โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำลังซื้อติดหล่ม ทำไม...ทีวีโฮมช็อปปิ้งยังโต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2562 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2562 เวลา 10.27 น.

เกิดคำถามว่า ทำไม ! ธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้งยังคงเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก ท่ามกลางเศรษฐกิจกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนหน้าร้าน หรือช่องทีวีที่เพิ่มขึ้น จาก 4 ช่องเป็น 24 ช่อง ทำให้ผู้เล่นเพิ่มจาก 3 รายเป็น 15 ราย ประกอบกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซก็โตขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไป กล้าตัดสินใจซื้อ โดยไม่สัมผัสสินค้ามากขึ้น กลายเป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่สนับสนุนให้ตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งยังคงเติบโต

โตสวนเศรษฐกิจ

“ทรงพล ชัญมาตรกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า

ตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งครึ่งปีหลังนี้ จะเติบโตลดลง 5% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย. 62) ที่มีมูลค่า 7,351 ล้านบาท โต 12.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมไม่เติบโต หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น

ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันก็สูงขึ้น เพราะมีผู้เล่นรายใหม่กระโดดเข้ามาต่อเนื่อง ประกอบกับต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่จากการปิดตัวทีวีดิจิทัล 7 ช่อง นั่นหมายถึง พื้นที่ขายก็จะลดลงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดปีนี้จะโต 11% จากปีก่อน หรือมีมูลค่าประมาณ 15,334 ล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายก็พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้ต่อ

“ตอนนี้ยอดขายทีวีโฮมช็อปปิ้งมาจากแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมคิดเป็นสัดส่วน 60% ของตลาด โดยคาดว่าหลังทีวีดิจิทัลปิดตัวลง ธุรกิจช่องทีวีดาวเทียมก็จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง เพราะต้นทุนไม่มากและราคาโฆษณาไม่สูง ถือเป็นอีกโอกาสขายของทีวีโฮมช็อปปิ้ง ที่พยายามจะนำสินค้าเข้าไปขายไปทุกแพลตฟอร์ม”

*ทีวี ไดเร็ค…รุกเพิ่มช่องทางขาย *

แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมยังไม่ดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการธุรกิจนี้ก็ยังไม่ถอดใจแต่เดินหน้าลุยต่อ โดยเจ้าตลาดทีวี ไดเร็คก็ประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังชัดเจน

“ทรงพล” กล่าวว่า จะเดินหน้าด้วย 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขยายช่องทางขายให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มมากขึ้น ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และเพิ่มสินค้าเรือธงในกลุ่มใหม่ ๆ เริ่มด้วยการขยายช่องทางขายนั้น โดยในไตรมาส 3 นี้ได้ร่วมทุนตั้ง 2 บริษัทใหม่ ได้แก่ 1.ร่วมกับบริษัท เอ็มทีวี (ไทยแลนด์)

จำกัด ตั้งบริษัทใหม่ขึ้น (ชื่อบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณา) โดยทีวี ไดเร็คเข้าถือหุ้น 60% เพื่อบริหารจัดการสื่อโฆษณาช่องทีวีดาวเทียมในเครือเอ็มวีทีวีจำนวน 24 ช่อง เช่น ช่อง 51 Five Channel ช่อง 58 Major Channel เป็นต้น และ 2.ร่วมกับบริษัท ดิแอ็นเซอร์ จำกัด ตั้งบริษัทใหม่ (ชื่อบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณา) โดยบริษัทถือหุ้น 51% เพื่อขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ตามด้วยการเปิดตัวช่องใหม่ 1 ช่อง โดยปัจจุบันทดลองออกอากาศบนทรูวิชั่นส์ ในชื่อ “ทีวีดี 3” (ช่อง 54) ซึ่งเดือนตุลาคมนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่ เน้นขายเครื่องสำอาง สินค้าสุขภาพความงาม เจาะกลุ่มผู้หญิงและจะขยายช่องทางขายผ่านช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มเป็น 16 ช่อง จาก 8 ช่องทดแทนเวลาออกอากาศที่หายไปจากการปิดตัวของทีวีดิจิทัล 7 ช่อง อีกทั้งเปลี่ยนตัวเองเป็นซัพพลายเออร์นำสินค้าเข้าไปขายร่วมกับกลุ่มทีวีสเตชั่นช็อปปิ้ง เช่น ฮัลโหล 1346 (เวิร์คพอยท์ทีวี) 29 ช็อปปิ้ง (ช่องโมโน 29) เป็นต้น

อีกกลยุทธ์ คือ การเพิ่มสินค้าใหม่ โดยร่วมมือกับบริษัท แกรททิทูด อินฟินิท จำกัด (มหาชน) พัฒนาเครื่องสำอาง “GIFT Collection” กว่า 20 รายการ แต่คาดว่าจะพร้อมขายในปีนี้ 10 รายการ ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะมีรายได้จากสินค้ากลุ่มนี้ 30-40 ล้านบาท รวมถึงมีสินค้าแบรนด์ใหม่กลุ่มเครื่องนอน “Octa Smart” เข้ามาจำหน่ายด้วย คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ 4,450 ล้านบาท

ทรูผุดช่องใหม่เจาะตลาดแมส

เช่นเดียวกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ไล่เก็บส่วนแบ่งตลาดนี้มาติด ๆ โดยต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวช่องใหม่ “สนุก ช็อปปิ้ง” ขณะที่ทิศทางครึ่งปีหลังนี้ “องอาจ ประภากมล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู จีเอส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีช็อปปิ้ง ภายใต้แบรนด์ทรูซีเล็ค ทรูช้อปปิ้ง และสนุก ช็อปปิ้ง กล่าวว่า จะเพิ่มสินค้าใหม่ต่อเนื่อง จะคัดเลือกสินค้ากลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟจากเกาหลีเข้ามาจำหน่าย รวมถึงจัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการขายช่วงครึ่งปีหลังนี้

ในส่วนช่อง”สนุก ช็อปปิ้ง” ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี โดยวางโพซิชันนิ่งให้เป็นช่องที่นำเสนอสินค้าคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้ ด้วยการวางราคาสินค้าเฉลี่ย 1,400 บาทต่อชิ้น หวังเจาะตลาดแมสมากขึ้นเท่ากับว่าตอนนี้บริษัทจะมีฐานลูกค้ากว้างขึ้น ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

*ช็อปชาแนลเพิ่มไลน์สินค้า *

ขณะเดียวกันบริษัทร่วมทุนระหว่างสหพัฒน์กับทีวีโฮมช็อปปิ้งจากญี่ปุ่น “ซูมิโตโม” ก็เดินหน้ารุกตลาดต่อ”สรโชติ อำพันวงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีช็อปปิ้ง “ช็อปชาแนล” บอกว่า ปัจจุบันตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งแข่งกันที่สินค้าเป็นหลัก ดังนั้นพยายามสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้า ด้วยการนำเข้าสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟจากญี่ปุ่นเข้ามาขายเพิ่มขึ้น โดยโฟกัส 3 กลุ่มสินค้าที่บริษัทมีความแข็งแรง ได้แก่ จิวเวลรี่ แฟชั่น และสินค้ากลุ่มความงาม พร้อมทั้งขยายช่องทางการขายให้ครอบคลุมมากขึ้น จากปัจจุบันที่จำหน่ายทีวีทั้งทีวีดิจิทัลและทีวีดาวเทียม และมีแผนจะเพิ่มช่องทางออกอากาศอีก นอกจากนี้ยังมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนออกอากาศสดของช่องช็อปชาแนลจาก 10 ชม.เป็น 24 ชม.ในอนาคตนี้ด้วย เพราะการออกอากาศสดสามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีกว่าการรีรัน

ส่วนแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบันก็มีขาย ทั้งเว็บไซต์ช็อปชาแนล การทำรายการสดขายสินค้าในยูทูบ และมาร์เก็ตเพลซต่าง ๆ อีกทั้งยังจัดโปรโมชั่นต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการขาย โดยคาดว่าภาพรวมธุรกิจปีนี้จะเติบโตได้ดี เพราะครึ่งปีแรกที่ผ่านมาแม้มีปัญหาเศรษฐกิจ แต่บริษัทก็ยังโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มบีบวกขึ้นไปยังไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ไม่เพียงปัจจัยหนุนจากจำนวนช่องทีวีที่เพิ่มขึ้นและพฤติกรรมคนที่เปลี่ยน กล้าตัดสินค้าซื้อมากขึ้นเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการธุรกิจเองก็พยายามปรับกลยุทธ์และหาแนวทางใหม่ ๆ หวังผลักดันให้อุตฯนี้ยังโตต่อ ท่ามกลางเศรษฐกิจภาพรวมและกำลังซื้อที่กำลังมีปัญหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...