โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระราชปนัดดาพระเจ้าตาก เจ้านายชั้นพระราชโอรสพระองค์แรกที่เสด็จดูงานต่างประเทศ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 มี.ค. 2565 เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 15.18 น.
กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร ภอ.001 หวญ. 7/17

ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์เริ่มมีเจ้านายเสด็จไปต่างประเทศสืบเนื่องจากผู้นำของเราทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นและประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์กับต่างชาติโดยเฉพาะในตะวันตก เป็นผลให้มีเจ้านายหลายพระองค์ได้เสด็จไปต่างประเทศ สำหรับเจ้านายชั้นพระราชโอรสนั้น มีกรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร พระราชปนัดดา (เหลน) สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถือเป็นเจ้านายชั้นพระราชโอรสพระองค์แรกที่เสด็จไปดูงานต่างประเทศในสิงคโปร์

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์มีพระอัจฉริยภาพหลายด้าน อีกทั้งยังทรงเล็งเห็นความสำคัญในการเปิดประเทศเชื่อมรับกับการเข้ามาของตะวันตก พระองค์ยังทรงเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไม่เพียงแค่พระองค์เท่านั้น ในรัชสมัยของพระองค์ยังมีเจ้านายที่เสด็จไปดูงานในต่างประเทศด้วย

สืบเนื่องจากสนธิสัญญาเบาว์ริงกับประเทศอังกฤษ ผลสืบเนื่องต่อมาก็ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นอีกประเทศที่มีบทบาทในฐานะศูนย์กลางการปกครองและเศรษฐกิจของนิคมช่องแคบ หรือ Straits Settlements อันเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิบริติชในแถบเอเชีย พ่อค้าของสิงคโปร์และสยามต่างขยายการค้า การลงทุนมากขึ้น

เมื่อเล็งเห็นถึงความสำคัญในการแลกเปลี่ยนวิทยาการตะวันตก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) พร้อมกับพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร (บางแห่งสะกด “กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร”) เสด็จไปศึกษาดูงานที่สิงคโปร์

กรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร เมื่อแรกประสูติมีพระยศเป็นหม่อมเจ้าสุประดิษฐ์ เป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อย ซึ่งเป็นพระราชนัดดา (หลาน) ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงมีหม่อมเจ้าชายลูกเธอกับเจ้าจอมมารดาน้อย 2 องค์ คือ หม่อมเจ้านพวงศ์ (ภายหลังได้ทรงกรมเป็นกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ) ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2365 และยังเป็นองค์ต้นราชสกุล นพวงศ์ ณ อยุธยา และหม่อมเจ้าสุประดิษฐ (ภายหลังได้รับสถาปนาเป็นพระองค์เจ้า เป็นกรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร)

สำหรับกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ ยังไม่ได้รับราชการใดๆ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงเป็นผู้กำกับกองทหารล้อมวัง

คลิกอ่านเพิ่มเติมทำไมเจ้าจอมมารดาน้อย หม่อมเชื้อสายพระเจ้าตากห้าวจนร.4ทรงเกือบสั่งยิง-ตัดหัวตามพ่อ

เล็ก พงษ์สมัครไทย อธิบายไว้ว่า กรมหมื่นวิศณุฯ ทรงกำกับราชการกรมพระคลังสมบัติ เมื่อเสด็จไปสิงคโปร์ในพ.ศ. 2404 พระองค์ร่วมกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ศึกษาแนวทางที่อังกฤษใช้ปกครองสิงคโปร์ และนำมาแบบอย่างการทำนุบำรุงบ้านเมืองของอังกฤษมาประยุกต์ปรับปรุงใช้ในไทย ซึ่งการเสด็จไปสิงคโปร์ครั้งนั้น เล็ก พงษ์สมัครไทย อธิบายไว้ว่า ถือเป็นเจ้านายชั้นพระราชโอรสพระองค์แรกที่เสด็จไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ

การเสด็จดูงานในครั้งนี้ มีบันทึกไว้ว่า แบบอย่างที่นำกลับมาใช้ในไทยมีเช่น การสร้างถนน หรือสร้างสะพาน

สำหรับความสัมพันธ์กับสิงคโปร์ในระดับผู้นำรัฐนั้นยังมีสืบเนื่องต่อมาในหลายรัชสมัย เนื่องด้วยสิงคโปร์มีภูมิประเทศเหมาะแก่การเป็นเมืองท่าเชื่อมโยงการค้าของสยามเข้ากับภูมิภาคอื่นๆ

แต่หากเอ่ยถึงความสัมพันธ์ที่ปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนอย่างเอกสารจดหมายเหตุทั้งในไทยและสิงคโปร์เอง ก็คงต้องกล่าวถึงการเดินทางของเจ้านายไปสิงคโปร์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

ในรัชกาลที่ 5 สิงคโปร์ก็ถือเป็นประเทศแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการต่างๆ เมื่อพ.ศ. 2413 รัชกาลที่ 5 ยังทรงพระราชทานช้างสัมฤทธิ์แก่สิงคโปร์ในการเสด็จฯ ครั้งนี้ด้วย หลังจากนั้นยังเสด็จฯ อีกหลายครั้ง

ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ก็สานต่อความสัมพันธ์ทางสัมพันธไมตรีกับสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม พระราชนิพนธ์ของพระองค์ยังทรงบันทึกเรื่องความขัดข้องพระทัยเอาไว้ด้วย แต่โดยรวมแล้ว พระองค์สนพระทัยในการศึกษาและเรียนรู้ด้านต่างๆ ของสิงคโปร์ที่เริ่มปรากฏความเจริญแบบตะวันตกแล้ว

อ่านเพิ่มเติมร.6 ทรง “เคือง” เจ้าเมืองสิงคโปร์ประพฤติบกพร่องต่อพระอนุชา “วางตัวจัดราวนาย”

อ้างอิง :

เล็ก พงษ์สมัครไทย. พระญาติ ราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : ข้าวฟ่าง, 2549

สายสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์. จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-สิงคโปร์, 2548

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...