ตีปีกรับแผนรีสตาร์ตธุรกิจ เปิดตลาดจตุจักรฟรีค่าเช่า
หอการค้าฯหวั่นคนสับสน ชง “มาตรฐานกลาง” รีสตาร์ตธุรกิจ ให้ “มหาดไทย” กระจาย 77 จังหวัดก่อนดีเดย์ 3 พ.ค. กทม.คง 8 ประเภทธุรกิจ ไฟเขียวเปิดตลาดนัด กทม. 11 แห่งเต็มรูปแบบ จตุจักร ตลาดนัดมีนบุรี ธนบุรี 9 พ.ค. ค่าเช่าฟรีไม่มีกำหนด
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงานกลุ่มมาตรการสำหรับการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้จัดทำมาตรฐานกลาง 6 กลุ่มกิจการและกิจกรรมที่จะกลับมาเปิดตามปกติ ในวันที่ 3 พ.ค.นี้ ให้กระทรวงมหาดไทยกระจายไปจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งจะไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ เพราะเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่ปฏิบัติอยู่แล้ว ทั้งนี้ หลังเปิดครบ 14 วัน (16 พ.ค.) จะประเมินผล ก่อนให้กิจการประเภทอื่น ๆ ทยอยเปิดครบตามแผนทั้งหมด 4 ระยะ หลังรีสตาร์ตธุรกิจ 1-2 เดือน จะประเมินตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้ง
ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กกร.ปรับลดประมาณการจีดีพีปี 2563 อยู่ที่ 1.5-2% จากเมื่อเดือน ก.พ.เคยคาดว่าจะขยายตัว 2.0-2.5% เบื้องต้นมองว่ามีโอกาสจะเป็นลบ แต่จากการที่ธุรกิจเปิดดำเนินการได้อาจทำให้ติดลบน้อยลง จากนี้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ หรือ new normal ไทยต้องหันมาพิจารณาว่ามีจุดแข็งในธุรกิจอะไร เช่น เกษตรและอาหาร ต้องรักษาจุดแข็งไว้ ส่วนธุรกิจที่มีโอกาสเกิดใหม่จากวิกฤตอย่าง ธุรกิจทำความสะอาด พ่นฆ่าเชื้อ
สำหรับ 6 ประเภทธุรกิจและกิจกรรมที่คลายล็อก 1.ตลาด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย 2.ร้านอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ 3.ค้าปลีก-ส่ง ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ รถเร่ ร้านค้าปลีกขนาดย่อม/ร้านอาหารปลีกชุมชน ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 4.กีฬาสันทนาการ ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน, รำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้งที่ออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีม หรือแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ สนามซ้อม 5.ร้านตัดผม-เสริมสวย 6.อื่น ๆ เช่น ร้านตัดขน ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์
กทม.คงมาตรการ 8 กิจการ
ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ยังคงมาตรการผ่อนปรน 8 กิจการ อาทิ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ตลาด ตลาดนัด ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย สนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ สนามกีฬาเฉพาะชนิดที่มีการเว้นระยะห่าง เช่น เทนนิส แบดมินตัน สวนสาธารณะ ร้านตัดขนสัตว์ เป็นต้น จะเริ่มวันที่ 3 พ.ค. 2563
แต่ขอดูคำสั่งแนวทางมาตรการที่ชัดเจนจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.อีกครั้ง เนื่องจากบางมาตรการอาจไม่สอดคล้องกัน อย่างร้านอาหารทั่วไปอยู่นอกห้างสรรพสินค้า เช่น ชาบู สุกี้ ปิ้งย่าง ซึ่ง กทม.จะงดการให้บริการในลักษณะที่ลูกค้าประกอบอาหารที่โต๊ะเอง เว้นระยะห่าง 2 เมตร ไม่ได้ระบุว่าเป็นร้าน 2 คูหาเหมือน ศบค. เป็นต้น
9 พ.ค. กทม.เปิดเต็มรูปแบบ
นางสาวสมฤดี จันทรพิทักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานตลาด กทม. เปิดเผยว่า วันที่ 9 พ.ค.พร้อมเปิดบริการตลาดสดและตลาดนัด 11 แห่ง ในความดูแล รวมถึงตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดจตุจักร 2 (มีนบุรี) และตลาดนัดธนบุรี (ตลาดสนามหลวง 2) แบบเต็มรูปแบบ โดยมีมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามที่ กทม.กำหนดแนวทางไว้ เช่น กำหนดทางเข้า-ออก เว้นระยะห่าง 2 เมตร จัดตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ เป็นต้น โดยจะเปิดบริการถึงเวลา 18.00 น. ส่วนตลาดที่เปิดขายกลางคืนจะปิดให้บริการเนื่องจากรัฐบาลยังมีประกาศเคอร์ฟิว
“วันที่ 3 พ.ค.ตลาดนัดจตุจักร มีนบุรี และธนบุรี พร้อมเปิดบริการ แต่อาจแค่บางส่วน เพราะต้องมีมาตรการคุมเข้มต่าง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ในการบริหารจัดการพื้นที่ ทั้งการตีเส้นเว้นระยะห่าง เพราะเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ และต้องดูความพร้อมของผู้ค้าด้วย เพราะตลาดปิดบริการไปนาน”
ฟรีค่าเช่าไม่มีกำหนด
นางสมฤดีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้เช่าที่มีอยู่ประมาณ 26,000 แผงค้า กทม.จะไม่เก็บค่าเช่าแผงไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะสิ้นสุด ซึ่ง 11 ตลาดของ กทม. ประกอบด้วย 1.ตลาดนัดจตุจักร (มีนบุรี) 2.ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2) 3.ตลาดเทวราช 4.ตลาดประชานิเวศน์ 1 5.ตลาดหนองจอก 6.ตลาดบางกะปิ 7.ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก 8.ตลาดรัชดาภิเษก 9.ตลาดสิงหา 10.ตลาดราษฎร์บูรณะ และ 11.ตลาดนัดจตุจักร
“วอล์กกิ้งสตรีตพัทยา” หวั่น
นายนริศ เพชรรัตน์ นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านวอล์กกิ้งสตรีต เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ร้านอาหารขนาดใหญ่และวอล์กกิ้งสตรีตในพัทยา ยังไม่มีความพร้อมเปิดบริการในวันที่ 3 พ.ค. เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้แบกภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว แต่ร้านค้าขนาดกลาง และขนาดเล็ก น่าจะเปิดให้บริการตามปกติได้
“กาดฝรั่งเชียงใหม่” พร้อมเปิด
นางสาวสาริศา เมฆอุไร กรรมการผู้จัดการ บจ.ธารดง กรุ๊ป ผู้บริหารโครงการกาดฝรั่ง วิลเลจ (คอมมิวนิตี้มอลล์ย่าน อ.หางดง จ.เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ทางโครงการกาดฝรั่ง วิลเลจ เตรียมความพร้อมเปิดให้บริการโซนตลาดนัด ในวันจันทร์ พุธ และเสาร์อีกครั้ง หลังปิดนานกว่า 1 เดือน ครั้งนี้จะเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยเข้มข้น จากเดิมมีร้านค้าราว 600 บูท ได้ลดจำนวนลง 50% เหลือ 300 บูท เฉพาะร้านค้าที่เปิดบริการเป็นประจำ ให้จัดบูทเว้นระยะห่าง 1.5 เมตร ตามมาตรการรัฐ จัดทางเข้า-ออกทางเดียวเพื่อสะดวกในการควบคุม
นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือลูกค้าให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เช่นเดียวกับคนขาย และมี face shield ต้องมีพลาสติกใสปกป้องการสัมผัสอาหาร หลีกเลี่ยงการสัมผัสการยื่นรับเงินจากลูกค้าโดยตรง ต้องมีตะกร้ารับเงิน-ทอน มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริการลูกค้า ปกติผู้มาใช้บริการตลาดนัดตลอด 3 วัน เฉลี่ย 8,000 คน แต่คาดว่าการเปิดให้บริการใหม่เดือน พ.ค.นี้ ผู้ใช้บริการยังไม่มาก
เอกชนภูเก็ตพร้อมเปิดบริการ
นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมเปิดสถานประกอบการ ควบคู่กับมาตรการป้องกันโรค โดยจำแนกประเภทสถานประกอบการ กลุ่มสีขาวเปิดได้ทันที หลังรัฐบาลอนุญาตให้เปิดหลัง 3 พ.ค.นี้ กลุ่มที่สอง เสี่ยงต่ำ หรือสีเขียว เปิดหลังให้เปิดชุดแรกแล้ว น่าจะเป็น 7 พ.ค. กลุ่มที่ 3 สีเหลือง เสี่ยงปานกลาง 15 พ.ค.นี้ ส่วนกลุ่มที่ 4 สีแดง เปิด 1 มิ.ย. จะนำข้อเสนอเอกชนไปปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานก่อนประกาศใช้
โคราชตั้งศูนย์ช่วยเหลือ
นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ห้างสรรพสินค้าใหญ่ 3 ห้าง ไม่ว่าจะเป็น เดอะมอลล์ เทอร์มินอล 21 โคราช และเซ็นทรัลพลาซา ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ ต่างเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการ และมีมาตรการป้องกันเข้มงวด ส่วนร้านอาหารกว่า 700 ร้านพร้อมเปิดให้บริการทันทีหลังเดือดร้อนหนัก นอกจากนี้ จังหวัดได้ร่วมกับหอการค้าตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
“ไอที-มือถือ” รอห้างเปิด
นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมเซเว่น เปิดเผยว่า ร้านค้าในเครือทั้งหมด อาทิ บานาน่าไอที, สตูดิโอ เซเว่น เป็นต้น พร้อมเปิดทันทีที่ห้างสรรพสินค้าเปิดให้บริการ ประเมินว่าเร็วสุดน่าจะเป็นปลายเดือน พ.ค.นี้ ที่ผ่านมาบริษัทหันมาเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ทดแทน ส่วนแผนลงทุนต่าง ๆ ที่วางไว้จะปรับเปลี่ยนหรือไม่อย่างไร ต้องประเมินพฤติกรรมผู้บริโภคอีกครั้ง