โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ "โหด" แค่ไหนก็ไปแบบ "เหนือระดับ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ย 2563 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2563 เวลา 07.09 น.

เทสต์ คาร์ โดย วุฒิณี ทับทอง

หลังจากเปิดตัวไม่นาน ปรากฏว่าโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ กวาดยอดจองไปแล้วเกือบๆ 7 พันคัน นี่คือคำบอกเล่าของ “สุรศักดิ์ สุทองวัน” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มาฉายภาพความสำเร็จช่วงเช้าก่อนที่เราไปทดสอบรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์กัน

แรกเริ่มเดิมที คะเน…เอาว่า เส้นทางทดสอบครั้งนี้น่าจะสบายมือ วิ่งกันในเส้นทางชีวิตประจำวันกรุงเทพฯ-ไปพัทยาปรากฏว่า ผิดคาด… การทดสอบครั้งนี้ทีมงานโตโยต้าตั้งใจเลือกเส้นทางให้เราสัมผัสกับประสบการณ์รูปแบบการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด ออกสตาร์ตกับ TDEX (Toyota Driving Experience Park) ที่บางนา กม.3 “ประชาชาติธุรกิจ” รับหน้าที่พลขับก่อน

รีวิว โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

สำหรับโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ ถือเป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมกับความพิเศษ เพื่อสะท้อนความสง่างามแห่งผู้นำ ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงของกระจังหน้า สีดำ ช่วยขับความดุดันและหรูหรา กันชนหน้า-หลังใหม่ ไฟเลี้ยวแบบ sequential ซึ่งเป็นชุดไฟวิ่ง

เพิ่มความเท่ด้วยล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ full LED แบบ dual projector พร้อม daytime
running lights ส่องสว่างในเวลากลางวัน

ภายในห้องคนขับ

ส่วนภายในห้องโดยสารอัดแน่นมาด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ชัดเจนด้วยหน้าจอสัมผัส ขนาด 9 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ และช่วยทัศนวิสัยจากกล้องมองรอบคันของรถคันนี้ชัดเจนสะใจ

อีกจุดที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก คือ ชาร์จมือถือแบบไร้สาย ช่วยให้ชาร์จไฟเป็นเรื่องง่ายและไม่ต้องเชื่อมต่อสายให้ระโยงระยางอีกต่อไป ขุมกำลังของเจ้าฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์

คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ ขนาด 2.8 ลิตร ที่ให้พละกำลังมหาศาลด้วยกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ
ต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตรที่ 1,600 รอบต่อนาที เรียกว่าพละกำลังเหลือเฟือ ระบบขับเคลื่อนยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ชุดเกียร์ ฟอจูนเนอร์

จากจุดสตาร์ตมุ่งหน้าออกถนนบางนา-ตราด ซึ่งถือเป็นเส้นทางปราบเซียนเพราะพื้นผิวการจราจรนั้นเรียกว่าเป็น “ลอน” ทำให้เราได้ทดสอบการเซตอัพช่วงล่างของรถคันนี้ แม้ว่า จะวิ่งด้วยความเร็วพอประมาณ มีจังหวะ หมุนซ้าย ขึ้นขวา ผ่านสภาพถนนลอนแล้วลอนเล่า ถือว่าช่วงล่างของรถคันนี้เซตอัพมาค่อนข้างดี ไม่โดด ไม่เด้ง แต่กลับมีความยืดหยุ่น นุ่มนวล ไม่ต้องนั่งกันหัวสั่นหัวคลอน

ติดนิดเดียว คือ จังหวะกดคันเร่งเครื่องยนต์ตอบสนองมาทันใจ แต่จังหวะของการเปลี่ยนรอบของระบบส่งกำลังมีการลากรอบยาวไปนิด หากเซตให้มีความกระชับ หรือเพิ่มขึ้นมา 7-8 สปีด น่าจะทำให้ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์เป็นรถที่ขับสนุกยิ่งขึ้น

รวมทั้ง “น้ำหนักของพวงมาลัย” ที่โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าโตโยต้าเซตมาค่อนข้างหนักไป ทำให้ต้องออกแรงพอสมควรในการใช้งาน และไม่น่าจะถูกใจคุณสาว ๆ ที่ต้องขึ้นนั่งประจำการที่หลังพวงมาลัยเป็นแน่

พวงมาลัยรถ

เช่นเดียวกับระบบการรักษารถให้อยู่ในเลน ซึ่งหากจังหวะที่เราต้องการเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งเสียงเตือนพร้อมดึงรถให้กลับเข้ามาวิ่งอยู่ในเลนของตัวเอง

ตรงนี้อาการดึงรั้งของระบบนั้นออกจะ “แรง” ไปนิดหนึ่ง คนไม่คุ้นอาจจะตกใจ หรือกลายเป็น (อาจจะ)อันตรายได้
เพราะเราที่ว่าพอจะคุ้นพวงมาลัย รู้สึกว่าหนักไปนิดหนึ่ง ทำให้ต้องออกแรง

ระบบการรักษารถอยู่ในเลนนั้น ระบบดึงรถให้กลับเข้าเลนค่อนข้างแรงไปนิดหนึ่ง หากขับเพลิน ๆ หรือคนที่ไม่คุ้นกับระบบดังกล่าว อาจจะตกใจหรือก่อให้เกิดอันตรายได้

ลำพังเราที่พอจะคุ้นเคยยังรู้สึกตกใจเมื่อระบบทำงาน ตรงนี้ทีมงานโตโยต้าแจ้งว่า สามารถสั่งปิดระบบการดึงกลับ
เข้าเลนได้ แต่จะยังมีเสียงเตือนหรือเลือกระดับความแรงของการดึงกลับได้

รีวิว โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ สีขาว

ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ เวอร์ชั่นนี้นำ “เพลาปรับสมดุล” มาใช้ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงเครื่องยนต์เข้าสู่ห้องโดยสาร วิ่งหนัก ๆ บนบูรพาวิถีที่มีทั้งความเร็วและแรงปะทะของลม รถคันนี้เก็บเสียงได้ดีขึ้นโดยเฉพาะเสียงล้อบดกับถนนแทบไม่ได้ระคายหู อันนี้ต้องชม ส่วนเสียงลมยังพอมีเล็ดลอดให้พอรำคาญเมื่อวิ่งในย่านความเร็ว

มาถึงเซอร์ไพรส์ที่เป็นไฮไลต์ของการทดสอบ ทริปนี้ในเส้นทางออฟโรด จากใจคิดไว้ว่าคงเป็นการขับออฟโรดกันในสนามเช่นเคย ปรากฏว่าผิดคาด…ครั้งนี้ทีมงานเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ด้วยการพาเรามุ่งหน้าขึ้นไปยังลานร่มบิน เขาระเบิด อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เส้นทางธรรมชาติจริง เส้นทางใช้งานจริง พิสูจน์กันให้เห็นว่า ปรับโหมด เลือกโหมดขับ 4H

รีวิว Toyota Fortuner Legender

เพื่อผ่านเส้นทางที่ 2 ข้างทางเป็นสิ่งกีดขวางทั้งต้นไม้ ทางขรุขระ ลูกรัง หินลอยตัว เราต้องค่อย ๆ ขับลัดเลาะไต่ไหล่เขาตามความสูง หากจะบอกว่าอาการของช่วงล่างในเส้นทางดังกล่าวต้องใช้ว่า เนียนกริบ ราวกับนั่งอยู่บนรถเอสยูวีหรู

ก่อนถึงช่วงทางที่เราต้องขับลงเนินที่มีความลึก 30-40 เมตร ในสภาพเป็นโคลนดินลูกรังแดง เพิ่มความมั่นใจด้วยการหยุดรถเข้าเกียร์ P

สมรรถนะ ฟอร์จูนเนอร์

ปิดปุ่มเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4L จากนั้นค่อย ๆ ใช้ “วอล์กกิ้งสปีด” ด้วยพละกำลัง อัตราเร่ง และแรงบิด เราทำหน้าที่เพียงบังคับพวงมาลัยที่สะบัดไปสะบัดมาตามเส้นทางกันแบบจ้าละหวั่น กดคันเร่งเพิ่มแรงส่งเพื่อพา “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์” คันนี้ตะลุยผ่านบ่อโคลน ไต่ระดับความสูงราว 45-50 เมตร เรียกว่าหฤโหด…ผ่านมาได้แบบสบายมือ ก่อนจะวิ่งผ่านขึ้นไปยังจุดชมวิว ลานร่มบิน เขาระเบิดแห่งนี้ที่ต้องบอกว่า ใครที่ไม่ได้มาต้องเสียดาย

ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า ผู้ที่กำลังมองหารถออฟโรดสายโหด…ที่ขับออกไปโลดโผนตามไลฟ์สไตล์ จะสายลุยสายเนี้ยบ สายเท่ ครบเครื่องในคันเดียว โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ ตัวท็อปคันนี้ น่าสนใจไม่น้อย ด้วยราคาค่าตัว 1.839 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...