โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มวันนี้! ลักเซมเบิร์ก เปิดให้บริการขนส่งสาธารณะฟรี เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และลดจำนวนรถบนถนน

The MATTER

อัพเดต 04 มี.ค. 2563 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2563 เวลา 07.00 น. • Brief

หลายคนเสียเงินให้กับค่าเดินทางปีละหลายบาท เพราะการใช้ขนส่งสาธารณะไม่ทำให้ถึงจุดหมายปลายทางในต่อเดียว เวลาไปทำงาน พอนั่งรถไฟฟ้าถึงสถานีปลายทางแล้ว อาจต้องนั่งมอเตอร์ไซค์วินต่ออีก เพราะที่ทำงานอยู่ในซอย ทำให้ค่าเดินทางไปกลับค่อนข้างแพง ซึ่งตอนนี้ในยุโรปได้เริ่มมีนโยบายให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีแล้ว

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.2020 การใช้บริการขนส่งสาธารณะในประเทศลักเซมเบิร์ก (ได้แก่ รถไฟ รถราง และรถเมล์ ไม่รวมที่นั่งเฟิร์สคลาส) จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยเป้าหมายของโครงการนี้ ทาง ฟรังซัว บอช (François Bausch) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและการคมนาคมลักเซมเบิร์ก เผยว่า “เป็นการหยุดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่มากขึ้น ”

การสูญเสียรายรับที่มาจากการซื้อตั๋วเดินทาง ดูจะไม่กระทบกับรัฐบาลลักเซมเบิร์กมากเท่าไหร่ เพราะค่าใช้จ่ายของโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ 41 ล้านยูโร (ราว 1.4 พันล้านบาท) หรือ แค่ราว 8% ของงบประมาณประจำปีด้านการขนส่งของประเทศลักเซมเบิร์ก ที่มีวงเงิน 500 ล้านยูโร (ราว 1.7 หมื่นล้านบาท)

นอกจากนี้ ทางรัฐบาลลักเซมเบิร์ก ยังได้ตั้งเป้าว่า จะต้องมีผู้ใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น 20% ภายในปี ค.ศ.2025 โดยในช่วงปี ค.ศ.2018 - 2027 จะมีการใช้เงินลงทุนราว 4 พันล้านยูโร (ราว 1.4 แสนล้านบาท) เพื่อพัฒนาระบบรางรถไฟใหม่ นอกจากนี้ยังหวังว่าจะลดจำนวนผู้ใช้รถยนต์ด้วย ซึ่งลักเซมเบิร์ก เป็นประเทศที่มีอัตราการเป็นเจ้าของรถ (รถยนต์ ต่อ ประชากร 1,000 คน) สูงที่สุดในสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะในประเทศลักเซมเบิร์ก ก็ถือว่าไม่แพงอยู่แล้ว ตั๋วไปขาเดี๋ยวมีราคาอยู่ที่ 2 ยูโร (ราว 69 บาท) และบัตรโดยสารประเภทหนึ่งวัน ราคาประมาณ 4 ยูโร (ราว 139 บาท )

นอกจากนี้ ผู้โดยสารหลายกลุ่มนั่งฟรีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ นักเรียนอายุต่ำกว่า 30 ปี หรือ กลุ่มคนที่ได้รับ ‘รายได้ครอบคลุมสังคม’ (social inclusion income) ซึ่งเป็นสวัสดิการทางการเงินสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ

นักวิจารณ์บางคนเห็นว่า โครงการนี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด อย่าง มาร์กุส เฮ็สเซอ (Markus Hesse) ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเมือง จากมหาวิทยาลัยลักเซมเบิร์ก เผยว่า การเปิดให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหารถยนต์อย่างแท้จริง เพราะประเทศลักเซมเบิร์กมีเงินเดือนสูงและราคาน้ำมันถูก คนจึงซื้อรถยนต์

เขายังมองว่า หลายคนที่เดินทางจากประเทศเพื่อนบ้าน อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีขนส่งสาธารณะที่เหมาะสม เขาจึงเชื่อว่า คนกลุ่มนี้จะขับรถยนต์ต่อไป ส่วนชาวลักเซมเบิร์กที่ขี่จักรยาน อาจเริ่มหันมาใช้บริการเดินทางฟรี

พื้นที่ที่มีนโยบายเดินทางฟรี ส่วนใหญ่มีประชากรไม่มาก อย่าง เมืองทาลลินน์ ในประเทศเอสโตเนีย ที่เคยมีนโยบายขนส่งสาธารณะฟรีสำหรับพลเมือง ในปี ค.ศ.2013 มีประชากรราว 4 แสนคน ส่วนเมืองดันเคิร์ก ที่เคยมีนโยบายเดินทางฟรีในปี ค.ศ.2018 มีประชากรราว 2 แสนคน และสำหรับ ประเทศลักเซมเบิร์ก ที่มีนโยบายขนส่งสาธารณะฟรี ในปีค.ศ.2020 มีประชากรราว 6 แสนคน

.

อ้างอิงจาก

https://www.fastcompany.com/90468863/public-transport-will-now-be-free-in-luxembourg

https://www.bbc.com/news/world-europe-51657085

https://www.dw.com/en/luxembourg-makes-public-transport-free/a-52582998

พิสูจน์อักษร: พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์

#Brief #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...