โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“เคว้ง” ครองแชมป์ซีรีส์ Netflix ที่คนไทยดูมากสุด และอีก 9 อันดับของปี 2019

BT Beartai

อัพเดต 01 ม.ค. 2563 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2562 เวลา 12.05 น.
“เคว้ง” ครองแชมป์ซีรีส์ Netflix ที่คนไทยดูมากสุด และอีก 9 อันดับของปี 2019

ถือว่าเป็นปีที่มาแรงสุดจริง ๆ สำหรับสตรีมมิ่งออนไลน์อย่าง Netflix ที่เริ่มได้รับความนิยมในไทยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนกระทั่งมาบูมสุด ๆ และได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้นในปี 2019 นี้ รวมถึงการได้มีออริจินัลคอนเทนต์เป็นซีรีส์ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยเป็นครั้งแรก แม้ว่าคำวิจารณ์จะก้ำกึ่งว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่สำหรับคนดูชาวไทยก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี จนขึ้นแท่นเป็นอันดับที่ 1 ซีรีส์ที่มีผู้ชมสูงที่สุดของ Netflix ในปีนี้

เคว้ง ซีซันที่ 1 กำกับโดย จิม-โสภณ ศักดาพิสิษฐ์ ที่เคยฝากผลงานไว้กับหนังผีดัง ๆ มากมายของ GTH/GDH เช่น ลัดดาแลนด์, ฝากเอาไว้ในกายเธอ, เพื่อนที่ระลึก รวมถึงการอำนวยการสร้างโดยเอกชัย เอื้อครองธรรม โปรดิวเซอร์ที่เชี่ยวชาญการสร้างหนังในภาคพื้นเอเชีย เคยกำกับหนังอย่าง Beautiful Boxer มาแล้ว นำแสดงโดยนักแสดงวัยรุ่นคับคั่ง ได้แก่ จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล (ฝากเอาไว้ในกายเธอ) โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ (แสงกระสือ) ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช (มา ณ ที่นี้) และนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือที่มารับเชิญ ทั้งสินจัย เปล่งพานิช (รักแห่งสยาม), วินัย ไกรบุตร (นางนาก), ศรัณยู วงษ์กระจ่าง (สุริโยไท) มีความยาวทั้งหมด 7 ตอน เล่าถึงเหตุการณ์ของกลุ่มผู้รอดชีวิต 36 คนที่ติดเกาะจากเหตุการณ์สึนามิถล่มทะเลอันดามัน พวกเขาคือลูกของครอบครัวผู้มีฐานะที่รอความช่วยเหลือที่ยังไม่มาถึงเสียที ระหว่างนัั้นทุกคนก็เริ่มจับสังเกตถึงความผิดปกติของธรรมชาติรอบตัว และเหตุการณ์ประหลาดต่าง ๆ และค่อย ๆ รู้ความลับที่นำไปสู่อาถรรพ์บางอย่างของเกาะโดยจากความสำเร็จนี้

เคว้ง ซีซัน 1

เคว้ง ซีซัน 1

เชื่อว่าซีซัน 2 จะตามมาอย่างแน่นอนกับปริศนาหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย และทีมผู้สร้างน่าจะได้นำรายละเอียดของหนังในหลายส่วนที่ได้รับคำวิจารณ์ไปปรับปรุงด้วย (อ่านรีวิวฉบับเต็มของ “เคว้ง” โดย WTF ได้ที่นี่)

“แต่สิ่งที่ดูไปแล้วคุ้นอย่างบอกไม่ถูก คือเรื่องราวในส่วนของสิ่งลี้ลับบนเกาะนี่แหละ ที่ต้องบอกว่าหากตัดความครีเอทีฟในส่วนของคาแรกเตอร์ คราม ออก คือมันแทบจะถอดพิมพ์เขียวของ LOST ซีรีส์ทริลเลอร์ขึ้นหิ้งของ เจ.เจ. เอบรามส์ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้โดยสารเครื่องบินตกที่ต้องติดเกาะและมีเผชิญสิ่งลี้ลับเหมือนกัน แบบยิ่งดูแต่ละเหตุการณ์คือเกือบจะทับรอยกันได้สนิท เช่น มิติคู่ขนาน การถอดรหัสจากของที่เจอ หรือกระทั่งการเล่าเรื่องที่ “ยืม” มาใช้ ตั้งแต่แฟลชแบ็กอธิบายที่มาที่ไปของตัวละคร หรือกระทั่งประเด็นรักสามเส้าระหว่าง คราม, อนันต์ และ เมย์ ก็แทบถอดมาจาก แจ็ก, เจมส์ และ เคต ก็ไม่ปาน ซึ่งยอมรับว่าการสร้างห่างจาก LOST มาร่วม 9 ปีก็พอทำให้คนดูรุ่นใหม่ ๆ คิดว่าได้ดูสิ่งที่ออริจินัล”

ส่วนในซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากทั่วโลกในปี 2019 ตามรายงานล่าสุดก็คือ The Witcher ที่เป็นม้าตีนปลายเพราะเพิ่งเข้าฉายในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ก็กวาดยอดผู้ชมต่อตอนได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 127 ล้านคนแซงหน้า The Mandalorian ซีรีส์ภาคแยกของ Star Wars ทางช่อง Disney+ ที่มีคนดูรวมแล้ว 115 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ Disney+ ยังไม่ได้เปิดให้บริการสตรีมมิงในหลายประเทศ และก็ทำให้ The Mandalorian กลายเป็นซีรีส์ที่มีการดาวน์โหลดแบบผิดกฎหมายสูงที่สุดในปี 2019 ไปด้วย

นอกจากนั้น จากการอันดับของ Netflix ในปี 2019 นี้ หนังและซีรีส์ที่ได้รับความนิยม 10 อันดับแรกยังประกอบไปด้วย (ทีมงานไปแปะลิงก์ของรีวิวในเรื่องที่ WTF เคยเขียนถึงไว้ สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ตามข้อความที่ไฮไลต์เลย)

อันดับ 2: ซีรีส์ The Witcher-นักล่าจอมอสูร

The Witcher

The Witcher ซีซัน 1

“กล้าหาญมากที่เล่นกับการเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลา โดยตอนแรกเราจะได้เห็นเหตุการณ์ที่เหมือนปลายทางจากมุมมองหนึ่ง ก่อนตอนสุดท้ายซีรีส์จะมาเฉลยว่าเหตุการณ์ในตอนแรกส่งผลต่อตัวละครอย่างไร แล้วตอนที่ 2-7 จะนำเสนอเหตุการณ์แวดล้อมที่ทำให้ชะตากรรมของตัวละครทั้ง เกรัลด์, ซิรี และ เยนนิเฟอร์ ต้องบรรจบกันซึ่งก็ถือว่าเป็นการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์มาก เพียงแต่เราจะต้องคอยดูและจับรายละเอียดให้ดี แต่ก็โชคดีที่คราวนี้ Netflix มีพากย์ไทยที่ใช้ทีมเดียวกับที่พากย์หนังโรงเลย ทำให้การดูพากย์ไทยก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีไม่น้อย” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 3: ภาพยนตร์ 6 Underground-6 ลับ ดับ โหด

6 Underground

6 Underground

“ด้วยความยียวนของมือเขียนบท ต้องบอกว่าหนังฉลาดในการสร้างปมประเด็น เพราะมันไม่ได้ต้องลงลึกจนซีเรียส แต่ก็มีเนื้อหนังให้เรื่องดูจับต้องได้จริง และปล่อยพื้นที่ที่เหลือให้ไมเคิล เบย์ใส่จินตนาการความสดใหม่ของเขาลงไปได้อย่างเต็มที่ ทำให้มันกลายเป็นหนังไมเคิล เบย์ ในฉบับที่ลงตัว ไม่พร่องไม่ล้น จนน่าเสียดายว่าถ้าได้ฉายในระบบการฉายดี ๆ เสียงกระหึ่ม ๆ จอใหญ่ ๆ กับงานภาพระเบิดตูมตามโชว์สถาปัตยกรรมหลายที่ มันคงจะฟินไม่น้อยทีเดียว” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 4: ซีรีส์ Sex Education-เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก)

Sex Education ซีซัน 1

Sex Education ซีซัน 1

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเรื่องนี้ คือประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก ซึ่งถือว่าซีรีส์ก็ได้อานิสงฆ์จากกระแสต่อต้านของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา จนคนต้องสรรหามาดูว่ามันถึงขนาดนั้นเลยหรือ?

“ด้วยบทที่เขียนมาอย่างดี มีตัวละครที่คนดูจะหลงรัก บวกกับประเด็นเรื่องเพศในวัยรุ่นที่แม้ซีรีส์จะมีฉากเซ็กส์และพูดถึงเรื่องเซ็กส์แทบทุกตอน แต่มันกลับสะท้อนด้านที่อ่อนไหวของวัยรุ่นและอุปสรรคที่ต้องเจอในรายทางระหว่างการเติบโตได้อย่างเข้าอกเข้าใจและยังสร้างความประทับใจให้คนดูได้อีกด้วย” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 5: ซีรีส์ Kingdom-ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด

Kingdom ซีซัน 1

Kingdom ซีซัน 1

“ด้านคิมซองฮุน ผู้กำกับ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะซีรีส์แทบไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลย สามารถกำกับการแสดงในภาพรวมให้เร้าอารมณ์ผู้ชมให้รู้สึกถึงความหวาดกลัว ทั้งผีดิบและความอำมหิตของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งงานภาพก็ถือว่าผู้กำกับไม่เสียชื่อที่เคยทำหนังขวัญใจนักวิจารณ์มาก่อนเพราะงานวิช่วลของซีรีส์คือใช้ภาษาภาพยนตร์มาบอกเล่าและสื่อความหมายในหลาย ๆ ฉากได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 6: ซีรีส์ The Naked Director-โป๊ บ้า กล้า รวย

The Naked Director

The Naked Director

“หากคิดว่าการดูซีรีส์เรื่องนี้คงมีแต่ฉากเซ็กส์สนองตัณหาผู้ชายขอให้คิดใหม่ เพราะอันที่จริงฉากเซ็กส์แต่ละฉากในเรื่องยังเป็นตัวบอกเล่าภาวะความคิดของตัวละครได้เป็นอย่างดี สำหรับนักแสดงต้องบอกเลยว่าการได้ ทาคายูกิ ยามาดะ มารับบทมุรานิชิ ถือเป็นการแคสติงที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในโลก โดยยามาดะสามารถถ่ายทอดได้ทั้งความเฉลียวฉลาดและบทดราม่าอุปสรรคต่าง ๆ ที่ตัวละครต้องเผชิญได้อย่างน่าลุ้นตามจริง ๆ ซึ่งฝีไม้ลายมือของศิษย์เก่าซูซูรันจาก The Crow เรียกข้าว่าอีกา ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากอยู่แล้ว” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 7: ภาพยนตร์ Triple Frontier- ปล้น ล่า ท้า นรก

Triple Frontier

Triple Frontier

“หนังไม่พยายามปูพื้นสร้างความผูกพันธ์ให้เรารู้จักตัวละครแต่ละตัวมากนักด้วย มิหนำซ้ำหนังยังมาตกม้าตายกับบทสรุปแบบจับยัดแถมไม่เข้ากับประเด็นที่หนังพยายามปูมาแต่ต้นจนน่าเสียดาย ทั้งที่ฟอร์มหนังที่ทำตัวอย่างมาน่าดูมาก ๆ  สิ่งเดียวที่เราจะพอชื่นชมตัวหนังได้หนีไม่พ้นงานถ่ายภาพที่สวยงามโดย โรมัน วอสยานอฟ จาก Fury (2014) ที่เก็บทิวทัศน์บรรยากาศป่าดงดิบและหุบเขาอันแสนหนาวเหน็บได้อย่างเปี่ยมอารมณ์ และเป็นจุดที่พอทำให้เราเข้าใจตัวละครอยู่บ้าง แม้เราจะปวดขมับกับการกระทำและตัดสินใจที่แสนจะน่าปวดหัวของพวกเขาตลอดเวลาก็ตาม” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 8: ซีรีส์อินเตอร์แอ็กทีฟ You vs. Wild-ผจญภัยสุดขั้วกับแบร์ กริลส์

You vs. Wild

You vs. Wild

“นายแบร์ กริลส์ กับทีมงานก็ออกแบบซีรีส์เอาตัวรอดกลางธรรมชาติอันโหดร้ายนี้ได้สนุกทั้งยังเหมาะกับการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเองได้เยี่ยมเลยด้วย โดยเริ่มต้นของแต่ละตอนแบร์ กริลส์จะเล่าถึงโจทย์หรือมิชชั่นในแต่ละครั้งก่อน ซึ่งพลอตก็วางไว้แบบให้ร่วมลุ้นทุกครั้ง เป็นซีรีส์ที่ดีมาก ๆ ครับ สนุกด้วย ได้ความรู้ด้วย แถมแปลกใหม่ดี เหมาะกับการดูกันหลาย ๆ คน มีเด็กร่วมวงด้วยยิ่งดี จะได้ฝึกการแก้ปัญหากันสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้เด็กไทยกันครับ อ่อไม่ต้องกลัวว่าจะอ่านซับแล้วเด็กไม่สนุก เพราะเขามีพากย์ไทยมาให้ด้วย ดูเพลินเลยล่ะทีนี้” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 9: ภาพยนตร์ Black Panther

เป็นอันดับเดียวที่ไม่ใช่ออรินัลคอนเทนต์ของ Netflix 

Black Panther

Black Panther

“ดราม่าในครอบครัวแบบพจมาน แต่ไม่น้ำเน่าหน่อมแน้มแบบธอร์ แถมเพิ่มความเข้มแบบจริงจังให้ได้ลุ้น ยิ่งการต่อสู้ตัวต่อตัวนี่สนุกมาก มีใช้ศิลปะต่อสู้หลากหลาย นี่ยังต้องรวมถึงอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ที่เหมือนดูเจมส์ บอนด์ ผสมไอออนแมน ฉาบด้วย ดร. เสตรนจ์ จากตรงนี้เราสามารถพูดได้ว่านี่คือหนังมาร์เวลที่มีเรื่องราว การดีไซน์ศิลป์ต่าง ๆ รวมถึงความขัดแย้ง ประเด็นซ้อนที่น่าจดจำมากเรื่องหนึ่งทีเดียว” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

อันดับ 10: ภาพยนตร์ The Silence-เงียบให้รอด

The Silence

The Silence

“สำหรับหนังเน็ตฟลิกซ์เรื่องนี้ ออกแนวไม่สนใจหนังที่คนดูมาก่อนหน้า และมุ่งมั่นตามนิยายไปซึ่งก็ดีในแง่ความเคารพต่องานเดิม และก็ดีในแง่ความเป็นหนังสยองสำหรับสตรีมมิงที่ซีจีทำได้ดี วางสถานการณ์ได้พลิกผันน่าสนใจ และมีตัวละครที่มีเสน่ห์พอให้ตามดู แต่หากแต่มองในแง่ภาพยนตร์มันก็แทบไม่มีจุดขายใหม่ ๆ ใดเลย” (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ส่วนถ้าพิจารณาแต่เฉพาะซีรีส์อย่างเดียวนั้น นอกจากอันดับ 1-5 ที่เรียงตามลำดับด้านบนแล้ว อันดับ 6 ตกเป็นของ Stranger Things ซีซัน 3 อันดับ 7 Umbrella Academy อันดับ 8 เป็นของซีรีส์สัญชาติเกาหลีใต้ Love Alarm-แอปเลิฟเตือนรัก อันดับ 9 Day Break-โลกถล่ม รัก (ไม่ทลาย) ที่น่าเสียดายว่า Netflix ได้ยกเลิกการสร้างซีซัน 2 ไปแล้วเรียบร้อย และอันดับ 10 Black Summer-ปฏิบัติการนรกเดือด (คลิกที่ชื่อเรื่องเพื่อเข้าสู่รีวิวฉบับเต็มได้เลย)

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...