โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิงห์โตมาจากไหน เพราะเมืองไทยไม่มีสิงห์โต?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 00.48 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 00.20 น.
ภาพสัตว์ต่างๆ เลือกสิงห์โตเป็นผู้นำ ในสมุดภาพไตรภูมิสมัยกรุงธนบุรี (ภาพจากโลกสัณฐานโตรตนคัณฐี กรมศิลปากร)

ไขปริศนา สิงห์โต มาจากไหน เพราะเมืองไทยไม่มีสิงห์โต ?

เมื่อถามว่า “เมืองไทยเมื่อก่อนมี สิงห์โต หรือเปล่า” หมอบุญส่ง เลขะกุล (15 ธันวาคม 2450 – 9 กุมภาพันธ์ 2535) นายแพทย์นักนิยมไพรผู้มีชื่อเสียงของประเทศหัวเราะและตอบว่า

“เมืองไทยไม่มีสิงห์โตหรอกคุณ จะมีก็แต่สิงห์โตจีนเท่านั้น…อย่าว่าแต่เมืองไทยเราเลย ในภูมิภาคแถบอินโดจีน ตั้งแต่พม่ามาจนสุดแหลมมลายูก็ไม่มี ตามเกาะตามแก่งในจีนในญี่ปุ่น ก็ไม่มีทั้งนั้น สิงห์โตมันชอบอากาศร้อน แต่ไม่ใช่ร้อนชื้นอย่างบ้านเรา ต้องเป็นร้อนแห้งแล้ง จนถึงขั้นทะเลทรายฉะนั้นพื้นถิ่นเดิมของมันจึงอยู่ในอาฟริกาเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็คาบเกี่ยวมาถึงอินเดียแถบตะวันตกและตอนกลางของประเทศ”

ความน่าสนใจของสิงห์โต

สิงห์โต เป็นสัตว์ที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลกตะวันตกและโลกตะวันออก คือทั้งฝรั่งและเอเชีย ในตราต่างๆ มักใช้สิงห์มาร่วมขบวนด้วยเสมอและใช้กันหลายประเทศ เช่น ตราราชการอินเดีย (สิงห์เสาอโศก)

ด้านธรรมชาติ สิงห์โต ได้รับการยอกย่องให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่า ส่วนในเทพนิยายสิงห์โค ก็ยังเป็นเจ้าอยู่นั่นเอง ดังนั้น ความเป็นเจ้าใหญ่นายโตของสิงห์โตจึงน่าศึกษา

ในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ไทย พระแท่นจะต้องปูด้วยหนังราชสีห์ หรือหนังสิงห์โต ตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา แม้สมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อหาหนังราชสีห์ไม่ได้แล้ว ก็ยังโปรดฯ ให้เขียนรูปราชสีห์บนแผ่นทองคำแทน

สิงห์ในประวัติศาสตร์

ก่อนที่คนไทยจะรู้จักราชสีห์ หรือสิงห์โต สัตว์ประเภทนี้มีเรื่องราวเริ่มต้นจากประเทศอื่นๆ ก่อน อาทิเช่น

อียิปต์ มีบันทึกเก่าเก่าที่สุดเกี่ยวสิงห์โต คือ ตัวสฟิงค์ ซึ่งมีอยู่ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ราวๆ 5,000 ปีมาแล้ว ตัวสฟิงค์เป็นประติมากรรมหินขนาดใหญ่หน้าเป็นคน ตัวเป็นสิงห์โต ภายในบรรจุศพอาบน้ำยา (มัมมี่) ของกษัตริย์อียิปต์

จีน ด้วยภูมิประเทศไม่เหมือนทางอินเดีย หรืออาฟริกา ดังนั้นสิงห์โตในความหมายฝรั่งว่า “LION” สันนิษฐานว่าหลวงจีนและคณะธรรมทูตหลายคณะที่จีนส่งไปศึกษาพระธรรม และอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียน่าจะได้เห็นสิงห์โตตัวจริงและทางศิลปกรรม แล้วนำเรื่องราวกลับมาถ่ายทอดในจีน โดยสิงห์โตจีนจะมีลักษณะคล้ายสุนัขตัวใหญ่ ขนปุกอย่างหมาจู

ขอม ซึ่งได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากอินเดียส่งผ่านมาทางแหลมอินโดจีน ปรากฏในลวดลายเครื่องประดับต่างๆ เช่น รูปมกรกำลังคายสิงห์เล็กๆ รูปสิงห์กำลังยกขาหน้าบางครั้งก็มีปีก บางครั้งก็มีเขา ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงให้ความเห็นว่า สิงห์ขอมรุ่นแรกมีศีรษะโต รูปร่างไม่ได้สัดส่วนนัก ดูเหมือนสุนัข นั่งอยู่บนส้นเท้า แต่มีขนที่คอ ปราสาทขอมหลายแห่งก็มีสิงห์อยู่ในงานศิลปกรรม เช่น ปราสาทพะโค, ปราสาทบาแค็ง, ปราสาทบันทายสรี, ปราสาทนครวัด ฯลฯ

สิงห์โตมาเมืองไทย

สิงห์โตเป็นๆ เข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรกในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ในโคลงที่ติดอยู่ ณ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ บันทึกเอาไว้ว่า

“มีนายกำปั่น ภักดี

ชื่อ อะลังกะปูนี จัดให้

นกกระจอกเทศสี มอใหญ่ จริงพ่อ

กับสัตว์สิงห์โตให้ อมาตย์น้อมนำถวาย”

สำหรับคนไทยในอดีตมีทัศนะว่าสิงห์โตเป็นสัตว์ในนิยายมากกว่า หรือถ้ามีตัวตนจริงก็อยู่ในป่าหิมพานต์ เราจึงคุ้นแต่รูปสิงห์โตในแบบที่เขียนขึ้นมา เช่น ในดวงตราพระราชสีห์ และตามสมุดข่อย หรือภาพจิตรกรรมฝาผนัง

โดยตราราชสีห์น่าจะเป็นตราสัญลักษณ์เก่าแก่ของบ้านเมือง (ไม่นับตราครุฑ ซึ่งเป็นตราแผ่นดิน) ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสันนิษฐานว่า

“ตราราชสีห์เห็นจะมีก่อนอื่นหมด เพราะเดิมเสนาบดีคงมีตำแหน่งเดียว เป็นรองจากพระเจ้าแผ่นดินในที่ว่าราชการต่งๆ ตามตำแหน่งที่เรียกเสนาบดี…ภายหลังราชการมากขึ้น คนเดียวบังคับไม่ไหวจึงตั้งเติมอีกตำแหน่งหนึ่งแบ่งกันบังคับการคนหนึ่งให้บังคับพลทหารที่จะประจำการสงคราม อีกคนหนึ่งให้บังคับพลเรือน ตำแหน่งใหม่ที่ตั้งขึ้นนั้นจะให้ใช้ตราอะไรคู่กัน ก็เลือกได้แต่คชสีห์…”

สำหรับตราสำนักนายกที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ก็เป็นรูปราชสีห์กับคชสีห์รักษารัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบขึ้นจากตราสมุหกลาโหม และสมุนายก นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เอนกวิทย์ ทรงสันติภพ. “สิงห์โตมาจากไหน เพราะเมืองไทยไม่มีสิงห์โต”, ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2531

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิงห์โตมาจากไหน เพราะเมืองไทยไม่มีสิงห์โต?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...