โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มพะเยา ใช้เวลาว่างปลูกขึ้นฉ่ายลอยฟ้า เสริมรายได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 23 พ.ย. 2565 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2565 เวลา 05.00 น.

พนักงานบริษัทหนุ่มวัย 34 ปี ในพื้นที่บ้านสันขะเจ๊าะ หมู่ที่ 14 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานประจำปลูกขึ้นฉ่ายลอยฟ้าไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำไหล ซึ่งเป็นผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นิยมใช้ในการปรุงอาหารเพิ่มความหอมของน้ำซุป สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว 8,000-10,000 บาท ต่อเดือน โดยผักที่ปลูกนั้นจะเน้นใช้สารชีวภาพ จนเป็นที่ต้องการของตลาด ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาทำน้ำซุป แกงจืด

คุณพรชัย คำมี หนุ่มวัย 34 ปี อยู่บ้านสันขะเจ๊าะ หมู่ที่ 14 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำผู้สื่อข่าวเข้าดูแปลงปลูกขึ้นฉ่ายลอยฟ้าไฮโดรโปนิกแบบน้ำไหลที่ปลูกไว้ในพื้นที่หน้าบ้านของตนเอง โดยเริ่มต้นขั้นตอนจากการซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด นำมาเพาะเมล็ดพันธุ์ในที่ร่ม

และอนุบาลผักจนถึงนำมาปลูกในขั้นตอนระบบน้ำไหลวนบนท่อพีวีซีกว่า 2,000 หลุม โดยทำการบริหารจัดการตามขั้นตอนการปลูกการบำรุงรักษา จนสามารถทำให้ขึ้นฉ่ายที่ปลูกไว้โตได้อย่างรวดเร็วและสวยงาม รวมทั้งเป็นที่ต้องการของตลาด

แต่ละวันก็จะสามารถผลัดเปลี่ยนเก็บผลผลิตได้ทุกวันจนสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี มีพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่หมุนเวียนกันมาซื้อ โดยตนเองจะขายกำละ 10 บาท ถ้าชั่งขายในราคากิโลกรัมละ 35-40 บาท ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ตนเองได้ทำการปลูกขึ้นฉ่ายเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีแล้ว เนื่องจากขึ้นฉ่ายของตนเองนั้นจะมีความสวยงาม และเป็นที่ต้องการของตลาด และตนเองก็จะขยายพื้นที่เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันเป็นที่ต้องการของลูกค้าเนื่องจากผักมีความสวยงาม สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวตกเดือนละ 8,000-10,000 บาทเลยทีเดียว

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...