โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทวารวดี" ริมฝั่งทะเลโบราณ ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เคยเป็นทะเลมาก่อน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ธ.ค. 2567 เวลา 20.38 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 04.17 น.

ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เคยเป็นทะเลมาก่อน : ศิลปะ “ทวารวดี” รอบอ่าวไทยโบราณ

หลักฐานด้านโบราณคดีและศิลปกรรมที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 12 (พ.ศ. 1100) ลงมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1400) อันปรากฏในที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางของไทย ล้วนมีตำแหน่งที่พบสอดคล้องกับชายฝั่งทะเลเดิม ที่กินเว้าเข้าไปในแผ่นดินปัจจุบันมาก

กล่าวคือ ที่ราบส่วนใหญ่ของภาคกลางตั้งแต่ตอนล่างของจังหวัดนครสวรรค์ลงมาจนถึงปากอ่าวไทยนั้นเคยเป็นทะเลมาก่อนเมื่อราว 3,000 ถึง 1,500 ปีมาแล้ว การศึกษาของนักวิชาการได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนว่า ชุมชนโบราณสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-15) ยังมีที่ตั้งรอบ ๆ ชายขอบทะเลนี้อยู่ [1] (รูปที่ 1) ลำน้ำที่ไหลจากที่สูงทางภาคเหนือลงสู่ปากอ่าวจะเปลี่ยนแปลงทางเดินและพัดพาดินตะกอนมาทับถมสม่ำเสมอ

เมืองโบราณที่ปรากฏงานศิลปกรรมสมัยทวารวดีจึงกระจายตัวอยู่ตามลานตะพักลำน้ำ (Terrace) ที่สูงขึ้นไปจากที่ลุ่มทะเลเก่าในราว 3.5-4 เมตรจากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ตรงกลางนั้นเป็นแอ่งที่ราบอันกินอาณาบริเวณกว้างขวาง ตั้งแต่แถบอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง เรื่อยลงมาจน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร บางส่วนของจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา จรดปากอ่าวไทยทั้งหมด เพราะใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยไม่ได้

แต่ชุมชนโบราณเหล่านี้จะเกาะตัวกันอยู่ตามซีกตะวันออก คือ ลุ่มน้ำลพบุรี-ป่าสัก และซีกตะวันตก คือ ลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน จึงสังเกตได้ว่า แหล่งที่พบศิลปกรรมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 ที่สำคัญคือโบราณสถานที่เป็นสถูปเจดีย์ในศิลปะทวารวดีนั้น พบอยู่ตามชุมชนโบราณบนขอบชายฝั่ง เช่น องค์พระปฐมเจดีย์ พระประโทนเจดีย์ เจดีย์จุลประโทน โบราณสถานวัดพระเมรุที่เมืองนครปฐม สถูปโบราณที่เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี [2] หรือกลุ่มโบราณสถานจำนวนมากที่เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี

แต่จะไม่พบโบราณสถานที่อายุเก่าไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 18-19 อยู่ภายในที่ราบลุ่มทะเลเดิมนี้ ส่วนประติมากรรมพวกพระพุทธรูป-ธรรมจักร แบบทวารวดี มีที่พบในชุมชนโบราณมากมาย เช่น กลุ่มพระพุทธรูปศิลาขาวนั่งห้อยพระบาทจากวัดพระเมรุ นครปฐม ธรรมจักรศิลาขุดค้นพบจากโบราณสถานหมายเลข 11 เมืองอู่ทอง [3] (รูปที่ 2) บ้างถูกเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งอื่นในสมัยหลังแล้วจึงค่อนข้างยากในการสันนิษฐานที่มาดั้งเดิม [4]

แหล่งที่พบศิลปะทวารวดีจึงเป็นตัวบ่งชี้ว่า คนในสมัยนั้นเลือกสรรที่ตั้งชุมชนเพื่อสอดคล้องกับธรรมชาติขณะนั้นอย่างไรด้วย นอกจากนั้น นักวิชาการยังได้พบว่าแบบแผนของการตั้งถิ่นฐานชุมชนโบราณสมัยทวารวดีมีตำแหน่งอยู่บนลำน้ำสายรองที่เชื่อมต่อกับลำน้ำสายหลัก เนื่องจากการตั้งใกล้กับลำน้ำใหญ่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องน้ำหลากซึ่งมีเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น เมืองโบราณอู่ตะเภา จังหวัดชัยนาท ที่อยู่ริมคลองอู่ตะเภาในเขตตำบลหางน้ำสาคร ซึ่งเป็นลำน้ำสายเล็กที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกทีหนึ่ง บางแห่งได้พบแนวคันดินที่ช่วยบังคับน้ำไม่ให้ท่วมท้นในเขตชุมชนอีกด้วย [6]

จะเห็นได้ว่ามนุษย์เมื่อตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงราว 1,000 กว่าปีมาแล้วในวัฒนธรรมทวารวดีของที่ราบลุ่มภาคกลางได้มีวิธีการจัดการแบบแผนการตั้งถิ่นฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามสภาพภูมิประเทศ คือเรื่องที่ลุ่มต่ำและน้ำท่วมหลากอย่างเป็นระบบเดียวกัน ดังนั้น หลักฐานโบราณคดีและงานศิลปกรรมที่อยู่ร่วมสมัยจึงตกค้างอยู่บนตำแหน่งที่ตั้งชุมชนที่มีความเหมาะสมสำหรับตั้งเป็นชุมชนอย่างแท้จริง และที่สำคัญคือน้อยครั้งมาก (ตั้งแต่อดีตจนถึงในปัจจุบัน) ที่จะเกิดน้ำท่วมในชุมชนโบราณดังกล่าวได้ [7]

ต่อมาการเปลี่ยนแปลงทางด้านธรณีวิทยาคือการทับถมของตะกอนดินจากลำน้ำที่ท่วมเอ่อเป็นประจำมีผลให้แผ่นดินยกตัวสูงขึ้น ในชั้นแรกคงเป็นเพียง “ทะเลตม” คือพื้นที่ลุ่มแฉะเต็มไปด้วยโคลนเลนไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย [8]

จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ราวหลังพุทธศตวรรษที่ 17-18 ลงมาเล็กน้อยจึงเริ่มพบว่ามีสภาพที่ใช้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอย่างเป็นหลักแหล่งได้ และอ่าวไทยได้ร่นลงมาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงปัจจุบันแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] ผ่องศรี วนาสิน และ ทิวา ศุภจรรยา. เมืองโบราณบริเวณชายฝั่งทะเลเดิมของที่ราบภาคกลางประเทศไทย การศึกษาตำแหน่งที่ตั้งและภูมิศาสตร์สัมพันธ์ (กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524), น. 29-36.

[2] ดู ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมพุทธศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. (กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2547), น. 110-129.

[3] ผาสุข อินทราวุธ. ทวารวดี การศึกษาเชิงวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดี. (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรสมัย, 2542), น. 158.

[4] มีกลุ่มพระพุทธรูปสมัยทวารวดีจำนวนหนึ่ง ที่ถูกค้นพบในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น พระพุทธรูปศิลานั่งห้อยพระบาท ที่วัดหน้าพระเมรุ หรือภาพพุทธประวัติ ตอนแสดงยมกปาฏิหาริย์ จากวัดรัตนชัย (ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เชื่อว่าเป็นการเคลื่อนย้ายจากแหล่งสมัยทวารวดีเข้ามาภายหลังแล้ว

[5] ผาสุข อินทราวุธ. ทวารวดี การศึกษาเชิงวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดี. น. 121.

[6] กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ตะเภา (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2534), น. 40.

[7] มีกรณีของคาบสมุทรภาคใต้ที่ชุมชนโบราณตั้งอยู่บนแนวสันทรายชายทะเลเก่า เช่น เมืองโบราณไชยาและนครศรีธรรมราช โดยมีลำน้ำธรรมชาติไหลผ่านเพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล จึงเห็นได้ว่า ตามแหล่งโบราณสถานสำคัญของภาคใต้จะไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม เว้นเสียแต่ชุมชนใหม่ที่เข้าไปตั้งยังที่ลุ่มต่ำสองฟากฝั่งสันทราย ก็จะมีแต่ปัญหาน้ำหลากตามธรรมชาติตลอดเวลา ดู ทิวา ศุภจรรยา. “ความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์ และที่ตั้งชุมชนโบราณในจังหวัดภาคใต้,” ใน รายงานการสัมมนาเรื่องประวัติศาสตร์โบราณคดีศรีวิชัย. (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พิฆเณศ, 2525), น. 130.

[8] สุจิตต์ วงษ์เทศ. ชื่อบ้านนามเมือง เมืองพระประแดง นครเขื่อนขันธ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ. (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม พิมพ์แจกในเทศกาลสงกรานต์ 13 เมษายน 2550), น. 9.

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “โบราณคดี-ประวัติศาสตร์ศิลปะ ความรู้จากอดีตอธิบายเรื่องน้ำท่วมได้อย่างไร?” เขียนโดย ประภัสสร์ ชูวิเชียร ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2554

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 กันยายน 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทวารวดี” ริมฝั่งทะเลโบราณ ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เคยเป็นทะเลมาก่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...