โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดเริ่มต้นของ “ไอศกรีม” ของหวานดับร้อนจากวัฒนธรรมอันหลากหลาย

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 14 เม.ย. 2563 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2563 เวลา 06.49 น.

  ภาพประกอบ : ไอศกรีมอัญชันราดซอสซอลต์คาราเมลน้ำตาลมะพร้าว   “ไอศกรีม” ของหวานคู่หน้าร้อนที่แท้จริง ในวันที่อุณหภูมิสูงปรี๊ดยังมีขนมหวานชนิดนี้คอยปลอบประโลม ทั้งเย็นสดชื่น หวานหอม จะกินรสไหนก็ฟินไปหมด นึกไปนึกมาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าไอศกรีมนี่มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ใครสงสัยตาม G&C มาอ่านกันเลย   ความเป็นมาอันหลากหลายของ “ไอศกรีม”
"ไอศกรีม” หรือ “ไอติม” ที่เราเรียกจนติดปากมีต้นกำเนิดมาจากตำนานอันหลากหลาย (แถมหลายชาติพันธุ์ด้วย) อาทิ ในยุคจักรพรรดิเนโรห์แห่งอาณาจักรโรมัน พระองค์ได้พระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่บรรดาทหารในกองทัพ ซึ่งในสมัยนั้นไอศกรีมยังเป็นเพียงเกล็ดน้ำแข็ง (หิมะ) เอามาผสมน้ำผึ้งและผลไม้ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นไอศกรีม “ซอร์เบต์” ในปัจจุบันนั่นเอง   อีกตำนานไอศกรีมของประเทศจีนมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยก่อนนมถือเป็นของแพงและหายาก จึงได้มีคนคิดค้นวิธีเก็บรักษาโดยการนำไปฝังในหิมะ จนทำให้เกิดเป็นไอศกรีมต้นแบบแรกของโลกขึ้น ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่ประเทศอินเดียยุคราชวงศ์โมกุลในรัชสมัยจักรพรรดิอักบัร ได้คิดค้น Kulfi (คุลฟี) ไอศกรีมแท่ง (สมัยก่อนใช้น้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัย) ผสมนมสดเคี้ยวเข้มข้น น้ำตาลและกลิ่นต่างๆ อาทิ เครื่องเทศ ถั่ว ผลไม้ ดอกไม้ ซึ่งสมัยนั้นถือว่าเป็นอาหารสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ปัจจุบันคุลฟีหากินได้ทั่วไปในอินเดียและประเทศภูมิภาคเดียวกัน   บางตำนานในประเทศอิตาลีกล่าวว่า มาร์โก โปโล พ่อค้าและนักสำรวจชาวเวนิสนำสูตรไอศกรีมกลับมาจากเมืองจีนเพื่อพัฒนาและเผยแพร่ ต่อมาราวประมาณค.ศ. 1533 ในงานเฉลิมฉลองพระราชพิธีอภิเษกสมรสของแคเทอรีน เดอเมดิซี แห่งเวนิส กับกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของฝรั่งเศส มีการเสิร์ฟของหวานกึ่งแช่แข็งที่ทำจากครีมข้นหวาน (คล้ายไอศกรีม) ให้กับแขกเหรื่อ ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นการเผยแพร่ไอศกรีมให้ชาวโลกได้รู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้น   ประเทศอังกฤษก็มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวไอศกรีมเช่นกันเมื่อครั้งสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 มีพ่อครัวถวายครีมแช่แข็งที่ปรุงรสจากสูตรลับแด่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ทว่าพระองค์ก็ถูกปลงพระชนม์โดยโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (ผู้นำทางการทหาร) ระหว่างสงครามเมืองอังกฤษ 1 (ค.ศ. 1642-1651) พ่อครัวจึงต้องลี้ภัยไปทวีปยุโรปและได้นำสูตรลับไอศกรีมนี้ไปเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน   ไอศกรีมในเมืองไทย
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)  เรือกลไฟจากสิงคโปร์บรรทุก “น้ำแข็ง” เข้ามาสู่ประเทศไทยครั้งแรกเพื่อถวาย พระองค์ไม่อยากเชื่อว่าน้ำจะแข็งและกลายมาเป็นรูปร่างได้ จึงได้เกิดสุภาษิต “ปั้นน้ำเป็นตัว” ขึ้นมา (เจอจากบันทึกบางฉบับ)   ต่อมาในช่วงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนำไอศกรีมมาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในคนไทยหลังเสด็จประพาสประเทศอินเดีย ชวา และสิงคโปร์ การทำไอศกรีมจึงได้ริเริ่มขึ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง “ความทรงจำหลังจากเสด็จประพาสสิงคโปร์ พ.ศ. 2414” ของรัชกาลที่ 5 ความว่า   “ไอศกรีมเป็นของวิเศษในเวลานั้น เพราะเพิ่งได้เครื่องทำน้ำแข็งอย่างเล็กๆ ที่สำหรับเขาทำกันตามเมืองนอกเข้ามาถึงเมืองไทย ทำบางวันน้ำก็แข็ง บางวันก็ไม่แข็ง มีไอศกรีมตั้งเครื่องแค่บางวัน จึงเห็นเป็นของวิเศษ”   ด้วยความที่ทำยากและหารับประทานยากนั่นเอง ที่ทำให้ไอศกรีมเป็นของเสวยสำหรับเจ้าขุนมูลนายเท่านั้น   ไอศกรีมสู่สามัญชน
ไอศกรีมได้แพร่หลายในหมู่ประชาชน เมื่อมีการตั้งโรงงานผลิตน้ำแข็งขึ้นในเมืองไทย โดยไอศกรีมสมัยนั้นผลิตมาจากนมและครีม (สูตรของฝรั่ง) เป็นหลัก จึงทำให้มีราคาสูง และมีขายเฉพาะในภัตตาคารแถบที่ราชวงศ์อาศัยอยู่เท่านั้น จนประมาณปี พ.ศ. 2446 ชาวบ้านได้ลิ้มลองไอศกรีมสูตรบ้านๆ (แต่อร่อย) ครั้งแรก เป็นน้ำเชื่อมปั่นจนกลายเป็นเกร็ดหิมะ ต่อมาจึงได้พัฒนาเป็น “น้ำแข็งไส”หรือ “ไอติมกด”เป็นเกล็ดน้ำแข็งราดด้วยน้ำเชื่อมรสต่างๆ อัดใส่พิมพ์เสียบไม้   ไอศกรีมหลอด หรือไอศกรีมแท่ง ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นการนำน้ำหวานหลายรส (ปัจจุบันใช้น้ำอัดลม) ใส่พิมพ์โลหะทรงกระบอก และเขย่าในถังน้ำแข็งใส่เกลือ เมื่อเริ่มแข็งจึงเสียบไม้แล้วรับประทาน นอกจากนั้นไอติมหลอดยังมีแบบใส่กะทิด้วย (แต่ไม่เข้มข้น) ใส่เครื่องต่างๆ อาทิ ถั่วเขียว ถั่วดำ เผือด ลอดช่อง มันต้ม แล้วแต่สูตรของแต่ละบ้านพัฒนาจนกลายมาเป็น “ไอศกรีมกะทิ”ที่ใช้กะทิสดแทนนมหรือครีม เวลากินตักเป็นลูกๆ เป็นที่มาของ “ไอติมตัก”จะตักใส่ถ้วย โคน ขนมปัง ภาชนะใดก็ว่าไป   ต่อมาบริษัทป็อป ผู้ผลิตไอศกรีมรายแรกของเมืองไทย ซื้อเครื่องทำไอศกรีมเข้ามาโดยใช้สูตรของต่างประเทศ (ใส่นมและใส่ครีม) นอกจากนั้นบริษัทป็อปยังเป็นเจ้าแรกที่ขายไอศกรีมบนรถสามล้อโดยคนขายจะบีบแตรเสียงเป็ดเพื่อเรียกลูกค้า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของรถไอศกรีมที่เราเห็นในปัจจุบันนั่นเอง ผ่านไปไม่กี่ปีร้านไอศกรีมของต่างประเทศก็เริ่มมาเปิดในเมืองไทยมากขึ้นจนเป็นที่นิยมมาถึงทุกวันนี้   แต่ไม่ว่าจะของไทยหรือเทศก็อร่อยไม่แพ้กันเลย   ที่มา : - หนังสือ ไอศกรีมโอมเมด หวานชื่นฉ่ำ รวยชื่นใจ สำนักพิมพ์พีเพิลมีเดียบุ๊ค - Origin and History of Ice Cream

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...