How to จัดการความสัมพันธ์ เมื่อครอบครัวนั้นคุยเรื่องการเมือง ! - เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร
ท่ามกลางกระแสการเมืองที่กำลังร้อนแรงในตอนนี้ หลายบ้านเจอปัญหาใหญ่ เมื่อสมาชิกครอบครัวแต่ละคน บ้างต่างสถานะ บ้างต่างวัย มีแนวคิดทางการเมืองที่ไม่เพียงไม่คล้าย แต่อยู่ขั้วตรงข้ามกัน
นำไปสู่ความตึงเครียด หรือแม้แต่การทะเลาะกันภายใน
“บ้าน” ซึ่งควรเป็นที่พักใจ จึงกลายเป็นสมรภูมิไปในบัดดล
ความจริงแล้วสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ แต่พบเจอได้รอบโลก ที่ร้อนแรงสุดๆคงหนีไม่พ้นสหรัฐอเมริกา ยิ่งใกล้เลือกตั้งก็ยิ่งร้อนดั่งไฟ เมื่อพ่อแม่คนขาวรักทรัมป์สุดใจ ขณะลูกวัยรุ่นรุ่นใหม่ ก็มองว่าทรัมป์เป็นพิษภัยต่อนานาประเทศทั่วโลก
ทำไมพ่อแม่ไม่เข้าใจ! ทำไมพ่อแม่ถึงดูแต่ FOX ไม่ดูช่องอื่นบ้าง !!
ขณะที่พ่อแม่ก็มองว่าลูกโดนล้างสมอง ทำไมไม่มองว่าปัญหาคนดั้งเดิมเสียสิทธิ์ ปัญหาคนอพยพเข้าเมือง มันยิ่งทำให้ประเทศเสื่อมลงไป ! ใฝ่หาแต่เสรีภาพอยู่ได้ไม่เข้าใจชีวิตสักนิด !!
เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาจริง ๆ จัง ๆ ที่มีนักจิตวิทยาและแพทย์ผู้เกี่ยวข้องออกมาให้ความเห็นกันมาก
เราจะมาค่อย ๆ ดูกันไปค่ะ
อันดับแรก เราต้องเข้าใจก่อนว่า “ครอบครัว” มีสถานะที่พิเศษกว่าความสัมพันธ์อื่น
หากเป็นเพื่อนกัน เมื่อเห็นไม่ตรงกัน เราอาจตัดสัมพันธ์หรือถอยห่างชั่วขณะ เรียกได้ว่าเลือกคบเลือกข้างตามความสบายใจ
แต่กับครอบครัวนั้นไม่ใช่
เพราะครอบครัวเป็นสิ่งที่ “เลือกไม่ได้”
เราไม่สามารถเลือกให้ใครมาเกิดเป็นลูกหลานเราได้ เช่นกันไม่สามารถเลือกไปเกิดกับบ้านไหนได้ พูดแบบโหดvๆ ครอบครัวต้องอยู่ร่วมกันตลอดไป ไม่ว่าจะเห็นหรือต่างกันในเรื่องใดก็ตามที
นั่นทำให้วิธีจัดการความสัมพันธ์ในครอบครัวแตกต่างจากความสัมพันธ์อื่น
ฉะนั้นแม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศแห่งเสรีภาพ และแม้การแสดงออกจะอิสระมากเพียงใด นักจิตวิทยาก็ยังแนะนำให้ “หลีกเลี่ยงการปะทะ” ในหัวข้อการเมืองภายในครอบครัวอยู่ดี
ใน Quora (คล้ายพันทิปแต่ใหญ่ระดับโลก) มีผู้ใช้งานทั้งระดับทั่วไปและระดับนักจิตวิทยา แนะนำวิธีการน่าสนใจ บางบ้านถึงขั้นออกกฎห้ามพูดคุยเรื่องการเมือง บางบ้านเลื่อนวันนัดรวมญาติออกไป ทั้งฝ่ายเด็กฝ่ายผู้ใหญ่ไม่ยกเว้น เรียกว่าทำกันจริงจังเป็นล่ำเป็นสันเลยทีเดียว
แต่การหลีกเลี่ยงอาจไม่ใช่ทางแก้ที่เป็นไปได้เสมอไป หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเปิดประเด็นสนทนาขึ้นอย่างชัดเจน
คำแนะนำถัดมาจึงเป็นว่า “ให้เรียนรู้จากคู่สนทนา มากกว่าคิดเปลี่ยนแปลง”
อันที่จริงไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นใคร เป็นพ่อ เป็นลูก เป็นเพื่อน เป็นครูใหญ่ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อของเขาจากภายใน ได้ด้วยการสนทนาเพียงครั้งเดียว
นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับค่ะ
เพราะฉะนั้น การอธิบายความเห็นทางการเมืองให้คนในครอบครัวที่อยู่ขั้วตรงข้ามฟัง จึงไม่เคยจบด้วยการเปลี่ยนความเห็นเขาให้มาเป็นเหมือนเราได้
แถมบรรยากาศภายในครอบครัวอาจยิ่งเลวร้าย หากเราพยายามจะเปลี่ยนคนตรงหน้าให้ได้ ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม
การสนทนาเรื่องการเมืองในครอบครัว หากจำต้องเกิดขึ้น ก็ควรเป็นไปเพียงเพื่อแสดงความเห็นและเรียนรู้ซึ่งกันและกันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากเนื้อหาที่คุยเผยให้เห็นด้านมืดของฝ่ายตรงข้าม ที่เรานั้นไม่อาจรับได้อีกต่อไป เช่น ลุงเกลียดม็อบและดีใจที่เห็นพวกนี้โดนฉีดแก๊ซน้ำตาใส่ พร้อมแช่งให้ไปตาย เช่นนั้นเป็นความคิดที่ผิดด้วยหลักสากลทั่วไป และเราไม่อาจนิ่งเฉยอีกแล้ว
คำแนะนำก็คือเราควร “แสดงความไม่เห็นด้วย” อย่างชัดเจน แต่ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับรูปแบบของครอบครัว
ข้อนี้พูดง่ายแต่ทำยาก ตัวอย่างเช่น เราคงไม่สามารถทุ่มเถียงกับญาติผู้ใหญ่เช่นคุณลุงได้ อาจใช้วิธีตัดจบ เช่น บอกลุงว่าเรื่องนี้มีประเด็นอ่อนไหว ไม่ควรคุยในครอบครัวอีก ซึ่งด้านหนึ่งบ่งชัดว่าเราไม่เห็นด้วย อีกด้านก็ช่วยตัดการสนทนาไม่ให้รุนแรงเกินไป
โดยรวม รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเลี่ยง รู้ว่าควรคุยอย่างไร รู้ว่าควรตัดจบเมื่อไหร่ คือหัวใจสำคัญนั่นเอง
นี่ก็คือคำแนะนำที่พบได้ทั่วไป ในยุคสมัยที่การเมืองร้อนแรง
ทว่า
บางครั้งเรื่องราวก็มิได้ง่ายดายปานนั้น
▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีกรณีคุณยายท่านหนึ่ง มาพบแพทย์ด้วยว่าคิดฆ่าตัวตาย สาเหตุจากพบว่าหลานรักในไส้ สนับสนุนการปฏิรูปกษัตริย์
เมื่อสอบถาม คุณยายรู้สึกผิดหวัง ด้วยว่าเลี้ยงหลานมาด้วยความรัก และเชื่อมั่นในสถาบันกษัตริย์ หวังให้หลานจงรักภักดีตลอดไป
แกจึงผิดหวังที่ “ไม่อาจเลี้ยงหลานให้โตมาดังใจ” ทั้งยังรู้สึกผิดที่หลานทำสิ่งที่แกมองว่าหนักแผ่นดินขึ้นมา
ข้างหลานเองก็ย่อยยับไม่แพ้กัน คิดฆ่าตัวตายหนีหน้า สาเหตุว่ายายที่ตนรักและบูชา “ไม่เข้าใจว่าตนกำลังทำสิ่งใด” ด้วยตนไม่เคยคิดล้มเจ้า ไม่เคยชังชาติ เพียงอยากเห็นอนาคตเดินไปตามทางที่ตนหวังไว้
ยิ่งเมื่อโดนยายที่ตนเคารพรักยิ่งกว่าพ่อแม่ตัดเยื่อใย จิตใจจึงพังทลาย ไม่อาจอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว
แรกฟังเรื่องราวเหล่านี้ เราทอดถอนใจ ว่าประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว แต่พอลองมองย้อนดู กลับเห็นเรื่องราวบางอย่าง ที่ซุกซ่อนจนเกือบมองผ่าน ทั้งที่คือใจความแท้จริงภายใน
ยายหลานคู่นี้ไม่ได้คิดฆ่าตัวตาย เพียงเพราะแนวคิดทางการเมืองต่างกัน
แต่สิ่งที่ไล่ทั้งคู่ให้จนมุมเช่นนั้น กลับเป็น “ความสัมพันธ์” ที่มีให้กันโดยเฉพาะนั้นเอง
นั่นคือสำหรับครอบครัวแล้ว ความเห็นต่างทางการเมือง อาจเป็นเพียงชนวนเหตุหนึ่งเท่านั้น แก่นแท้ของปัญหา ยังคงเป็นความสัมพันธ์ ของคนในครอบครัวเดียวกัน ที่ต่างด้วยวัย, ฐานะ, และแนวคิดนั่นเอง
▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪
แต่แล้วเราจะจัดการปัญหานี้อย่างไร
ในทางการแพทย์แล้ว เราอาจต้องมองย้อนดูว่า ตัวเราเองแท้จริงรู้สึกนึกคิดอย่างไร
พ่อแม่ลูกโกรธกันเรื่องการเมือง คิดอยากพูดคุยให้มันรู้เรื่องกันไป ลงท้ายทุ่มเถียงมากมาย จบด้วยครอบครัวร้าวฉานแตกแยกขึ้นทุกที
หากลองหยุดคิดแล้วพิจารณา ตอนนี้ตัวเราอารมณ์ใจคอเป็นอย่างไร โกรธ โมโห ผิดหวัง น้อยใจ เช่นนั้นพักก่อนให้สบาย เย็นลงแล้วค่อยคิดอีกที
เมื่ออารมณ์เริ่มผ่อน ลองคิดถึงจุดถัดมา ที่เราอยากปะทะกับอีกฝ่ายดังว่า ทำไปด้วยเป้าหมายอะไร
เราอยากเอาชนะ สั่งสอนเด็กเหลือขอให้ยอมรับพ่อคนนี้ที่เลี้ยงมาใช่หรือไม่ หรืออยากให้ลูกเปิดใจ เห็นความดีงามของสถาบัน และประวัติศาสตร์อันเรืองรอง
ข้างลูกที่แท้เพียงอยากเอาชนะพ่อ หรืออยากพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอ หรืออยากให้ประเทศไทยก้าวหน้า และเดินต่อไปสู่อนาคตอย่างสง่างาม
เมื่อเราเห็นเป้าหมายชัด ลองถามตัวเองว่า สิ่งที่เราคิดทำจะนำเราไปสู่เป้าหมายนั้น หรือทิศทางตรงกันข้าม
ไม่จำเป็นต้องหาว่าฝ่ายใดผิดฝ่ายใดถูก เพียงลองตั้งคำถาม สะท้อนความว่าตัวเรานั้นรู้สึกนึกคิด และมีเป้าหมายอย่างไร
แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ละครอบครัวมีบริบทแตกต่างกันไป ขอเพียงลองหยุดแล้วมองกลับไป คำตอบที่เราอยากได้ อยู่ตรงนั้นนั่นเอง
▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪
ว่ากันว่าความเชื่อในเรื่องลัทธิการเมือง ซึ่งรวมถึงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นความเชื่อที่ขึ้นถึงระดับศรัทธา เราไม่อาจเปลี่ยนความคิดใครได้ง่าย ๆ
ขณะเดียวกันความรักความสัมพันธ์ในครอบครัวนั้น ก็ซับซ้อนกว่าตาเห็น และหลายครั้งแม้หัวใจก็ไม่เข้าใจ
การถกเถียงเรื่องดังกล่าวกับครอบครัวคนใน จึงคล้ายนำสิ่งที่อ่อนไหว ไปกระเทาะกับสิ่งที่บอบบาง
การสื่อสารจึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง ด้วยสติที่เท่าทันตัวเอง และด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง โดยมีความรักและหวังดีต่อกันเป็นที่ตั้งนั่นเอง
ขอให้ทุกครอบครัวผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างดีและสวยงามค่ะ
▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪
อ้างอิง
ขอขอบพระคุณ จิตแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
ติดตามบทความใหม่ ๆ จากเพจวันนี้ชั้นติ่งอะไรได้ทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร