โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าหน้าที่ตัดใจฆ่าจระเข้ชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์ งับมือคนดูแลไม่ปล่อย

Khaosod

อัพเดต 30 ธ.ค. 2562 เวลา 20.29 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2562 เวลา 20.28 น.
BLICKLESSEREPORTER

จระเข้งับมือไม่ปล่อย สวนสัตว์ซูริกจำใจยิงทิ้ง ช่วยพนักงานหญิง

จระเข้งับมือไม่ปล่อย – เว็บไซต์ข่าว บลิก – Blick ของสวิตเซอร์แลนด์ รายงานข่าวสลดสำหรับวงการอนุรักษ์สัตว์ป่า เมื่อเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำเป็นต้องยิงสังหารจระเข้ฟิลิปปินส์ หรือจระข้ มินโดโร ชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์ เนื่องจากมันงับมือพนักงานของสวนสัตว์ไม่ปล่อย

 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ขณะเจ้าหน้าที่สวนสัตว์หญิงเข้าไปทำความสะอาดที่อยู่ของจระเข้ จึงพยายามนำจระเข้ตัวผู้ออกมาจากคอก แต่จังหวะนั้นมันงับมือพนักงานหญิงไม่ปล่อย หลังจากเวลาผ่านไปหลายนาที ผู้บริหารสวนสัตว์ตัดสินใจให้ยิงจระเข้ให้ตาย

 จากนั้น หญิงสาวถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลและผ่าตัดอาการบาดเจ็บที่ถูกฟันจระเข้งับมือ และต่อมาอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์รักษามือหญิงคนนี้ไว้ได้

 นายอเล็กซ์ รูเบิล ผู้อำนวยการสวนสัตว์กล่าวว่า ไม่มีทางเลือกอื่นๆ นอกจากต้องยิงจระเข้ เพื่อดึงมือออกมา เป็นหนทางเดียวที่จะรักษามือของพนักงานหญิงไว้ได้ และความปลอดภัยของพนักงานต้องมาก่อน

นายรูเบิลกล่าวด้วยว่า ตนทำงานให้สวนสัตว์แห่งนี้มา 30 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่สวนสัตว์จำเป็นต้องฆ่าสัตว์เนื่องจากมันแสดงพฤติกรรมดุร้าย

สำหรับจระเข้มินโดโรชนิดนี้ เหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 250 ตัว เป็นหนึ่งในสองชนิดที่พบในฟิลิปปินส์ อีกชนิดหนึ่งเป็นจระเข้น้ำเค็มที่มีขนาดใหญ่กว่า ตัวที่ถูกยิงตาย คู่ของมันที่เป็นตัวเมียยังอยู่ในสวนสัตว์ซูริก และเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมหาคู่ให้มันใหม่

…………..

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สยองจระเข้เขมือบนักวิทย์สาวทั้งเป็น พุ่งโดดกำแพงลากลงบ่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...