โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผนที่เมืองไทย 8 ฉบับเด่นๆ สมัย ร.1-4 ฝรั่งเขียนอะไรไว้ บอกอะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ก.ย 2565 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2565 เวลา 05.09 น.

ความก้าวหน้าเกี่ยวกับแผนที่ของไทยเกิดขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการจัดทำแผนที่สยามฉบับแรกที่สมบูรณ์ที่สุด, การจัดกรมแผนที่เพื่อฝึกหัดคนไทยให้รู้จักประโยชน์ของแผนที่ และการสร้างโรงเรียนแผ่นที่ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ด้วยทรงตะหนักถึงความสำคัญของแผนที่ที่มีมากขึ้นเป็นลำดับ

ทั้งก่อนหน้านั้นก็มีชาวต่างชาติเขียนแผนที่เกี่ยวกับเมืองไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1-4 แผนที่เริ่มมีรายละเอียดมากขึ้นตามความก้าวหน้าของวิทยาการ มีแผนที่ฉบับเด่นๆ 8 เล่ม ทั้งหมดจัดทำโดยชาวต่างชาติ แผนที่เหล่านี้บอกอะไรเกี่ยวกับเมืองไทยบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ ไกรกฤษ์ นานา เขียนอธิบายไว้ในหนังสือ “ไขปริศนาประเด็นอำพราง ในประวัติศาสตร์ไทย” (สนพ.มติชน, สิงหาคม 2558) ดังนี้ [จัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำใหม่ – กองบก.ออนไลน์]

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 1-4) แผนที่สยามประเทศ ก็ยังวาดโดยชาวยุโรปแทบทั้งหมด เพื่อประโยชน์ด้านการค้าและการเดินทางเป็นหลัก โดยแผนที่ในช่วงนี้ทั้งสิ้น ก็ยังเป็นแผนที่แบบร่างที่แม้นว่าจะมีรายละเอียดมากขึ้นกว่าในสมัยอยุธยา เช่น มีภูเขา แม่น้ำ ตัวเมือง และจำนวนเกาะแก่งในทะเล แต่ตำแหน่งที่ตั้งก็ยังเป็นแค่การกะประมาณ การสันนิษฐาน และการสมมุติ การขาดข้อมูลเกิดขึ้นเพราะฝรั่งในยุคนั้นยังเป็นนักเดินทางที่ใช้เวลาสำรวจอย่างผิวเผิน ขาดความจริงจัง เนื่องจากไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าแผ่นดินเป็นอุปสรรคใหญ่

แผนที่เมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 1-4 จึงถูกวาดขึ้นแบบประมาณการ ให้มีเนื้อที่ติดต่อกับภูมิประเทศแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกันเท่านั้น ยังไม่มีขอบเขตและเส้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน เพราะยังมิได้ถูกสำรวจพื้นที่อย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ขาดงบประมาณ ขาดการยินยอมของประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ใช่นโยบายหลักของเจ้าเมืองผู้ปกครองประเทศในระยะนั้น

ในจำนวนนี้มีอยู่ 8 ฉบับที่เผยแพร่ในโลกตะวันตกอย่างกว้างขวาง บางฉบับมีการทำสำเนาพิมพ์ซ้ำเพื่อการค้า และตกอยู่ในมือนักสะสมทั้งในอดีตถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะแผนที่เมืองไทยฉบับร่าง 2 ฉบับสมัยรัชกาลที่ 4 พิมพ์อยู่ในหนังสือของบาทหลวงปาลเลอกัวซ์ และเซอร์จอห์น เบาวิ่ง กลายเป็นที่แพร่หลายและคนรู้จักกันมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถูกสำรวจอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากวาดขึ้นในยุคที่สยามเพิ่งเปิดประเทศ จึงเป็นที่คุ้นตาของพ่อค้าและนักเดินทางที่เข้ามายังสยามในสมัยนั้นต่างก็ได้อ่านหนังสือ 2 เล่มนี้และเชื่อถือกันมาก

แผนที่เมืองไทยฉบับร่างยุครัตนโกสินทร์ที่เด่นๆ มีดังนี้

ฉบับที่ 1 วาดในรัชกาลที่ 1 (เมื่อ พ.ศ. 2328/ค.ศ. 1785)

ชื่อ แผนที่อาณาจักรอารกัน-พะโค-สยาม-กัมพูชา-ลาว (Regi d’ Arcan del Pegu di Siam di Camboge e di Laos) วาดโดย นายอานโตนิโอ ชาตตา ชาวอิตาเลียน นับเป็นแผนที่ฉบับแรกพิมพ์ขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จุดเด่นของแผนที่ให้ความสำคัญกับการแบ่งเขตอาณาจักรของอุษาคเนย์ โดยลากเส้นประแบบคร่าวๆ ด้วยการระบุชื่ออาณาจักร พม่า-สยาม-กัมพูชา และลาว แต่ให้ข้อมูลที่ยังคลุมเครือ เช่น ระบุเมืองกำแพงเพชรว่าเป็นเมืองใหญ่กว่าอยุธยา และไม่มีเมืองเชียงใหม่ มีแต่แม่น้ำเชียงใหม่ เป็นต้น

ฉบับที่ 2 วาดในรัชกาลที่ 1 (เมื่อ พ.ศ. 2340/ค.ศ. 1797)

ชื่อ แผนที่คาบสมุทรอินเดียนอกลุ่มน้ำคงคา (La Penisola delle Indie di la dal Gange) วาดโดย นายจิโอวานนี มาเรีย คาสสินี ชาวอิตาเลียน แผนที่สยามติดกันเป็นพืดกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ระบุเมืองชายแดนอย่างลวกๆ เช่น ทิศเหนือจรดเมืองฝางและตาก ทิศตะวันออกจรดโคราช ทิศตะวันตกจรดเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี ทิศใต้จรดรัฐเกดะห์

ฉบับที่ 3 วาดในรัชกาลที่ 2 (เมื่อ พ.ศ. 2361/ค.ศ. 1818)

ชื่อ แผนที่อินเดียนอกแม่น้ำคงคาและจักรวรรดิพม่า (India di là dal Gange os Sia LImpero Birmanno) วาดโดย นายบาร์โทโลมิว บอร์ก ชาวอิตาเลียน เน้นความสำคัญทางธรณีวิทยาโดยการวาดจุดเด่นเป็นแม่น้ำและเทือกเขาให้สะดุดตา )

ฉบับที่ 4 วาดในรัชกาลที่ 2 (เมื่อ พ.ศ. 2365/ค.ศ. 1822)

ชื่อ แผนที่ตังเกี๋ย-โคชินจีน-สยาม-พม่า (Mappa do Tonquin Cochin china Siam e Birmania) วาดโดย นาย เอ. ซี. เลมอส ชาวโปรตุเกส ไม่มีสัญลักษณ์ใดที่แสดงขอบเขตชายแดนแน่นอน แต่ให้ความสำคัญไปที่จุดเด่นทางธรณีวิทยาคือแม่น้ำและเทือกเขาเช่นกัน

ฉบับที่ 5 วาดในรัชกาลที่ 3 (เมื่อ พ.ศ. 2371/ค.ศ. 1828)

ชื่อ แผนที่อาณาจักรสยามและโคชินจีน (Map of the Kingdoms of Siam and Cochin China) ฉบับของครอว์เฟิร์ด วาดโดย นายจอห์น วอล์คเกอร์ ชาวอังกฤษ เป็นแผนที่ชิ้นแรกที่เปิดประเด็นเรื่องพรมแดนของสยามในฐานะรัฐสมัยใหม่ โดยเริ่มระบุเขตอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจการค้าของอังกฤษจากความเป็นเมืองขึ้นใหม่ของอังกฤษในพม่าและมลายูที่เข้ามาประชิดกับพรมแดนสยาม

ครอว์เฟิร์ดพำนักเจรจาเรื่องการค้าในฐานะผู้แทนข้าหลวงใหญ่อังกฤษจากอินเดีย และแม้ว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจา แต่ก็สามารถเก็บข้อมูลมากมายรวมขึ้นเป็นเล่มตีพิมพ์พร้อมด้วยแผนที่ฉบับนี้และแผนผังของกรุงเทพฯ เป็นประโยชน์ต่อนักการทูตสมัยต่อมาคือเฮนรี่ เบอร์นี และเซอร์จอห์น เบาริ่ง

ฉบับที่ 6 วาดในรัชกาลที่ 3 (เมื่อ พ.ศ. 2375/ค.ศ. 1832)

ชื่อ แผนที่พม่า-สยาม-โคชินจีน (Burma, Siam and Cochin China) โดย นายจอห์น แอร์โรวสมิธ ชาวอังกฤษ เป็นแผนที่ฉบับแรกที่พยายามลากเส้นเขตแดนแบบลวกๆ แล้วระบายสีทับเส้นนั้นเพื่อแบ่งเขตอาณาจักรต่างๆ ใน อุษาคเนย์ตามความเชื่อของผู้วาดโดยมิได้สำรวจอย่างถี่ถ้วน แต่ให้เครดิตข้อมูลในแผนที่ฉบับนี้ว่ามาจากจดหมายเหตุของนายครอว์เฟิร์ดเป็นหลัก

ข้อมูลพิสดารในแผนที่ของแอร์โรวสมิธ คือการเขียนรายละเอียดให้ความรู้ แบบแปลกแหวกแนวตามหลังชื่อเมืองบางเมืองที่ตนค้นคว้ามาได้ เช่น เกาะภูเก็ต ก็เขียนเพิ่มเติมว่าบนเกาะนี้เต็มไปด้วยเหมืองแร่ดีบุก

ต่อจากชื่อเมืองจันทบุรก็เขียนว่า “ใกล้เมืองนี้มีเหมืองอัญมณีล้ำค่า” และบนเส้นทางจากตรังมาสู่เมืองนครศรีธรรมราชก็ระบุว่า “เป็นเส้นทางการค้าใหญ่ระหว่างอ่าวเบงกอลกับเมืองหลวงของสยาม” แต่ที่เริ่มแตะประเด็นการเมืองก็คือ เหนือบริเวณอาณาจักรล้านช้าง (ลาว) เขียนว่า “ประกอบด้วยรัฐบรรณาการต่างๆ ที่ขึ้นกับจีน สยาม และพม่า

ฉบับที่ 7 วาดในรัชกาลที่ 4 (เมื่อ พ.ศ. 2397/ค.ศ. 1854)

ชื่อ แผนที่อาณาจักรสยาม (Carte du Royaume de Siam) เดอ ปาลเลอกัวซ์ ชาวฝรั่งเศส แผนที่ฉบับนี้เน้นสภาพทางภูมิศาสตร์และ (เมือง, แม่น้ำ, ภูเขา) ในสยามเท่านั้น แต่ไม่เน้นในประเทศใกล้เคียงเหมือนแผนที่ฉบับอื่นๆ และเนื่องจากท่านเป็นนักบวชมาประจำอยู่ในสยามนานถึง 31 ปี จึงสามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ พร้อมกับแผนที่นี้ประกอบขึ้นเป็นจดหมายเหตุค่อนข้างละเอียดและอ้างอิงที่มาได้ แม้นว่าจะมิได้ลงสำรวจด้วยตนเอง เพราะมิใช่วิชาชีพโดยตรงก็ตาม

ในหน้าแผนที่ฉบับเดียวกันยังพิมพ์แผนผังแผนที่กรุงเทพฯ และลุ่มน้ำเจ้าพระยาปากอ่าวไทยอีก 2 รูปติดอยู่ด้วย

ฉบับที่ 8 วาดในรัชกาลที่ 4 (เมื่อ พ.ศ. 2400/ค.ศ. 1857)

ชื่อ แผนที่สยามและประเทศราช (Map of Siam and Its Dependencies) โดย นายโจเซฟ วิลสัน โลวรี ชาวอังกฤษ เป็นการมองสยามให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคแวดล้อมไปด้วยประเทศราชหรือรัฐบรรณาการตามระบอบจารีตดั้งเดิม ประกอบข้อมูลในหนังสือ 2 เล่มชุด เขียนโดย เซอร์จอห์น เบาวิ่ง ราชทูตอังกฤษ

แผนที่ฉบับนี้ แม้นว่าจะอยู่ในหนังสือที่แพร่หลายอย่างมาก แต่ตัวแผนที่เองกลับมีข้อบกพร่องหลายแห่ง เช่น ตำแหน่งเมืองวาดผิดที่ผิดทาง พื้นที่หลายส่วนแคบหรือผอมกว่าความเป็นจริง และขัดแย้งกับข้อมูลของตัวผู้เขียนที่ต้องการเน้น ประเด็นเรื่องเมืองขึ้นของสยามตอนบนสิ้นสุดแค่เมืองตากและสวรรคโลก เพราะเซอร์จอห์น เบาริ่ง ถือว่าเหนือขึ้นไปจากนั้น รวมทั้งเชียงใหม่เป็นลาวและจัดเป็นเขตประเทศราช การเน้นประวัติดั้งเดิมมากเกินไปก็ทำให้ขอบเขตของสยามผิดรูปผิดร่างไปจากความเป็นจริงอย่างน่าเสียดาย

อาจกล่าวได้ว่า แผนที่แผนทางสมัยต้นรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1-4 ยังตกอยู่ในมือและความเข้าใจของชาวยุโรปเท่านั้น มิได้เกิดจากการจัดการโดยเจ้าของบ้านหรือชาวสยามเอง เป็นข้อมูลที่กะประมาณกันขึ้นมาเอง ยังมิได้ถูกรังวัดจริงจังจึงไม่มีพิกัดทางภูมิศาสตร์ และโน้มเอียงไปทางเพ้อฝัน คาดเดาจากแผนที่ฉบับเก่าก่อนที่ยังมีสภาพเหมือนภาพลวงตา และคัดลอกต่อๆ กันลงมา

ชาวสยามเองในช่วงรัตนโกสินทร์ก็ยังไม่เห็นความจำเป็นในการทำแผนที่ เพราะพลเมืองมีความรู้น้อย หูตาคับแคบและไม่กว้างขวางเหมือนฝรั่ง ทั้งยังเชื่อถือคำอธิบายเกี่ยวกับโลกตามแบบไตรภูมิ ตลอดจนเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่ปรากฏในพระไตรปิฎก

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มีนาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...