โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มีอาการอย่างไร?

MThai.com - Health

เผยแพร่ 16 พ.ย. 2561 เวลา 01.00 น.
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในโรคโลหิตจาง ลองมาดูกันหน่อยไหมว่าเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรบ้าง?

ภาวะโลหิตจาง เป็นโรคที่หลายๆ คนคงเคยได้ยินจนคุ้นหูมาบ้างแล้วล่ะ บางคนก็บอกให้ป้องกันด้วยการทานอาหารจำพวกธาตุเหล็กเยอะๆ แต่แท้จริงแล้ว ภาวะโลหิตจางนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่การขาดธาตุเหล็กเพียงอย่างเดียว

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

สาเหตุของภาวะโลหิตจางที่พบได้บ่อยที่สุดคือ โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย เราจะได้รับธาตุเหล็กจากอาหารเป็นหลัก โดยอาหารที่พบธาตุเหล็กมาก ได้แก่ เนื้อสัตว์เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ นอกจากนี้ ยังพบธาตุเหล็กได้ในผักใบเขียวและธัญพืช แต่ธาตุเหล็กในอาหารประเภทหลังนี้จะถูกดูดซึมได้ไม่ดีเท่าธาตุเหล็กจากอาหารพวกเนื้อสัตว์ และอาจมีสารยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กได้ด้วย อาหารและเครื่องดื่มบางประเภทอาจมีผลยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กได้ เช่น ชา กาแฟ ผู้ที่รับประทานยาเสริมแคลเซียมก็อาจไปรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กหากรับประทานพร้อมกัน ส่วนอาหารที่วิตามินซีสูง เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว พบว่าช่วยการดูดซึมธาตุเหล็กให้ดีขึ้นได้บ้าง

เมื่อรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กแล้ว จะเกิดการดูดซึมธาตุเหล็กต่อ โดยอาศัยความเป็นกรดในกระเพาะอาหารช่วย การดูดซึมจะเกิดที่ลำไส้เล็กส่วนต้น หลังจากนั้นจะมีโปรตีนส่งธาตุเหล็กไปตามเซลล์ต่างๆ และไปเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ โดยกว่าสองในสามของธาตุเหล็กในร่างกายจะอยู่ในเม็ดเลือดแดงในส่วนที่เรียกว่า “ฮีม” ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยในการจับกับออกซิเจนและส่งไปให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายนั่นเอง ส่วนที่เหลือของธาตุเหล็กจะถูกเก็บสะสมไว้ในตับ ม้าม และไขกระดูก

เราขาดธาตุเหล็กเพราะอะไร?

1. รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อย พบได้บ่อยในเด็กทารกที่รับประทานแต่นมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากในนมมีปริมาณธาตุเหล็กเพียงเล็กน้อย ในผู้ใหญ่ การขาดธาตุเหล็กจากการรับประทานน้อยเจอได้ไม่บ่อย

2. การดูดซึมธาตุเหล็กผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบได้ไม่บ่อย อาจเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารลดลง เช่น ผู้ที่รับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหารนานๆ หรือผู้สูงอายุ ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดเอากระเพาะอาหารออก ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเอาลำไส้เล็กส่วนต้นออก ผู้ที่มีการอักเสบของลำไส้เล็กส่วนต้นเรื้อรัง เป็นต้น

3. ความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มมากขึ้น พบได้บ่อยในผู้ที่ตั้งครรภ์อยู่ หรือมีการให้นมบุตร โดยความต้องการธาตุเหล็กของคนกลุ่มนี้จะมากกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า ในเด็กเล็กที่กำลังเจริญเติบโตก็มีความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

4. สูญเสียธาตุเหล็กมากกว่าปกติ มักเกิดจากการเสียเลือดเรื้อรัง สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ เลือดประจำเดือนออกมากและนานกว่าปกติในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เลือดออกในทางเดินอาหารจากสาเหตุต่างๆ เช่น แผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง เลือดออกในหลอดอาหาร ริดสีดวงทวารหนัก หรือแม้แต่มะเร็งลำไส้ใหญ่ก็อาจจะมีอาการนำให้ทราบได้จากภาวะขาดธาตุเหล็ก การเสียเลือดจากสาเหตุอื่นๆ ที่พบไม่บ่อย เช่น จากเม็ดเลือดแดงแตกและเสียเลือดในทางเดินปัสสาวะ เสียเลือดจากระบบทางเดินหายใจ การบริจาคเลือดบ่อยครั้งกว่าที่กำหนด และไม่รับประทานยาเสริมธาตุเหล็กทดแทน เป็นต้น

จะมีอาการอย่างไร เมื่อขาดธาตุเหล็ก?

ผู้ที่ขาดธาตุเหล็กในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการใดๆ เนื่องจากมีธาตุเหล็กที่เก็บสะสมสำรองอยู่ ต่อเมื่อการขาดธาตุเหล็กนั้นเป็นมากขึ้นจึงค่อยๆ เริ่มเกิดอาการ อาการอาจเป็นแบบไม่จำเพาะ เช่น รู้สึกหงุดหงิด ความคิดความอ่านไม่แจ่มใส นอนไม่หลับ อาการที่เกิดได้บ่อยและทำให้แพทย์วินิจฉัยภาวะขาดธาตุเหล็กได้นั้น มักเกิดจากอาการทางระบบเลือด ได้แก่ การเกิดภาวะโลหิตจางนั่นเอง อาการของภาวะโลหิตจาง ได้แก่ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายมากขึ้นเวลาออกแรง หรือหากเป็นมากอาจมีอาการเหนื่อยเวลาอยู่เฉยๆ มีอาการเวียนศีรษะ หมดสติ ใจสั่น หัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยบางรายอาจมีคนทักว่าดูซีดลง กินอาหารรสเผ็ดแล้วแสบลิ้นเนื่องจากมีลิ้นเลี่ยน ในรายที่เป็นมานานๆ อาจมีเล็บผิดรูปโดยงอเป็นรูปช้อน

จะวินิจฉัยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้อย่างไร

โดยทั่วไปแพทย์จะวินิจฉัยภาวะนี้จากการซักถามประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน จากนั้นจึงส่งตรวจเลือดเพื่อดูเม็ดเลือดสมบูรณ์, ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกาย, และปริมาณธาตุเหล็กสะสม ในสถานที่ที่การตรวจทำได้ไม่สมบูรณ์ อาจใช้การให้การรักษาด้วยยาธาตุเหล็ก และตรวจติดตามว่าตอบสนองดีหรือไม่ หากตอบสนองดีก็น่าจะเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจริง แต่หากไม่ดีขึ้นก็ควรนึกถึงภาวะโลหิตจางจากสาเหตุอื่น

การรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

การรักษาขึ้นกับความเร่งด่วนของอาการ หากมีภาวะโลหิตจางรุนแรงมากหรือเป็นในผู้สูงอายุก็ควรได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้ออกซิเจน ให้เลือดแดงทดแทน จากนั้นจึงให้ธาตุเหล็กทดแทนร่วมไปด้วย โดยที่มีใช้จะอยู่ในรูปของยารับประทานและยาฉีดเข้าเส้นเลือด ยาธาตุเหล็กในรูปรับประทานมักจะถูกใช้ก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากใช้ง่าย ให้ผลการรักษาดีและราคาไม่แพง

ยาจะมีหลายรูปแบบซึ่งจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบ ส่วนใหญ่จะให้ผลการรักษาไม่ต่างกัน เมื่อรับประทานยาธาตุเหล็กแล้วจะมีอุจจาระสีดำ ซึ่งเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับทุกคนที่กินยา

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ อาการมวนท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด ซึ่งมักไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่ในบางคนอาจทนภาวะนี้ไม่ไหว จำเป็นต้องให้ในรูปยาฉีดแทน ซึ่งจะยุ่งยากมากกว่า ราคาแพงและอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ การรักษามักต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เพื่อให้ธาตุเหล็กเก็บสะสมในร่างกายเต็มที่ ที่สำคัญระหว่างการรักษาโดยให้ธาตุเหล็กทดแทน จะต้องมีการหาสาเหตุที่ขาดธาตุเหล็กและรักษาไปด้วยเสมอ เพื่อเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ ในผู้ที่มีความเสี่ยงของการขาดธาตุเหล็ก เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กที่กำลังเจริญเติบโต ผู้ที่บริจาคโลหิตเป็นประจำ ถึงแม้ยังไม่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ก็ควรพิจารณารับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างเป็นประจำ

ที่มา : อ.นพ. ชัยเจริญ ตันธเนศ ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...