โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุจาก…เสือตาย

77kaoded

เผยแพร่ 17 ก.ย 2562 เวลา 07.45 น. • 77 ข่าวเด็ด

ไม่ต้องอารัมภบทกันนาน เป็นที่รับรู้กันแล้วว่า เสือที่ยึดมาจากวัดหลวงตามหาบัว กาญจนบุรี ที่ยึดมา 147 ตัว ตายไป 86 ตัว เรียกว่าซ๊อคสังคมอย่างมาก พร้อมทั้งการมองหาจำเลยในเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องพุ่งเป้ามาที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
มีการแถลงข่าวเรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 โดยมีนายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสัตว์แพทย์หลายคนมาให้ข้อมูล

   ก่อนที่จะด่า อยากให้มาตั้งสติกันก่อน ….

 ไปยึดเขามาทำไม ? ถ้าปล่อยไว้เสือก็ไม่ตายขนาดนี้

ความเป็นมาของเรื่องนี้ก็คือ จากการที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจยึดเสือโคร่งภายในสำนักสงฆ์หลวงตามหาบัว ญานสัมปันโน จ.กาญจนบุรี จำนวน 7 ตัว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2544 ตอนขนย้ายภายในวัดตายไป 1 ตัว เลยเหลือ 6 ตัว สัตว์ป่าของกลางทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดินเนื่องจากไม่มีบุคคลใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ฝากเลี้ยงเสือโคร่งและสัตว์อื่นที่อยู่ในสำนักสงฆ์หลวงตามหาบัวไว้ก่อน

ระหว่างนี้กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้มีความพยายามที่จะจัดการกับเสือกับสัตว์ป่าของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินมาโดยตลอดแต่ไม่สามารถดำเนินการย้ายออกมาจากวัดได้ (ให้ตามอ่านดูข่าวเก่าๆ ในช่วงที่จะมีการขนย้ายว่าได้รับความร่วมมือหรือขัดขวางอย่างไรจากใครบ้าง ) จนเสือโคร่งได้สืบขยายพันธุ์เพิ่มเป็นจำนวน 147 ตัว

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2548 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับแจ้งว่ามีเสือโคร่งสูญหายไปจากสถานที่เลี้ยงดูสัตว์ป่าภายในวัดหลวงตามหาบัว จำนวน 3 ตัว กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้เข้าทำการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตามหาบัว โดยเริ่มทยอยเคลื่อนย้ายบางส่วนในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559 จำนวน 10 ตัว และย้ายที่เหลือทั้งหมดในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2559 นำไปเลี้ยงที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างจำนวน 85 ตัว และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนจำนวน 62 ตัว รวม 147 ตัว จากการตรวจสอบ DNA ส่วนใหญ่จะเป็นเสือโคร่งสายพันธุ์ไซบีเรียและเกิดจากการผสมพันธุ์กันเอง จากเสือโคร่งที่ตรวจยึดครั้งแรก จำนวน 6 ตัว

ก่อนนั้นทั้งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน มีเสือที่เลี้ยงดูอยู่แล้ว แต่พอจะย้ายเสือจากวัดหลวงตามา ก็มีการย้ายเสือเก่าบางส่วนไว้ยังสถานีเพาะเลี้ยงแห่งอื่นเกือบทั้งหมด มีเหลืออยู่บางส่วนที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ เช่นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างจำนวน 6 ตัวและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จำนวน 3 ตัว

นายสุนทร ฉายวัฒนะ หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลว่า เมื่อมีการย้ายเสือจากหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน จำนวน 147 ตัวมานั้น เป็นการดำเนินการในภาวะไม่ปกติ เสือโคร่งที่เคลื่อนย้ายมาส่วนใหญ่มีภาวะเครียดเนื่องมาจากการขนย้ายและเปลี่ยนสถานที่ ซึ่งต่อมาพบปัญหาการเจ็บป่วยคือ

- พบว่ามีปัญหาระบบทางเดินหายใจมีอาการหายใจเสียงดังเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเป็นอาการของอัมพาตลิ้นกล่องเสียงทําให้หายใจเข้าและออกลำบาก เมื่ออาการหนักมากขึ้นจะไม่กินอาหาร มีอาการชักเกร็งและตายในที่สุด
-พบการติดเชื้อไวรัสไข้หัดสุนัข ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัขและสัตว์ป่าหลายชนิดรวมทั้งเสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษาเป็นการเฉพาะทำได้เพียงการรักษาตามอาการ ซึ่งภายหลังการติดเชื้อจะพบอาการผิดปกติในระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร เหล่านี้เป็นมูลเหตุที่ทำให้เสือตาย

คำถามที่สังคมถามก็คือ แล้วตอนที่พระเลี้ยงเสือไว้ ทำไมเสือไม่ตาย?

ถ้าใครลองค้นดูข่าวเก่าๆในช่วงการเคลื่อนย้ายอาจจะเห็นข้อมูลบางอย่างว่า มีการพบซากลูกเสือนับสิบซาก ถูกดองแช่ฟอร์มาลีนไว้ รวมทั้งมีการพบหนังเสือ ทั้งที่เป็นผืนใหญ่และที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆไว้ คาดว่าน่าจะเพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว เพราะก่อนนั้น วัดหลวงตามหาบัว ญานสัมปัณโณ แห่งนี้ เป็นที่รู้กันในโปรแกรมท่องเที่ยวในชื่อ ”วัดเสือ”มีการกำหนดในโปรแกรมทัวร์ แม้แต่เอกสารเผยแพร่ จ.กาญจนบุรีของ ททท. ก็มีแนะนำเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการเก็บค่าเข้าดูที่ค่อนข้างแพง

แสดงว่า ตอนที่อยู่ที่วัด ก็มีเสือตาย เพียงแต่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าว ส่วนว่าตายไปแล้วเท่าไหร่กี่ตัว อันนี้ไม่มีข้อมูลทั้งหมด

ทำไมตายมาก?

นายสุนทร ฉายวัฒนะ หัวหน้ากลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลว่าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างรับเสือมาจากวัดหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน 85 ตัว ตาย 54 ตัว คงเหลือ 31 ตัว เป็นการตายช่วงปี 59-12 ส.ค. 62 เหลือ 31 ตัว รวมทั้งมีเสือโคร่งของกลางในคดีอื่นๆ อีกจำนวน 5 ตัว และเสือโคร่งจากการส่งมอบคืนให้กรมอุทยานอีก 9 ตัว รวมขณะนี้มีเสือโคร่งที่สถานีเขาประทับช้าง 45 ตัว

ขณะที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนมีเสือโคร่งจำนวน 33 ตัวเป็นเสือโคร่งที่ได้รับมาจากวัดหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโนจากที่รับมา 32 ตัวตาย 32 ตัว(มีนาคม 60 ถึงกรกฎาคม 62 ) เหลือ 30 ตัว และมีเสือโคร่งของกลางในคดีอื่นจำนวนอีก 3 ตัว

จะเห็นว่าเสือที่ตายเป็นเสือโคร่งที่รับมาจากวัดหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน ทั้งหมด 111 ตัว เหลือ ตอนนี้ 61 ตัว ตายไปแล้ว 86 ตัว

คำถามคือ แล้วเสืออื่นๆที่มีอยู่ในศูนย์เพาะเลี้ยงไม่มีอาการอะไร ยังสุขสบายดี

เสือคลองค้อ เสือที่แม่ทิ้ง แห่งห้วยขาแข้ง

ทำไมจาก 6 ตัวจึงเป็น 147 ตัวได้?

ผมได้มีโอกาสเขียนเรื่องเสือคลองค้อ เสือโคร่งแห่งห้วยขาแข้ง และเสือดาวอรินทร์-อรัญ ลูกเสือที่จะถูกส่งขาย เสือทั้ง 3 ตัวอยู่ในการดูแลของศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้ง เติบโตแข็งแรง

ความเป็นมาช่วงที่จะมีการยึดเสือนี้ท่านผู้อ่านสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากในกูเกิล จะได้มีมุมมองและเห็นความเป็นมาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น)

เสือโคร่งคลองค้อ เป็นเสือที่แม่ทิ้งไป ปล่อยลูก ๓ตัวอยู่ในโพรงรัง จนเจ้าหน้าที่ไปพบ ลูกเสือตัวหนึ่งตายไปแล้ว อีกสองตัวรวมทั้งคลองค้อถูกส่งไปศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้ง แต่ไปถึงลูกเสืออีกตัวก็ตายเหลือแต่คลองค้อถูกเลี้ยงจนเป็นเสือหนุ่ม แข็งแรงเช่นทุกวันนี้

ส่วนอรินทร์-อรัญ เป็นลูกเสือดาวขนาด 1 เดือนและสองอาทิตย์ ถูกน๊อคยาให้หลับใหล ยัดไปในกระเปาเดินทางเตรียมส่งออกนอกประเทศและถูกตรวจพบ จึงถูกนำมาอนุบาลและส่งต่อมาที่ศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้ง ดูแลจนทุกวันนี้เติบใหญ่เป็นเสือหนุ่มกำลังซนปีนต้นไม้เล่นทุกวัน

ทั้งสองเรื่องนี้อาจจะทำให้ท่านผู้อ่านได้ตำตอบบ้างว่าเสือบ้านเราจะแข็งแรงอย่างคลองค้อและอรินทร์-อรัล มีการเพาะเลี้ยงเสือ จากที่ไหนไม่รู้เพื่อลักลอบขาย

เสือมีอายุประมาณเดียวกับแมว คือ 10-15 ปี อายุ 2-5 ปี ก็ผสมพันธุ์ได้แล้ว ตั้งท้อง 55-120 วัน(ขึ้นอยู่กับชนิดเสือ) นี่ก็อาจจะเป็นคำตอบได้ว่าจาก 6 ตัว มาเป็น 147 ตัวได้อย่างไร จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะผสมกันเองใน 6 ตัว (ถ้าไม่มีการลักลอบซื้อเสือมาเพิ่ม ซึ่งไม่มีข่าวตรงนี้)

เสือที่ผสมพันธุ์ไปมา ก็จะเกิดปัญหาเลือดชิด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสือตาย
ก่อนนั้นผมได้เขียนเรื่องเสือคลองค้อ เสือโคร่งแห่งห้วยขาแข้ง และเสือดาวอรินทร์-อรัญ ลูกเสือที่จะถูกส่งขาย เสือทั้ง ๓ ตัวอยู่ในการดูแลของศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้ง เติบโตแข็งแรง จึงได้เข้าไปพูดคุยและเยี่ยมชมที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน

เสือโคร่งคลองค้อ เป็นเสือที่แม่ทิ้งไป ปล่อยลูก 3 ตัวอยู่ในโพรงรัง จนเจ้าหน้าที่ไปพบ ลูกเสือตัวหนึ่งตายไปแล้ว อีกสองตัวรวมทั้งคลองค้อถูกส่งไปศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้ง แต่ไปถึงลูกเสืออีกตัวก็ตายเหลือแต่คลองค้อถูกเลี้ยงจนเป็นเสือหนุ่ม แข็งแรงเช่นทุกวันนี้

ส่วนอรินทร์-อรัญ เป็นลูกเสือดาวขนาด 1เดือนและสองอาทิตย์ ถูกน๊อคยาให้หลับใหล ยัดไปในกระเปาเดินทางเตรียมส่งออกนอกประเทศและถูกตรวจพบ จึงถูกนำมาอนุบาลและส่งต่อมาที่ศูนย์เพาะเลี้ยงห้วยขาแข้ง ดูแลจนทุกวันนี้เติบใหญ่เป็นเสือหนุ่มกำลังซนปีนต้นไม้เล่นทุกวัน สัตว์ทุกตัวในศูนย์เพาะเลี้ยงมีการดูแลโภชนาการ การดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด จึงทำให้เสือสามตัวสมบูรณ์แข็งแรง อารมย์แจ่มใส

ทั้งสองเรื่องนี้อาจจะทำให้ท่านผู้อ่านได้คำตอบบ้างว่าเสือที่ไปจากวัดหลวงตามหาบัว มีอาการอย่างไร ต่างจากคลองค้อและอรินทร์-อรัล อย่างมาก

ความสดใสของเสือดาวกำพน้าแม่อรินทร์-อรัญ

เลือดชิด…สาเหตุที่เสืออ่อนแอ

น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ ให้ข้อมูลเรื่องเลือดชิดนี้ว่ามันจะส่งผลให้สัตว์มีความผิดปกติ อ่อนแอ มีภูมิคุ้มกันโรคน้อย เสือที่มาจากวัดหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโณ กับเสืออื่นที่อยู่ในศูนย์เพาะเลี้ยงเดียวกัน จึงมีสุขภาพที่ต่างกัน ยิ่งมาเจอไข้หัดสุนัข ยิ่งตายได้ง่าย

รักษาเสือที่เหลืออย่างไร?

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ข้อมูลในกระบวนการรักษาคือ
1 มีการคัดแยกเสือโคร่งตามกลุ่มอาการโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอาการปกติไม่แสดงอาการ , กลุ่มเริ่มแสดงอาการเล็กน้อยและ กลุ่มแสดงอาการปานกลางถึงรุนแรงเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจติดตามและการประเมินการรักษา
2 การใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข โดยในเบื้องต้นได้ประสานกับคณะสัตว์แพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินงานร่วมกับทีมสัตวแพทย์ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ เก็บอุจจาระและตัวอย่างเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่นและสัตว์อพยพ คณะสัตว์แพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อทราบผลสัตว์แพทย์ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯจะพิจารณาให้วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขตามขั้นตอนและมีการติดตามผลเป็นระยะ
3 การดูแลเสือโคร่งที่ป่วยรักษาโรคที่มีอาการป่วยสัตว์แพทย์ดำเนินการให้รักษาและให้ยาตามอาการสำหรับเสือที่มีอาการหายใจเสียงดัง มาจากอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียง และมีโอกาสตายหากไม่ได้รับการรักษาสัตว์แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเป็นรายกรณีโดยอาจเชิญสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมรักษาหรือให้คำแนะนำ
4.มีการควบคุมให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวอนามัยภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้งสองแห่งอย่างเข้มงวด พร้อมการปรับปรุงคอกให้มีอากาศถ่ายเทสะดวกและเพิ่มพื้นที่กรงคอก(สนาม)ให้เสือโคร่งและส่งเสริมพฤติกรรมเพื่อลดความเครียดของเสือโคร่ง
5 มีสัตว์แพทย์ปฏิบัติงานประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้ง 2 แห่งพร้อมสัตว์แพทย์จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจะสนับสนุนและติดตามการดูแลทุกสัปดาห์โดยมีการประชุมเพื่อประเมินผลการดูแลรักษา

ซากเอาไปไหน?

หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างแจ้งว่าสำหรับซากเสือที่ตาย ไม่มีการชำแหละซากใดๆทั้งสิ้น มีการแช่ในถังที่แช่น้ำยา แล้วฝังลงดินทั้งถังลึกจากปากถังในพอประมาณ
…………………………………………………………….
จะเห็นว่าอาการลุกลามของโรคในสัตว์ป่านั้นรุนแรงจนบางกรณีก็ป้องกันไม่ทัน ในอดีตเราเคยมีกระทิงตายก็มาจาโรคของสัตว์ป่า ดังนั้นการห้ามไม่ให้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อนุรักษ์ หรือการห้ามไม่ให้นำสัตว์เลี้ยงข้าเขตป่าอนุรักษ์ก็ด้วยมูลเหตุเหล่านี้นี่เอง เราไม่เห็นถึงพิษภัยมันจนกระทั่งมีสัตว์ป่าล้มตาย…@

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...