ฆาตกรรม อำพราง สาววัย 19 ปี “น้องหญิง-นรีกานต์ ยาวิราช” เหยื่อแก๊งค้ากาม
จากรูปคดี “อุบัติเหตุ” พลิกเป็นคดี “ฆาตกรรม อำพราง” – “ค้ามนุษย์” – จัดให้มีการค้าประเวณี - ดึงนาย ตร. 3 โรงพัก ติดบ่วงกรรม ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม. 157
จากกรณี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 เมื่อมี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Baifern Pns โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า วันที่ 19 ก.ค. 61 ตอนประมาณตี 2 น้องสาว ได้ไปเที่ยว ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง แถวบางประอิน (น้องสาวอยู่หอกับเพื่อนผู้หญิง ชื่อ เป็ด ที่ไปด้วยกัน ตอนไปแฟนของเป็ด คือ ท็อป ได้มารับไปเที่ยว ซึ่งในรถกระบะที่นั่งไปมีทั้งหมด 4 คน ชาย 2 มีท็อป กับอ๊อฟ ซึ่งอ๊อฟ เป็นน้องของคนชื่อท็อป หญิง 2 คน มีน้องสาวกับเป็ด)
จากในวีดีโอที่น้องถ่ายในโต๊ะที่นั่งด้วยกันจะมีผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 2 คน ซึ่งรวมน้องสาวด้วย ชายอีก 3 คนน่าจะนัดเจอที่ร้าน
พอเวลาประมาณตี 4 จะเดินทางกลับบ้าน เป็ด ได้บอกให้น้องสาวกลับกับคนที่ชื่อ อ๊อฟ ซึ่งน้องสาวไม่เคยรู้จักมาก่อน น้องสาวก็กลัวไม่กล้ากลับ เพราะตอนนั่งกินอยู่ในร้าน น้องสาว ได้ถูกคนที่ชื่อ อ๊อฟ ลูบขา กระชาก เพราะมีคนในร้านมาจีบเหมือนประมาณว่า คนที่ชื่อ อ๊อฟ ชอบน้องสาว แต่น้องสาวไม่เคยรู้จักมาก่อน
น้องสาว ก็เลยโทรไปปรึกษาพี่คนหนึ่งชื่อ รุ้ง บอกว่าอยากกลับบ้าน กลัว เลยให้พี่รุ้งคุยกับ เป็ด ว่า พาน้องกลับมา เพราะน้องกลัวไม่อยากกลับกับ อ๊อฟ บอกให้น้องนั่งแท็กซี่กลับ แล้ว เป็ด ก็รับปากบอกจะให้นั่งแท็กซี่กลับ บอกจะเอาหัวเป็นประกัน ไม่ให้ น้องสาว เป็นอะไรแน่นอน บอกจะไปส่งขึ้นแท็กซี่ แล้วทั้ง อ๊อฟ ท็อป เป็ด และน้องสาว ได้นั่งรถกระบะจากร้านเหล้าไปที่ปั๊มเชลล์ แล้ว เป็ด ก็ให้น้องสาวกลับกับคนชื่อ อ๊อฟ เพราะ เป็ด อ้างว่า ต้องไปขึ้นงานกับ ท็อป ซึ่งเป็นแฟนของเป็ด เลยไม่ได้กลับกับ น้องสาว แล้วทางที่จะไปขึ้นงานมันคนละทาง แต่ทางที่ อ๊อฟ จะไปขึ้นงานมันผ่านหอพอดีเลยให้ น้องสาว ไปกับ อ๊อฟ ซึ่งน้องสาวก็ดันนั่งรถไปด้วย
ขณะที่นั่งรถไป น้องสาว ได้โทรหา รุ้ง แล้วก็ร้องไห้บอกกลัวๆ แล้วสายก็ตัดไป พอเวลาสักประมาณตี 5-6 โมง อ๊อฟ ได้เอาโทรศัพท์ของ น้องสาว โทรหาคนชื่อรุ้ง บอกว่า น้องสาวกระโดดลงรถ คนที่ชื่อ อ๊อฟ ได้นำตัว น้องสาว ไปส่งที่โรงพยาบาล
พอคนชื่อรุ้ง มาถึงโรงพยาบาล คนชื่ออ๊อฟก็กลับไป
อาการตอนมาถึง น้องสาว มีเลือดออกปาก ออกจมูก น้ำตาไหลตลอด มีอาการชัก พอหมอตรวจ ผลออกมาว่า น้องสาว อาการโคม่า 50-50 แล้วได้ส่งตัวไปอีกโรงพยาบาล ผลเอ็กซเรย์ออกมาว่า ฐานกะโหลกแตก กระดูกหน้าแตก สมองบวม ไม่มีช่องให้ผ่าตัด หมอใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด เพราะน้องหายใจเองไม่ได้ พอตอนหลังมีเลือดออกปากเยอะมากไหลตลอด
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Baifern Pns ระบุ น้องสาว เสียชีวิตลงในเวลา 02.05 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม ตอนแรกไม่ได้เอะใจเลยไม่ได้ชันสูตรศพ เอาศพออกมาวัด แล้วลองค้นข้อมูลในโทรศัพท์น้องสาว เหตุการณ์มันแปลกๆ เลยได้เอาศพกลับไปผ่าชันสูตร
พ่อของน้องสาว ไปแจ้งความว่า น้องเสียชีวิต ไม่แน่ใจว่า ตกรถลงมาเองหรือมีเหตุการณ์อะไรหรือป่าว ตำรวจได้เรียกคน ชื่ออ๊อฟ มาสอบปากคำแล้วปล่อยตัวไป ตำรวจ ระบุว่า เป็นคดีไม่ซึ่งหน้าเลยปล่อยตัวคนชื่อ อ๊อฟ ไป โทรศัพท์น้องสาวก็ไม่เก็บไปหาหลักฐานทั้งๆ ที่หลักฐานในโทรศัพท์เยอะมาก
ผลชันสูตรเบื้องต้นออกมาว่า น้องสาวโดนของแข็งที่ไม่มีคมทุบตีที่ท้ายทอย แต่คนชื่อ อ๊อฟ บอกว่าน้องกระโดดลงรถเอง คือมันไม่ใช่ ข้อมูลที่ อ๊อฟ บอกมาไม่เห็นตรงกับหลักฐานที่เจอเลยเอาหลักฐานไปให้ตำรวจ เรื่องก็ยังเงียบ
(ปล.คลิปเสียงที่พี่รุ้งคุยดีคุยกล่อมกับเป็ด เพราะว่า เจน ที่อยู่ข้างๆ พี่รุ้ง บอกว่า ตัวเจนก็เคยโดนคนชื่อ อ๊อฟ ข่มขืนเลยพูดดี) อยากรู้ว่า เพราะอะไรน้องถึงกระโดดลงมาจากรถ น้องตกรถจริงหรือป่าว ทำไมเสื้อผ้าน้องถึงเปียก ถ้าตกลงพื้นถนน แล้วพยาบาลบอกว่า ตอนน้องมาโรงพยาบาลเนื้อตัวสะอาดมากไม่มีฝุ่นไม่มีเศษหินเลย แล้วทำไมน้องถึงโทรไปร้องไห้กับคนชื่อรุ้ง ว่า กลัว แล้วก็อะไรอีกหลายๆ อย่าง น้องมีแผลถลอกที่มือนิดเดียว ข้อศอกนิดเดียว ข้างๆ สะโพกนิดเดียว นอกนั้นไม่ถลอกเลย ขนาดคนเติมน้ำมันเป็นผู้หญิงยังไม่กล้าเติมยังต้องเรียกผู้ชายไปเติมให้เลย เขาบอกกลัว
นายอ๊อฟ อ้างว่า น้องสาว กระโดดจากรถลงไปเอง บริเวณนิคมไฮเทค บางปะอิน จ.อยุธยา ช่วงเวลาประมาณ ตี 4-5 ทางครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่คิดว่า น้องจะตกรถ เพราะเห็นว่า ร่างของน้องที่โรงพยาบาลนั้นมีรอยถลอกนิดเดียว อีกทั้งผลชันสูตรเบื้องต้นจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ระบุว่า น้องถูกของแข็งที่ไม่มีคมทุบเข้าที่ท้ายทอย ครอบครัวจึงติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอย่างมาก ต้องการให้เกิดความกระจ่าง
“โดยพิธีทางศาสนา ได้นำร่างของน้องมาสวดที่วัดเกิดการอุดม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และทางครอบครัวจะเก็บร่างของน้องไว้จะยังไม่ฌาปนกิจจนกว่าความจริงจะปรากฏ”
ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สอบปากคำ นายสุบิน ยาวิราช อายุ 41 ปี พ่อของ “น้องหญิง” สาววัย 19 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยตนเอง พร้อมทั้งหารือกับพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการกองปราบปราม ถึงการดำเนินคดี หลังครอบครัวเชื่อว่า การเสียชีวิตของ “น้องหญิง” เกิดจากการถูกคนร้ายใช้ของแข็งทุบตีทำร้ายร่างกาย ซึ่งพ่อผู้เสียชีวิตมีหลักฐานหลายอย่าง ทั้งคลิปเสียงการร้องไห้ ที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นคลิปอยู่ในพิกัด GPS เดียวกับรถเทรลเลอร์ ที่จอดเป็นเวลานานกว่า 7 นาที
ขณะที่ช่วงเช้าที่ วันเดียวกัน (30 ก.ค.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม พร้อมด้วยนายสุบิน ยาวิราช อายุ 41 ปี นางสาวภาณิศา ยาวิราช พ่อ และอา ของ “น้องหญิง” ได้นำโรงศพใส่รถกระบะเดินทางมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าเรียกร้องของความเป็นธรรม ที่ กองบังคับการกองปราบปราม ถนนพหลโยธิน เข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการ กองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ นางสาวสิรินาถ รอบรัมย์ หรือ เป็ด อายุ 18 ปี และนายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ และนายท็อป (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ในข้อหา ร่วมกันทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งครอบครัว “น้องหญิง” สงสัยว่า ทั้งหมดร่วมกันทำให้ “น้องหญิง” ถึงแก่ความตาย หรือ ฆาตกรรมอำพราง
โดยมอบหลักฐาน คลิปเสียง “น้องหญิง” ก่อนเสียชีวิต ข้อมูล จีพีเอส สัญญาณโทรศัพท์ และข้อความทางไลน์ของ “น้องหญิง” เพื่อประกอบการพิจารณา พร้อมนำรูปภาพหน้าศพ และโรงศพ มาแห่เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
คดีดังกล่าว ครอบครัว “น้องหญิง-นรีกานต์ ยาวิราช” แจ้งความไว้ที่ สภ.บางปะอิน แต่ไม่ได้มีการรับเรื่อง หรือตรวจสอบทางคดี มีเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในคดีอุบัติเหตุ กระทั่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ซึ่ง เดินทางไปติดตามคดี ‘น้องหญิง-นรีกานต์ ยาวิราช” อายุ 19 ปี ด้วยตนเอง ที่ สภ.บางปะอิน โดยภายหลังการประชุมพนักงานสอบสวน ด้าน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) มีคำสสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองปทุมธานี สภ.พระอินทร์ราชา และ สภ.บางปะอิน ตั้งแต่ระดับ ผกก. รอง ผกก. สารวัตร และรองสารวัตร รวม 10 นาย ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด และตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ว่า มีข้อบกพร่อง ปล่อยปะละเลยในหน้าที่หรือไม่
ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์, พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรมัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก. 2 บก.ป. ประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิต ‘น้องหญิง-นรีกานต์ ยาวิราช” สาววัย 19 ปี ประชุมร่วมกัน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวว่า ชุดสืบสวนของกองปราบปราม เข้าไปร่วมสืบสวนในคดีนี้ด้วย ตามที่ญาติของผู้เสียชีวิตร้องขอ โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ตำรวจกองปราบ กับคณะพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งได้แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยมอบหมายให้กองปราบดำเนินการสืบสวนสวนหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ส่วนคณะทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท้องที่เจ้าของคดี จะรับผิดชอบสำนวนการสอบสวนและดูแลด้านการสอบสวนทั้งหมด
ในเบื้องต้น จะนำศพ ‘น้องหญิง-นรีกานต์ ยาวิราช” สาววัย 19 ปี ไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการผ่าพิสูจน์ไปแล้วที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากสถาบันนิติเวชฯ อาจจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากกว่าและเป็นไปตามความต้องการของญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการให้มีการพิสูจน์ถึงสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้าน พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นริศ ผูกจิต สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อหาพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากแนวทางสืบสวน พบว่า น้องหญิง ผู้เสียชีวิตนอกจากจะไปดื่มสุรากับ นายอ๊อฟ นายท็อป และ นางสาวเป็ด แล้ว ในร้านดังกล่าวยัง มีกลุ่มชายหญิงร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ทั้งหมดประมาณ 10 คน ซึ่งกลุ่มผู้ชายส่วนใหญ่มีอาชีพขับรถบรรทุกหัวลากเช่นเดียวกับ นายอ๊อฟ และ นายท็อป เพื่อหาข้อมูลทางคดีเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับ กรมทางหลวง และภาคเอกชน เพื่อนำกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบด้วยเช่นกัน โดยในที่ประชุม ยังไม่มีการสรุปว่าการเสียชีวิตเกิดจากการ ฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุ
ภายหลัง ผลชันสูตรของแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า “น้องหญิง-นรีกานต์ ยาวิราช” สาววัย 19 ปี ถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมถึง 2 ครั้งก่อนเสียชีวิต วันที่ 1 สิงหาคม 2561 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ถนนพหลโยธิน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายสุบิน ยาวิราช พ่อขอ “น้องหญิง” เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบอีกครั้ง เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กับนายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ คนขับรถเทลเลอร์ ที่อยู่กับ “น้องหญิง” เป็นคนสุดท้าย
ต่อมาวันที่ 2 สิงหาคม 2561 พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำ น.ส.เจน และ น.ส.รุ้ง ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่เคยออกมาเปิดเผยว่าเคยถูกล่อลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ เช่นเดียวกับ นางสาวนรีกานต์ ยาวิราช อายุ 19 ปี หรือ น้องหญิง
ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ให้ความมั่นใจตำรวจดำเนินคดีนายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ คนขับรถเทรลเลอร์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เนื่องจากรวบรวมพยานวัตถุ พยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ครบถ้วนสมบูรณ์
ส่วนกรณีตำรวจรับสินบน 300,000 บาทจากผู้ต้องหา กองบังคับตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ครอบครัว “น้องหญิง-นรีกานต” สาววัย 19 ปี ถูกฆาตกรรมอำพราง แห่ศพเรียกร้องย้าย “ตำรวจพื้นที่ เกิดเหตุ” หลังพยาน ถูกข่มขู่