พุ่งต่อ! อำนาจเจริญเปิดไทม์ไลน์ หญิงติด โควิด รายที่ 2 นั่งรถตู้กลับบ้าน
หยุดไม่อยู่ อำนาจเจริญเปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ โควิด รายที่ 2 เผยบินกลับมาจากฮอลแลนด์ ก่อนนั่งรถตู้จากอุบลราชธานี มาลงอำนาจเจริญ
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ โพสต์ข้อมูลอัพเดตเกี่ยวกับ สถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำวันที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 08.00 น. ระบุว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย ในพื้นที่เขตอำเภอปทุมราชวงศา โดยสรุปข้อมูลการส่งตรวจทางป้องปฏิบัติการทั้งหมด 33 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อจำนวน 31 ราย และพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 2 ราย
การติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ปริมณฑลและอื่นๆ ทั้งหมด 5,784 ราย เดินทางมาจากกรุงเทพฯ 2,851 ราย ปริมณฑล 705 ราย จังหวัดอื่นๆ โดยมีเข้าเกณฑ์สงสัยจำนวน 0 ราย การติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดจากต่างประเทศ สะสมทั้งหมดจำนน 151 ราย กักตัวสังเกตอาการที่บ้านจำนวน 52 ราย พ้นระยะกักตัว 14 วัน จำนวน 99 ราย
ด้าน นายแพทย์ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ของจังหวัด ว่า สืบเนื่องจากวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 17.00 น. ผู้ติดเชื้อเป็นผู้หญิงออกเดินทางเดินทางจากประเทศฮอลแลนด์ โดยสายการบิน KLM เที่ยวบินที่ 0875 ที่นั่ง S22 เริ่มมีอาการปวดเมื่อยตามตัว
วันที่ 29 มี.ค. เวลา 10.00 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองบอกว่าไม่มีไข้ เข้าซื้อน้ำและชาร์จแบตโทรศัพท์ ในร้านสะดวกซื้อ ทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้เซเว่น อีเลฟเว่น แล้วลงมาชั้นล่างบริเวณสถานีรถไฟฟ้า นั่งรถแท็กซี่สีชมพูโดยเรียกแท็กซี่ที่เข้ามา ไม่ได้กดตู้คิว ถึงโรงแรมแห่งหนึ่ง นอนอาบแดดที่บริเวณสระน้ำของโรงแรม ไม่ได้ว่ายน้ำ รับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมคนเดียว ไม่ได้เดินทางออกนอกโรงแรม พักที่โรงแรม 1 คืน
เวลา 10.00 น. ลงมาขึ้นแท็กซี่ที่หน้าโรงแรม และแวะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขากิ่งแก้ว (อ่อนนุช) เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิ
12.30 น. เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิปลายทางจังหวัดอุบลราชธานีด้วยสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบินที่ WE024 ที่นั่ง 48C
ถึง สนามบินอุบลราชธานี 13.30 น. ถึงสนามบินอุบลราชธานี แล้วนั่งสมาร์ทบัสไปที่สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี
เวลา 14.30 น. ออกเดินทางมาจังหวัดอำนาจเจริญ โดยนั่งรถตู้สายอุบล-อำนาจ มีผู้โดยสารประมาณ 8 คน โดยผู้ป่วยนั่งอยู่เบาะหลังคนขับรถตู้
จากนั้น 15.30 น. ถึงจังหวัดอำนาจเจริญ ลงรถที่หอนาฬิกา โดยมีพี่ชายและพี่สาวเดินทางมารับไม่ได้สวมกอดหรือสัมผัสกัน แวะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย สาขาอำนาจเจริญ รู้สึกเหมือนมีไข้ ปวดศีรษะ ไอมีเสมหะ น้ำมูกใส หายใจหอบ จึงไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
16.15 น. ถึงอำเภอปทุมราชวงศา พักที่บ้าน โดยพี่ชายมีบ้าน 2 หลัง อยู่คนละหลังกับครอบครัวของพี่ชาย ทำอาหารกินคนเดียว
ต่อมาวันที่ 31 มี.ค. เวลา 06.30 น. รู้สึกไม่สบายมาก มีไข้ นอนไม่ได้ จึงโทรศัพท์ปรึกษากลุ่มงานควบคุมโรค สสจ.อำนาจเจริญ
เวลา 07.27 น. วันที่ 1 เมษายน 2563 ได้รับแจ้งจากกลุ่มงานควบคุมโรคสสจ.อำนาจเจริญ จึงแจ้งรพ.ปทุมราชวงศา เวลา 09.00 น. ออกรับผู้ป่วยที่บ้าน ไปยังรพ.อำนาจเจริญ เพื่อรักษาตัวและกักกันตัว
นายสธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า วันนี้หลังทราบข่าวตนได้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เดินทางออกไปทำความสะอาดที่บ้านของผู้ป่วยรายนี้ทราบว่าเป็นหญิงวัยกลางคนซึ่งก็เดินทางมาจากประเทศฮอนแลนด์พอลงที่ กทม.ก็เดินทางต่อมาทางเครื่องบินมาลงที่สนามบินอุบลราชธานี และต่อรถเดินทางมาที่อำนาจเจริญโดยตรงเลย ทางเรามีความเชื่อมั่นว่าจาการที่เราออกรณรงค์กันอย่างหนักทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีการเกิดโรคนี้ขึ้นมาเลยในจังหวัดแม้แต่รายเดียว
ส่วนที่พบ 2 รายเป็นมาจากภายนอกจังหวัด ประชาชนสบายใจได้เราสามารถรับมือกับโรคร้ายได้ทันแม้แต่คนแรกและคนที่ 2 ที่ติดเชื้อมาจากที่อื่น และทั้ง 2 คนซึ่งขณะนี้กำลังเข้ารักษาตัวที่ รพ.อำนาจเจริญ เพราะทางรพ.อำนาจเจริญมีห้องส่วนตัวสามารถรักษาได้เต็มร้อยเปอร์เชนต์
ส่วนการเฝ้าระวังทางจังหวัดเรามีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และเราขอขอบพระคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้ให้การร่วมมือกับภาครัฐโดยเฉพาะกับทางจังหวัดที่มีคำสั่งออกไปยกตัวอย่าง เช่น ร้านอาหาร พลับ ห้องอาหาร สถานที่ต่างๆที่มีการชุมนุมกันมากกว่า 2 คน ขึ้นไปได้กำชับและสั่งการให้ปิดเป็นการชั่วคราวไปก่อนอะไรต่างๆ เหล่านี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดีเยี่ยม ตนต้องขอขอบพระคุณชาวอำนาจเจริญมาณโอกาศนี้ด้วย
จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยได้พูดคุยกับคนขับรถตู้สายอุบลฯ-อำนาจฯ ว่าเถ้าแก่ของคนขับรถตู้เบอร์ 33 ว่ารถตู้เบอร์ 17 ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนำไปฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากมีผู้โดยสารที่ติดเชื้อโควิดเดินทางมากลับรถตู้คันดังกล่าว เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา
โดยตนก็ไม่รู้ว่าในวันดังกล่าวนั่งมีผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถตู้คันดังกล่าวมากน้อยเพียงใด เพราะต่างคนก็ต่างไปตามคิว โดยตนก็ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่แต่อย่างใด เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ของทางจังหวัดเข้ามาแจ้งข่าว หรือบอกรายละเอียดแต่อย่างใดยังคงพากันนิ่งเงียบ