โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

วิธีสะสมแต้มบุญ เพื่อไปสู่หนทางแห่งการดับทุกข์

LINE TODAY

เผยแพร่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 11.45 น.

อะไรคือแต้มบุญ….

บุญก็คือบุญ ทำไมต้องมีแต้ม..เอาเป็นว่า “แต้มบุญ” เป็นเพียงคำเรียกของคนสมัยนี้ ซึ่งก็หมายถึงการค่อย ๆ สร้างบุญไปเรื่อย ๆ ตามกำลังของแต่ละคน แต่ไม่หมายความว่า "แต้มบุญ" จะสามารถไปแลกเปลี่ยนเป็นผลบุญหรืออะไรก็ตามได้

คนเราทำบุญเพื่ออะไร? 

เพื่อให้ได้บุญ เพื่อความสุข เพื่อพ้นทุกข์ เพื่อความสงบ หรือเพื่อความร่ำรวยทั้งในชาตินี้และชาติภพหน้ากันแน่…

อย่าลืมว่าการทำบุญที่ประเสริฐที่สุดคือการทำบุญที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ดังนั้นการที่ทำบุญเพื่ออะไรสักอย่าง ก็หมายความว่าเราอาจไม่ได้บุญจากสิ่งที่กระทำใด ๆ ลงไปเลย

จริง ๆ แล้ว “บุญ” คือ เครื่องชำระล้างใจให้ใสสะอาด ให้ห่างไกลจากกิเลสทั้งปวง และเมื่อสั่งสมบุญไว้มาก ๆ บุญเหล่านั้นก็จะกลายเป็น “บารมี” ซึ่งมีอานุภาพมากมายยิ่งกว่าบุญ และสุดท้ายก็ไปสู่นิพพานที่หลุดพ้นจากวัฏฏะทั้งปวงนั่นเอง

สำหรับพุทธศาสนิกชนอย่างเรา ๆ อาจมองว่า “นิพพาน” เป็นเรื่องของอรหันต์ พระสงฆ์องค์เจ้า หรือเป็นเรื่องไกลตัวเกินกว่าจะถูกพูดถึง ขอแค่ทำบุญเยอะ ๆ ทำบาปนิดหน่อยดูเหมือนจะง่ายกว่า แต่อย่าลืมว่า “บุญส่วนบุญ บาปก็ส่วนบาป” อย่าไปคิดว่าทำบุญเยอะ ๆ เพื่อล้างบาปได้ เพราะแม้เราจะมีแต้มบุญหรือสร้างบุญไว้มากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วก็ยังต้องไปชดใช้กรรมก่อนอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับแรกก็คือการละเว้นจากการทำบาปทั้งปวงนั่นเอง

“การละบาปนี้สำคัญกว่าการทำบุญ 
ไม่ละบาป ไม่ละความชั่วแล้ว จิตไม่ผ่องใสหรอก 
ถ้าทำบาปแลกบุญ ก็ขาดทุนเรื่อยไป 
ทำดีได้ชั่ว ไม่มีหรอก ทำชั่วได้ดี ก็ไม่มี”
-พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)-

เหตุที่ต้องละบาปให้ได้ก่อนก็เพราะหากไม่ละบาป ไม่ละความชั่ว จิตใจก็ไม่ผ่องใสพอที่จะสร้างบุญได้ โดยการละบาปนั้นทำได้ด้วยการถือศีล 5 เป็นเบื้องต้น ซึ่งเมื่อรักษาศีลได้ครบถ้วนแล้ว การสะสมแต้มบุญให้มากขึ้นไปก็จะค่อย ๆ พัฒนาตามไปด้วย

 

อย่างที่รู้กันว่าการสร้างบุญมีด้วยกัน 3 ประการ ก็คือทาน ศีล และภาวนา ไล่เรียงจากอานิสงส์ที่จะได้น้อยไปหามาก ซึ่งการภาวนาถือว่าเป็นทำการบุญลงทุน ลงแรงน้อยที่สุด แต่ได้อานิสงส์ผลบุญแรงที่สุด 

ส่วนการทำทาน เรียกว่าเป็นการทำบุญขั้นต้น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของ กำลังทรัพย์ หรืออะไรก็ตามถือว่าเป็น “อามิสทาน” ที่ได้อานิสงส์เพียงน้อยนิด โดยการทำทานที่ได้บุญกุศลสูงสุดก็คือการให้ธรรมะเป็นทาน หรือที่เรียกว่า “ธรรมทาน” โดยพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “การให้ธรรมเป็นทานนี้ชนะการให้ทั้งปวง ได้บุญกุศลมากเสียยิ่งกว่าการสร้างโบสถ์ สร้างวิหารเสียอีก”

สำหรับ “ศีล” ก็มีด้วยกันหลายระดับ เบื้องต้นที่สุดก็คือ “ศีล 5” ที่พุทธศาสนิกชนอย่างเรา ๆ ควรจะรักษาไว้ให้ได้ เพราะการรักษาศีลเป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกายและวาจา ซึ่งเป็นกิเลสหยาบไม่ให้กำเริบขึ้น และเป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงขึ้นกว่าการให้ทาน โดยในส่วนของ “ศีล” การจะได้บุญกุศลสูงสุดก็คือ การอุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนานั่นเอง

สุดท้าย “ภาวนา” ซึ่งเป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา จัดว่าเป็นแก่นแท้และสูงกว่า “ศีล” และ “ทาน” มากนัก โดยการภาวนาแบ่งเป็นการทำสมาธิ และการวิปัสสนา ซึ่งสมาธิคือการทำจิตให้เป็นสมาธิหรือเป็นฌาน ทำจิตให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ส่วนวิปัสสนาไม่ใช่ให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวนิ่งอยู่เช่นนั้น แต่เป็นจิตที่คิดและใคร่ครวญหาเหตุและผลในสภาวธรรมทั้งหลาย

ฉะนั้นการจะเจริญวิปัสสนาภาวนาได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพยายามทำสมาธิให้ได้เสียก่อน หากทำสมาธิยังไม่ได้ ก็ไม่มีทางที่จะเกิดวิปัสสนาปัญญาขึ้น สมาธิจึงเป็นเพียงบันไดขั้นต้นที่ก้าวไปสู่การเจริญวิปัสสนาปัญญาเท่านั้น

ที่สุดแล้ว “ทาน” “ศีล” “ภาวนา” คือหนทางหลักที่นำไปสู่การดับทุกข์ที่แท้จริง…

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...