โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นางนพมาศ” เมืองลพบุรี ไม่ได้ใส่ “ชุดไทย” ไฉนแต่งกายสมัยจอมพล ป.

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 ต.ค. 2563 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2563 เวลา 08.47 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - การประกวดนางนพมาศ ที่ลพบุรี

​เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองเป็นที่ทราบดีว่า“งานลอยกระทง” จะถูกจัดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วทั้งประเทศ โดยแต่ละจังหวัดจะสรรหาเรื่องราวต่างๆในท้องถิ่นมาเป็นจุดขายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลดังกล่าว อาทิเช่น งานเผาเทียนเล่นไฟจ.สุโขทัย งานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่ งานล่องสะเปา จ.ลำปางตลอดจนงานลอยกระทงสาย จ.ตาก เป็นต้น

​จุดเด่นของเทศกาลดังกล่าวนอกจากจะลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคาแล้ว  อีกกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ  “การประกวดนางนพมาศ” ที่บรรดาหญิงสาวแรกรุ่นต่างพากันแต่งชุดไทยโบราณเดินอวดโฉมกันบนเวทีให้เหล่าคณะกรรมการทำการตัดสิน แต่ในขณะเดียวกันการประกวดนางนพมาศของ จ.ลพบุรีกลับไม่ได้แต่งชุดไทยประกวดเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ แล้วเหตุใดพวกเธอถึงมาใส่ชุดในยุคจอมพล ป.  พิบูลสงครามมาประกวดกัน?

นางนพมาศ : จาก “สนมเอก” ในตำนาน สู่ “นางงาม” ทั่วทุกภูมิภาค

​“นางนพมาศ” หรือที่รู้จักในนาม “ท้าวศรีจุฬาลักษณ์” ได้ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมโดยอ้างอิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคสุโขทัย  ซึ่งกล่าวไว้ว่าเป็นพระสนมเอกของกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ผู้เพียบพร้อมไปด้วยความงามและความสามารถ อีกทั้งยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัวเนื่องในพระราชพิธีจองเปรียญลอยพระประทีปจนเป็นที่โปรดปรานของพระร่วงเจ้าอย่างมาก  ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน “นางนพมาศ” ยังคงเป็นที่ถกเถียงถึงการมีตัวตนตามประวัติศาสตร์จริงหรือไม่?  แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การรับรู้ของคนในสังคมไทย“นางนพมาศ คือ  ผู้คิดค้นประดิษฐ์กระทง” ดังนั้นเมื่อพูดถึงงานลอยกระทงแล้ว  จะไม่กล่าวถึงนางนพมาศเลยเห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ 

​อย่างที่ทราบกันดีว่าภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475 รัฐบาล “คณะราษฎร” ได้ริเริ่มให้มีการประกวด “นางสาวสยาม”ครั้งแรกในปี พ.ศ.2477 ในงานฉลองรัฐธรรมนูญที่กรุงเทพ ถือเป็นการจุดกระแสความนิยมการจัดประกวดนางงามประจำจังหวัดและนางงามประจำอำเภอเกิดขึ้นในงานฉลองรัฐธรรมนูญตามต่างจังหวัด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจนสามารถดึงดูดคนมาเที่ยวชมงานได้อย่างมาก  อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตามนโยบายสร้างชาติไทยสมัย “จอมพล ป.พิบูลสงคราม” เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การจัดงานเทศกาลประจำปีอื่นๆของท้องถิ่นมักจะมีการประกวดนางงามเป็นกิจกรรมสำคัญในงานอยู่เสมอ 

​การประกวดนางงามในงานเทศกาลประจำปีได้เริ่มปรากฏในช่วงต้นทศวรรษ 2490 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไม่นาน รัฐบาลจึงริเริ่มนโยบายฟื้นฟูประเพณีไทยเพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีที่เก่าแก่ให้คงอยู่และการจัดงานรื่นเริงก็จะช่วยบำรุงขวัญและกำลังใจให้กับคนในชาติได้อีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นในการจัดงานสงกรานต์ จึงได้มีการเพิ่มกิจกรรมการประกวด “นางสงกรานต์” ส่วนงานลอยกระทง  ก็มีการจัดประกวด “นางนพมาศ” เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดให้ผู้คนมาเที่ยวชมงาน

กำเนิดงานลอยกระทงเมืองลพบุรี : ทำไมต้องย้อนยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม?

​อาจกล่าวได้ว่า “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” เป็น “วีรบุรุษแห่งเมืองลพบุรี” ก็ว่าได้ เพราะในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐ  ผังเมือง และสิ่งปลูกสร้างแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) อันเป็นสถาปัตยกรรมที่นิยมในยุคคณะราษฎรล้วนแล้วแต่เป็นมรดกตกทอดจากความพยายามปลุกปั้นให้เป็น “เมืองทหาร” ที่สำคัญของประเทศ ตั้งแต่ หลวงพิบูลสงคราม (ยศในขณะนั้น)ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม จวบจนกระทั่งครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นเมืองทหารนำมาซึ่งการวางผังเมือง การสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานศูนย์กลางทางการศึกษา การแพทย์ การคมนาคมและสวนสาธารณะเพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจากการที่ข้าราชการทหารพาครอบครัวย้ายตามมาอาศัยอยู่ในเมืองลพบุรีด้วย ดังนั้นจึงมีการพัฒนาในด้านอื่นๆเพื่อรองรับความเจริญของชุมชนเมือง จนทำให้มีการขนานนามในยุคนั้นว่า “ลพบุรีเปรียบเสมือนเมืองหลวงแห่งที่ 2 รองจากกรุงเทพ” เพราะมีความทันสมัยตามแบบที่กรุงเทพมี ในขณะที่จังหวัดอื่นยังไม่มี อาทิเช่น

​–  โรงพยาบาลอานันทมหิดลโรงพยาบาลแห่งแรกของกองทัพไทย  

​–  โรงภาพยนตร์ทหารบกโรงภาพยนตร์แห่งที่ 2 ของประเทศต่อจากศาลาเฉลิมกรุง

​–  สวนสัตว์ลพบุรี สวนสัตว์แห่งที่ 2 ของประเทศต่อจากสวนสัตว์ดุสิต (เขาดิน)

​–  รถราง ซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในประเทศที่มีการใช้ระบบรถรางเหมือนที่กรุงเทพฯ

​สำหรับงานลอยกระทงของ “จังหวัดลพบุรี” แต่เดิมถูกจัดขึ้นที่บริเวณสวนสัตว์ลพบุรี  ซึ่งกิจกรรมภายในงานก็ไม่แตกต่างจากงานลอยกระทงในจังหวัดอื่นๆเท่าใดนัก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2539  นายประเวศ  พุ่มพวง นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรีขณะนั้น  ได้ริเริ่มให้มีการจัดงานลอยกระทงโดยได้นำภาพความทรงจำความรุ่งเรืองในอดีตยุคของจอมพล ป.  พิบูลสงคราม  มาเป็นจุดขายเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างในการส่งเสริมการท่องเที่ยว  ภายใต้ชื่อ งานลอยกระทงย้อนยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม” และได้ย้ายสถานที่มาจัดที่บริเวณ“วงเวียนศรีสุริโยทัยหรือ วงเวียนสระแก้ว” สวนสาธารณะที่สร้างขึ้นในยุคของจอมพล ป.  พิบูลสงคราม โดยมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางสระน้ำพุ ซึ่งในอดีตวงเวียนศรีสุริโยทัยยังเคยเป็น “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแห่งเมืองลพบุรี” อีกด้วย

​วัตถุประสงค์ของการจัดงานนอกจากการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยแล้ว ยังเป็นการน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของจอมพล ป. พิบูลสงคราม  ที่ได้สร้างความรุ่งเรืองให้กับจังหวัดลพบุรีในหลายๆด้าน  อาทิเช่น  การทหาร การสาธารณสุข  การศึกษา  การวางผังเมือง  และการคมนาคมขนส่ง  โดยมีการจำลองบรรยากาศภาพแห่งความทรงจำที่เคยรุ่งเรืองในอดีตของเมืองลพบุรีในช่วงทศวรรษ 2480  เช่น รถราง  รถสามล้อ ฯลฯ พร้อมกันนี้ยังเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานแต่งกายย้อนยุคในสมัยจอมพล ป.  พิบูลสงคราม ซึ่งกิจกรรมภายในงานมีทั้งขบวนแห่  การแสดงรำวงย้อนยุค ประกวดกระทง  และประกวดนางนพมาศ

มาลานำไทย : แฟชั่นสมัยใหม่ของท่านผู้นำ

​ในช่วงทศวรรษ 2480 รัฐบาลภายใต้การนำของจอมพล ป.  พิบูลสงคราม ได้ออกการประกาศใช้“รัฐนิยม” ซึ่งเป็นนโยบายสร้างชาติเพื่อให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ โดยเฉพาะฉบับที่ 10  ว่าด้วยเครื่องแต่งกาย “เหตุผลที่เราต้องปรับปรุงเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยดั่งที่ได้กล่าวไว้บ้างแล้วในเบื้องต้นย่อมเป็นอีกประการหนึ่งที่จะช่วยบำรุงจิตใจไปในตัวด้วย…” การออกประกาศดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการแต่งกายของประชาชนโดยคำนึงถึงความเหมาะสมตามกาลเทศะ อาทิเช่น  ผู้หญิงห้ามเปลือยอกหรือพันผ้ามัดอกเดินในที่สาธารณะ ผู้ชายห้ามนุ่งกางเกงแพรเมื่อเข้างานสังคมฯลฯ

​ขณะเดียวรัฐบาลได้ส่งเสริมให้คนไทยสวมหมวกเมื่อออกนอกเคหะสถานหรือที่รู้จักในนโยบาย “มาลานำไทย” อันสะท้อนได้จากคำวิงวอนของท่านนายกรัฐมนตรีแด่พี่น้องสตรีไทยเรื่องการสวมหมวก ที่ถูกแจกจ่ายไปทั่วประเทศ ความตอนหนึ่งว่า “..สวมหมวกเพื่อส่งเสริมการสร้างชาติ  ในหน้าที่สตรีไทยได้เด่นยิ่งขึ้น… นอกจากนี้ยังได้ทำคู่มือให้คำแนะนำในการเลือกสวมหมวกแก่ประชาชนตามโอกาสต่างๆอีกด้วย

​ด้วยเหตุที่ต้องการให้บรรยากาศภายในงานไปในทิศทางเดียวกันคือ ย้อนยุคไปสมัยของจอมพล ป.  พิบูลสงคราม การประกวดนางนพมาศจึงได้กำหนดให้ผู้เข้าประกวดแต่งกายตามแบบรัฐนิยมของสตรียุคนั้น กล่าวคือ  ใส่กระโปรง  สวมหมวก และดัดผมลอน ซึ่งรูปแบบการแต่งกายดังกล่าวได้ปรากฏอยู่ในการแสดงพื้นบ้านของ จ.ลพบุรี ที่เรียกกันว่า “รำโทน” อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการแต่งกายของผู้หญิงยุคจอมพล ป.  พิบูลสงคราม ผ่านบทเพลง “ผู้นำของชาติ”  ดังนี้

​“เชื่อผู้นำของชาติ  ประกาศทั้งชายและหญิง  สตรีเอาไว้ผมยาว (ซ้ำ)  ใส่หมวกรองเท้าให้ทันสมัย  นุ่งถุงกระตุ้งกระติ้ง (ซ้ำ)  มันน่ารักจริงยอดหญิงชาวไทย (ซ้ำ)”

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

​การจัดงานลอยกระทงย้อนยุคจอมพล ป.  พิบูลสงครามของ จ.ลพบุรี เป็นที่จับตามองและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ถึงขนาดที่ว่าช่วงทศวรรษ 2540 การประกวดนางนพมาศของ จ.ลพบุรี ได้ถูกถ่ายทอดสดการประกวดในค่ำคืนวันลอยกระทงผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องดังอีกด้วย แต่ทว่าในปีนี้(พ.ศ.2563) เป็นครั้งแรกที่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ในรอบ 20 กว่าปี  และไม่ได้มีการใช้ชื่อของจอมพล ป.  พิบูลสงคราม เป็นชื่องานอีกต่อไป  แม้แต่ “มาลานำไทย”แนวคิดที่เคยถูกใช้เป็นชุดผู้เข้าประกวดนางนพมาศก็ถูกยกเลิกให้ไปสวมใส่ชุดไทยโบราณแทน

​แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  สถานที่ในการจัดงานดังกล่าว ก็ยังคงเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยความทรงจำในยุครุ่งเรืองของคณะราษฎร “วงเวียนศรีสุริโยทัย”อดีตอันเคยเป็นที่ตั้งของ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” มรดกทางสถาปัตยกรรมชิ้นใหญ่ที่จอมพล ป.  พิบูลสงคราม ได้มอบไว้ให้แก่คน “ลพบุรี” เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะให้ได้ใช้ประโยชน์กันเรื่อยมาจวบจนถึงปัจจุบัน

—————

อ้างอิง

(3) สร.0201.55/42 เรื่อง เบ็ดเตล็ดเรื่องวัฒนธรรม

ชาตรี  ประกิตนนทการ.  ศิลปะ–สถาปัตยกรรมคณะราษฎร.  กรุงเทพฯ: มติชน, 2563.

อัฐฐานิตย์  คะเชนทร์.  การออกแบบผังเมืองสมัยจอมพล ป.  พิบูลสงคราม (พ.ศ.2475-2487): ลพบุรี, สระบุรี และเพชรบูรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต  สาขาวิชาศิลปสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2558.

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 ตุลาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...