ไทยเดินเครื่องชิงเจ้าภาพยูธโอลิมปิก 2026 - ดัน 'มวยไทย-ตะกร้อ' บรรจุแข่งขัน
ไทยเดินเครื่องชิงเจ้าภาพยูธโอลิมปิก 2026 – ดัน ‘มวยไทย-ตะกร้อ’ บรรจุแข่งขัน
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2569 (ค.ศ.2026) ครั้งที่ 2/2563 ที่ห้องประชุม ชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน โดยมี พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกรรมการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฯ ของคณะกรรมการอำนวยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 พ.ศ.2569 (ค.ศ.2026) จากคณะกรรมการทั้ง 5 ฝ่าย ซึ่งที่ประชุมได้หารือในการนำเสนอชนิดกีฬาที่จะทำการจัดการแข่งขันทั้งหมด โดยจะอ้างอิงจากการจัดการแข่งขันในครั้งก่อน และเพิ่มเติมกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยคือ มวยไทย และเซปักตะกร้อ โดยสนามที่จะทำการจัดแข่งขันกีฬาจะกระจายไปตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในจังหวัดกรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี
ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยหลังการประชุมว่า ได้หารือเรื่องการวางระบบการทำงาน เพราะว่าตอนนี้ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการในเรื่องของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเราได้รับการยืนยันจากทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ขั้นตอนแรกของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันฯ สิ่งที่วันนี้มีมติเรียบร้อยแล้วคือ เรื่องของการมอบหมายให้แต่ละฝ่ายไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีฝ่ายจัดการแข่งขันและสนับสนุนการดำเนินการ ฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายเลขานุการและประชาสัมพันธ์ ฝ่ายงบประมาณและการเงิน และฝ่ายกำกับดูแลและติดตาม นอกจากนี้ยังได้มีการเพิ่มเติมคณะอนุกรรมการด้านวัฒนธรรม การศึกษา และมรดกโอลิมปิก และอีกคณะที่ได้มอบหมายเข้ามาใหม่ก็คือเป็นคณะที่เสนอตัวในฐานะเมืองเจ้าภาพ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นแกนหลักในคณะนี้ และในที่สุดแล้วทุกคณะจะต้องผ่านคณะกรรมการชุดสุดท้ายก็คือคณะกำกับดูแลและติดตามประเมินผล โดยในระบบการทำงานก็คือเร่งรัดให้มีการเปิดสำนักงานที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการเตรียมพื้นที่เอาไว้แล้ว ณ ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นศูนย์ประสานงานทั้งหมดในการที่จะสื่อสารกับทางไอโอซี
ดร.ก้องศักด กล่าวต่อว่า ส่วนที่สองคือ การพิจารณาโลโก้ของการเสนอตัว ได้มีการเสนอรูปแบบต่างๆ และปรับให้เข้ากับความเป็นไทยเพื่อที่จะใช้เป็นโลโก้ในการเสนอตัว ส่วนเรื่องของการแข่งขันก็ได้มีการสรุปแล้วว่าจะยึดกีฬาตามประเภทที่เคยจัดในยูธ โอลิมปิกเกมส์ครั้งก่อนๆ โดยเพิ่มเติมคัดเลือกกีฬาที่มีความนิยมมา 1 กลุ่ม ซึ่งสามารถเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนสนใจมากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันก็เพิ่มกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยเข้าไปคือ กีฬามวยไทย และกีฬาเซปักตะกร้อ เพราะเราต้องการเผยแพร่ในมิติของกีฬา และวัฒนธรรมเข้าไปด้วย ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน โดยได้มีการนำเสนอแนวคิดสำหรับเด็กและเยาวชนในเรื่องของการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา รณรงค์สร้างความเข้าใจในเรื่องของอันตรายจากการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา และรณรงค์เรื่องของ Clean Sport หรือการเล่นกีฬาที่ปราศจากสารต้องห้ามต่างๆ นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญก็คือ เรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการรณรงค์ให้การจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่รักษาสิ่งแวดล้อมและมีการกำจัดขยะต่างๆ อีกด้วย