โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Preview AFC Asian Cup : อดีตสองชาติเคยยิ่งใหญ่ ‘ไทย – อินเดีย’

MThai.com

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2562 เวลา 06.31 น.
ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 4 แต้ม ได้ 3 ประตู เสีย 5 ประตู… นี่คือ 3 นัดสุดท้ายการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ ที่เคยเกิดขึ้นของ ทีมชาติไทย เมื่อปี 2007

ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 4 แต้ม ได้ 3 ประตู เสีย 5 ประตู… นี่คือ 3 นัดสุดท้ายการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ ที่เคยเกิดขึ้นของ ทีมชาติไทย เมื่อปี 2007

ปัจจุบันผ่านมา 12 ปี คู่ต่อกรของทีมชาติไทย ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย และเราต้องแปรสภาพจากเจ้าบ้านในอดีต กลายเป็นทีมร่วมกลุ่มกับ “เจ้าภาพ” นั่นคือการอยู่กลุ่มเอ ร่วมกับ สหรัฐอาหรับเอเมิเรตส์, บาห์เรน และอินเดีย

นี่คือการแข่งขันที่มีเป้าหมายในการเก็บ 4 แต้มเป็นอย่างน้อย เพื่อการันตีการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ ในฐานะอันดับสามที่ดีที่สุด ตามทฤษฎีของโปรแกรมการแข่งขันที่กำหนดในเบื้องต้น และทัพช้างศึกจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน เมื่อนัดแรกต้องพบกับ อินเดีย ที่ตั้งเป้าเก็บ 3 คะแนนจาก ทีมชาติไทย เช่นกัน

แข่งขันวันที่ 6 มกราคม 2562

สนาม : อัล นาห์ยาน สเตเดียม, กรุงอาบูดาบี, เวลา 20.30 น.
ถ่ายทอดสดทาง ช่อง 7 HD

ทีมชาติไทย

ช้างศึก เคยมีผลงานดีสุดคือการคว้าอันดับ 3 ในปี 1972 (47 ปีที่แล้ว) แต่สถานการณ์ล่าสุดต้องถูกถาโถมไปด้วย แรงกดดัน, คำด่าทอ ในโลกโซเชี่ยล หลังการตกรอบรองชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ฉะนั้นความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทยมีค่อนข้างสูง หากตกรอบแรก นั่นหมายความว่า เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งทัวร์นาเมนท์ล่าสุด จะกลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง

ด้านความพร้อม มิโลวาน ราเยวัช พาทีมเดินทางมาประเทศยูเออี ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2561 แม้จะลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ โอมาน ได้ไม่สวยนัก แต่สภาพความพร้อมถือว่าสมบูรณ์ เนื่องจากมี สรานนท์ อนุอนิทร์ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนแกนหลักที่เหลืออยู่กันครบ นำโดย 3 แข้งดีกรีเจลีก อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้ากัปตันทีม, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และธีราทร บุญมาทัน

ทีมชาติอินเดีย

อดีตพวกเขาเคยทำผลงานดีสุด คือการคว้ารองแชมป์ ในปี 1964 (55 ปีที่แล้ว) หากสู่ยุคใหม่ อินเดีย เป็นทีมที่มีพัฒนาการมากที่สุดในเอเซียใต้ นับตั้งแต่ปี 2016 พวกเขาเคยเสียประตูให้คู่แข่งมากถึง 9 ลูกจากการลงเล่นเพียง 7 นัด แต่ปี 2017 อินเดียกลับเสียประตูให้คู่แข่ง 7 ลูกจาก 9 นัด และปีต่อมาพวกเขาเสียเพียงแค่ 9 ลูกจากทั้งหมด 12 นัด ซึ่งนับว่าลดลงเรื่อยๆในแต่ละปี แถม 2 ใน 3 เกมล่าสุดคือการเก็บคลีนชีตได้จาก จีน และ โอมาน ที่ถลุงไทยในเกมอุ่นเครื่องมา 2 ประตู

“ฟุตบอลถ้าคุณไม่เสียประตู คุณก็ไม่ใช่ผู้แพ้” นี่คือปรัชญาการทำทีมของ “กุนซือจอมพเนจร” ฉายาที่บรรดาสื่อและกูรูฟุตบอลต่างตั้งให้โค้ชสตีเฟ่น คอนสแตนติน นายใหญ่ทีมชาติอินเดีย ที่ยกพลลูกทีมมาถึงแผ่นดินยูเออีเป็นชาติแรก พร้อมด้วยกำลังหลักอย่าง กูร์พรีท ซิงห์ สันธุ และสุนิล ชเฮตรี ดาวซัลโซสูงสุดตลอดกาลของทีม

11 ตัวแรกที่คาดว่าจะลงสนาม

ทีมชาติไทย

ฉัตรชัย บุตรพรหม (GK)
ทริสตอง โด , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูรณ์ , ธีราทร บุญมาทัน
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , ปกเกล้า อนันต์, อดิศักดิ์ ไกรสร , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , สรรวัชญ์ เดชมิตร
ธีรศิลป์ แดงดา(C)

ทีมชาติอินเดีย

กูร์ปีต ซิงห์ สันธุ (GK)
ปริตาม โคทัล , ซานเดช จินกัน , อนัส เอดาโทดิกา , สุภาซิช โภส
อุดันทา ซิงห์ , โปรนาย ฮัลเดอร์ , อนิรุธ ทาปา , ฮาลิจารัน นาร์ซารี
สุนิล ชเฮตรี (C) , เจเจ ลัลเปคลัว

Head 2 Head

– 21 ครั้งที่พบกัน ทีมชาติไทย มีสถิติที่เหนือกว่า โดยชนะ 11 นัด เสมอ 6 นัด เเละเเพ้ 4 นัด
โดยนัดล่าสุดที่ทั้งสองพบกัน ต้องย้อนไป 9 ปีที่เเล้ว ที่ทีมชาติไทยเฉือนเอาชนะไปได้ 2-1 ในนัดอุ่นเครื่องกระชับมิตร

– ล่าสุดที่ ทีมชาติไทย เสียท่าให้กับ ทีมชาติอินเดีย ต้องย้อนกลับไปในรายการ เมอร์เดก้า คัพ ในปี 1986 ที่แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...