นศ.ไทยในอังกฤษ พ้อ กลับประเทศลำบาก สุดโกลาหล จวกรัฐ ออกกฎฟ้าผ่า!
นศ.ไทยในอังกฤษ พ้อ กลับประเทศลำบาก สุดโกลาหล หลังรัฐออกกฎฟ้าผ่า ต้องมีใบรับรองแพทย์ก่อนกลับมา ติดต่อสถานทูตก็ยาก
วันนี้ (20 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ ที่บรรดาคนไทยในสหราชอาณาจักรที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย หลังสำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางทางอากาศออกจากเขตโรคติดต่อร้ายแรง
ส่งผลให้ต้องมีการขอใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าสุขภาพมีความพร้อมเดินทางทางอากาศได้ และหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ ว่าสร้างความโกลาหลและผลกระทบรุนแรงต่อคนไทยในอังกฤษมาก
นักศึกษาปริญญาเอกของไทย เมืองนิวคาสเซิล ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย เนื่องจากหวั่นเกรงความปลอดภัยจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เล่าว่า ตนเรียนจบแล้ว แต่ต้องการดำเนินการเรื่องจบให้สมบูรณ์ตามระเบียบ ช่วงต้นๆ ไม่กังวล ตอนที่อังกฤษพบผู้ติดเชื้อคนแรกๆ แล้วส่งตัวมารักษาที่เมืองที่ตนอยู่ ประกอบกับตนไม่ค่อยได้ออกไปไหน จึงคิดว่าไม่มีความเสี่ยงมาก
แต่หลังจากสถานการณ์ผ่านไประยะหนึ่ง พบว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้ทางบ้านเป็นห่วงมาก และเริ่มกังวลถึงความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น กระทั่งองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลก ทางสถาบันศึกษาของตนจึงเริ่มมีมาตรการปิดการเรียนการสอนไปจนถึงอย่างน้อยเดือน ก.ย. จึงไม่สามารถทำอะไรต่อได้แล้วในภาวะนี้
คนทะลัก! คนไทยในอังกฤษแห่ขอรับใบรับรองเพื่อกลับไทย หลัง โควิด ระบาดหนัก
คนไทยในอังกฤษ ถาม คนชาติตัวเองถูกปฏิเสธเข้าประเทศได้หรือ ปมประกาศ กพท.
จุดที่ทำให้ตนตัดสินใจกลับประเทศเป็นช่วงที่ได้รับอีเมล์จากทางมหาวิทยาลัย เมื่อประมาณวันจันทร์ที่ผ่านมา แนะนำให้เดินทางกลับประเทศหากสามารถทำได้ ประกอบกับที่ตนได้ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จึงคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงว่า อังกฤษอาจปิดประเทศเร็วๆนี้ และระบบสาธารณสุขของอังกฤษนั้นมีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนในการขอรับบริการ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จึงตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไทยอย่างกะทันหัน
นศ.ปริญญาเอก ระบุต่อว่า หลังตัดสินใจจึงรายงานต่อมหาวิทยาลัย และอาจารย์ที่ปรึกษา และเริ่มเก็บสัมภาระ ตรวจสอบสายการบิน แต่ไม่มีสายการบินตรง ต้องไปที่นครดูไบ หรือลงที่กรุงลอนดอนก่อน แล้วกลับมาไทย ซึ่งยากลำบากเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน คาดว่าจะบินกลับก่อนวันที่ 22 มี.ค.นี้
แต่ล่าสุด มาพบระเบียบใหม่ของ กพท. ทางเว็บไซต์ของ สอท.ไทย กรุงลอนดอน โดยข้อมูลนั้นช่วงแรกไม่ครอบคลุม ก่อนจะมาอัพเดทรายละเอียดเพิ่มเติม ว่าขั้นตอนโดยละเอียดเป็นอย่างไร สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยนอกกรุงลอนดอน
หลักๆ ที่ทำให้ตนไม่พอใจ คือ ความกะทันหันของระเบียบ เช่นการขอใบรับรองแพทย์ว่าสามารถเดินทางทางอากาศได้ (fit to fly certificate) ซึ่งยากลำบากมาก เพราะขั้นตอนของอังกฤษนั้นซับซ้อนและใช้เวลา
นักศึกษาคนนี้ เล่าว่า ทางมหาวิทยาลัยก็ให้คำแนะนำไม่ได้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คลินิกที่ดูแล ระบุว่า ไม่มีบริการในส่วนดังกล่าว โทรหาสถานทูตเพื่อขอคำแนะนำก็ติดต่อไม่ได้ ทางอาจารย์ที่ปรึกษาจึงให้ติดต่อหาโรงพยาบาลเอกชน ก่อนจะได้คำตอบว่า ไม่มีแพทย์ที่จะให้บริการส่วนนี้ จึงต้องถามรุ่นพี่ว่า ใบดังกล่าวคือใบอะไร และต้องตรวจกับแพทย์แบบใด
จึงโทรหาแพทย์คนที่เคยตรวจกับรุ่นพี่คนนี้ แต่ตนไม่ได้มีประวัติกับหมอคนนี้ ฝ่ายทะเบียนของแพทย์จึงปฏิเสธ แล้วแนะนำว่าให้โทรไปสอบถามที่รพ. อีกแห่งหนึ่ง (เป็นแห่งที่สาม) ก็ไม่มีบริการนี้เช่นกัน เช่นเดียวกันกับรพ.แห่งที่สี่ เพราะ ไม่มีประวัติ
และหากต้องการลงประวัติก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กระทั่งสอบถามถึงรพ. แห่งที่ห้า และที่หก ที่ยอมให้บริการแต่จะตรวจได้ ต้องตรวจโรคโควิด-19 ซึ่งทาง รพ. จะส่ง ชุดทดสอบไปให้ดำเนินการเอง แล้วส่งกลับไปแล็ป ใช้เวลา 24 ช.ม. เพื่อรอผล หากเป็นลบ จึงจะอนุญาตให้ไปตรวจกับหมอเพื่อออกใบ fit to fly ได้ต้องใช้เวลาอีก 1 วัน ค่าตรวจรวมทั้งหมด 275 ปอนด์ หรือร่วมหมื่นกว่าบาท รวมใช้เวลา 2-3 วัน
แต่ต่อมา รพ. แห่งที่ห้า โทรกลับมาว่า สามารถตรวจเพื่อออกใบ fit to fly ได้ทันที จึงจะเดินทางไปพบแพทย์ในวันเสาร์นี้ ค่าตรวจ 120 ปอนด์ หรือราว 4,500 บาท จึงโล่งใจขึ้นมา ล่าสุด ตนกำลังจะจองตั๋วเครื่องบินโดยสาร ตอนนี้กำลังสอบถามสถานทูตว่า จะออกใบรับรองให้ได้เร็วแค่ไหน เพื่อตนจะจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งตนเข้าใจได้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่หวังว่าอังกฤษจะไม่ปิดประเทศเสียก่อนที่เรื่องจะเสร็จ
“ดิฉันโชคดีที่มีทุนทรัพย์สามารถเสาะหาสถานที่ที่ออกใบรับรองนี้ได้ ซึ่งก็ลำบากเหลือเกิน เพราะกระบวนของอังกฤษไม่เหมือนเมืองไทย แต่กับคนที่ไม่มีทุนทรัพย์ไม่สามารถจ่ายแพงๆ เพื่อหาใบที่ว่านี้ได้ แล้วคนที่อยู่เมืองเล็กๆ ทางเลือกทั้งหมอและสถานพยาบาลมีไม่มาก
คือ ต้องไปเมืองอื่น หรือบินมาที่กรุงลอนดอน ซึ่งแออัด ก็เสี่ยงอีก ไม่มีใครอยากไป อยากฝากบอกไปทางผู้ออกระเบียบว่า ได้เคยทราบความลำบากในส่วนนี้ของเราบ้างหรือไม่ ก่อนออกระเบียบเหล่านี้ควรต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานของอังกฤษสักเล็กน้อยบ้างหรือไม่
เพื่ออำนวยความสะดวกให้เราบ้างหรือไม่ บางคนถึงขั้นต้องยอมทิ้งตั๋ว แล้วซื้อตั๋วใหม่ หมดเงินหมดทองตั้งเท่าไหร่ บอกเลยว่าถ้างานนี้ไม่มีเงินก็คงต้องเน่าตายอยู่ในอังกฤษนี่แหละค่ะ” นศ.ปริญญาเอก กล่าว