonitor) และนั่นยิ่งทำให้บิ๊กเพลย์เยอร์ในตลาดต่างงัดกลยุทธ์ขับเคี่ยวกันรอบด้าน

แต่ต่อให้การแข่งขันเดือดทะลุปรอท! แค่ไหน เกือบ 50 ปีที่ผ่านมายาคูลท์ก็ไม่เคยเปลี่ยนหรือปรับสูตรผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ที่เห็นก็รู้ทันที(Top of Mind)ว่าเป็นแบรนด์ยาคูลท์ รวมทั้งช่องทางขายที่ผ่านสาวยาคูลท์มาตลอด

ยาคูลท์ ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ดื่มนมเปรี้ยวมีประมาณ  72% ของประชากรทั้งหมด  ยาคูลท์มีส่วนแบ่งประมาณ 80% ของยอดรวมผู้ดื่ม ด้วยระบบการขายผ่านสาวยาคูลท์ โดยกลุ่มใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่และวัยทำงานมากที่สุด สูงถึง 60% ของยอดรวมการบริโภคยาคูลท์ (ผลงานวิจัยตลาดผู้บริโภคนมเปรี้ยว)

แต่ด้วย“กระแสผู้บริโภครักสุขภาพ” ที่กลายเป็นเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับหันมาออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก บริโภคน้ำตาลน้อยลง

ทำให้ยาคูลท์ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่รอบ 50 ปี ประกาศเปิดตัวสินค้านมเปรี้ยวสูตรน้ำตาลน้อย“ยาคูลท์ไลท์”เข้าทำตลาด 1 มิถุนายนนี้  เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญต่อไป

“ยาคูลท์ไลท์” มีปริมาณน้ำตาลเพียง  1.75 %  และใช้วัตถุให้ความหวานจากพืช คือ มอลทิทอล ที่ทำมาจากมันสำปะหลัง และซูคราโลส ที่ทำมาจากอ้อย โดยแบรนด์การันตีรสชาติคงเดิม ยังคงจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้าดังเดิมด้วย

ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศแรกที่มี “ยาคูลท์ไลท์” ทำตลาด เพราะสหรัฐ อังกฤษ ต่างก็มีสินค้าดังกล่าว แต่มีฉลากสีฟ้าที่บ่งบอกเอกลักษณ์สินค้า ในตลาดโลก ยังมียาคูลท์พลัส ซึ่งมีไฟเบอร์ ตอบโจทย์ผู้บริโภครักสุขภาพด้วย

ปัจจุบันมียาคูลท์จำหน่ายแล้วใน 38 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุม  5  ทวีป  และมีผู้ดื่มทั่วโลกมากกว่าวันละ 35 ล้านคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...