โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เนื้องอกมดลูกใหญ่ 20ซม. แพทย์เผยใครบ้างมีโอกาสเป็น แนะควรตรวจร่างกายทุกปี

Khaosod

อัพเดต 19 พ.ย. 2562 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 04.09 น.

เนื้องอกมดลูกใหญ่ 20ซม. แพทย์เผยใครบ้างมีโอกาสเป็น แนะควรตรวจร่างกายทุกปี

วันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงษ์ เป็นแพทย์ กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โพสต์ภาพเนื้องอกในมดลูกขนาดใหญ่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาโดยเนื้องอกดังกล่าวเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปต่างมีคนเข้ามาคอมเมนต์ถามวิธีรักษาและอาการของการเกิดเนื้องอกจำนวนมาก

ทางนายแพทย์โอฬาริก จึงออกมาไลฟ์สด ตอบ 5 คำถามยอดฮิต ของโรคเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ที่คนสนใจ มีดังนี้ คำถามแรก จะเป็นโรคเนื้องอกไหม คุณหมอตอบว่า โรคนี้เจอได้บ่อยในผู้หญิง ประมาณ 1 ใน 5 คน หรือ 20% และการศึกษาบางชิ้นก็บอกว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ถึง 50%

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

คำถามที่สองจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นโรคเนื้องอก คุณหมอตอบว่า จะต้องมีการวินิจฉัย 3 อย่างใหญ่ๆ คือ หนึ่งต้องดูประวัติ ซึ่งคนที่ต้องตรวจเนื้องอกมดลูก จะมาจากประจำเดือนผิดปกติ ปวดท้องมาก อาจจะประจำเดือนมาเยอะ เลือดออกผิดปกติ อีกสาเหตุหนึ่งคืออาการของก้อนเนื้อโต แล้วไปกดอวัยวะกระเพาะปัสสาวะ จนปัสสาวะบ่อย หรือไปกดลำไส้ จนท้องผูก บางคนไปกดจนท่อไต ก็ทำให้ไตบวม และเกิดอาการปวดเอว ปวดหลัง มีอาการตั้งครรภ์ยาก ตั้งครรภ์แล้วมีปัญหา

สองการตรวจร่างกาย ก็บอกได้ว่าเป็นก้อนหรือป่าว โดยเนื้องอกในมดลูกมีหลายตำแหน่ง มีหลายขนาด การตรวจภายในบางครั้งไม่สามารถบอกได้ชัดเจนถ้าก้อนมันไม่ใหญ่มาก ก้อนที่จะเริ่มคลำได้ จะเหมือนคนท้องประมาณ 3 เดือน หรือประมาณ 4-5 ซม. แต่หากก้อนเนื้อไปอยู่ในโพรงมดลูก จะคลำไม่ได้

สามการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การอัลตราซาวด์ ถ้าก้อนใหญ่จริงๆจะเห็น แต่ถ้าก้อนเล็กและอยู่ในโพรงมดลูก อาจจะไม่เห็น ต้องมีการทำเอ็มอาไอเพิ่มเติม หรืออัลตราซาวด์แบบพิเศษ คือฉีดน้ำเข้าไปในมดลูก แล้วอัลตราซาวด์

คำถามที่สาม จะเป็นมะเร็งหรือไม่ คุณหมอตอบว่า โอกาสเป็นมะเร็งน้อยมาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเลย ประมาณ 0.1-0.3% ใน 1,000 คน จะมีโอกาสเป็น 1 คน และต้องมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ก้อนเนื้อโตเร็ว ก้อนเนื้อเจอในคนแก่ เป็นต้น

คำถามที่สี่ จะรักษาอย่างไร การรักษาจะเป็นไปตาม 3 อ. คือ อาการ อายุ และอยากมีลูก อาการคือเลือดออกเยอะหรือไม่ ก้อนเนื้องอกใหญ่มากขนาดไหน กดเบียดอวัยวะภายในไหนหรือป่าว ส่วนอายุน้อยหรืออายุมาก จะเป็นตัวแปรสำคัญว่า จะต้องรักษาอย่างไร สุดท้ายคืออยากมีลูก คนไข้อายุน้อยแล้วยังคงอยากมีลูก หรืออายุมากแล้วไม่อยากมีลูกหรือไม่ สำหรับการรักษามีทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา มีทั้งยาฉีด ยากิน และการผ่าตัด ทั้งแบบเปิดหน้าท้อง หรือผ่าตัดส่องกล้อง

คำถามที่ห้า จะไปพบแพทย์ดีหรือไม่ คุณหมอตอบว่า ควรมาพบแพทย์ หรือไม่ก็ตรวจสุขภาพประจำปี อย่าเขินอาย เพราะมันจะไม่หายถ้าเป็นโรคขึ้นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...