โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดพินัยกรรมบังมิกฝากดูแลลูก แม่เชื่อลูกไม่ได้ฆ่า ยอมรับรู้จักผู้โพสต์เห็นเหตุการณ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มิ.ย. 2561 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2561 เวลา 03.28 น.

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีกรมราชทัณฑ์ลงโทษตามคำพิพากษาของศาลให้ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาด นายธีรศักดิ์ หรือมิก หลังจิ ด้วยการฉีดยาในคดีฆ่านายดนุเดช อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในสวนสาธารณะในเขตเทศบาลเมืองตรัง
ล่าสุด ที่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ของนางสายจิต หลงจิ แม่ของนายธีรศักดิ์ หรือ มิก หลงจิ ยังคงมีสื่อมวลชนเดินทางมาติดตามข่าว โดยเฉพาะประเด็นมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายธีรศักดิ์ ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง หลังมีหนุ่มวัยรุ่นโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่าเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ซึ่งพบคนร้าย 2 คนกำลังก่อเหตุ และพบบังมิกขับรถมาเห็นเหตุการณ์ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีน้้น ขณะที่นางสายจิตและญาติๆ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน บางส่วนเรียกร้องให้รื้อคดี

นางสายจิตกล่าวว่า ก่อนลูกชายต้องโทษประหารชีวิต เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เรือนจำบางขวางได้ให้ลูกชายเขียนพินัยกรรม และส่งมาให้ตนและครอบครัว โดยลูกชายเขียนจดหมายลงในพินัยกรรมสั่งเสียต่างๆ เมื่อตนอ่านแล้วยอมรับว่ารับไม่ได้จริงๆ ในฐานะแม่ร้องไห้ตลอดเวลา แต่เมื่อศาลพิพากษามาแล้วก็ต้องยอมรับ แต่ยังเชื่อว่าลูกตัวเองบริสุทธิ์ ไม่ได้เป็นคนร้าย
สำหรับจดหมายของนายธีรศักดิ์ เขียนลงในพินัยกรรม ระบุว่า เขียนที่เรือนจำบางขวาง วันที่ 18 มิถุนายน 2561 ข้าพเจ้า นช.ธีรศักดิ์ หลงจิ ถึงแก่รรมไปแล้ว ขอมอบทรัพย์สินของข้าพเจ้า คือ ทรัพย์สมบัติส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของข้าพเจ้าข้อความระบุว่า
“ถึงม๊ะกับชาย และมายพี่น้องของผมทุกคน ม๊ะครับถ้าได้รับจดหมายของผมฉบับนี้ผมก็คงไม่มีชีวิตแล้ว แต่ผมก็ดีใจนะที่ได้เกิดมาเป็นลูกขอม๊ะกับป๊ะ ถ้าชาติหน้ามีจริงผมขอเกิดมาเป็นลูกม๊ะอีกนะ ม๊ะไม่ต้องคิดมากนะ แล้วม๊ะกลับไปอยู่ที่บ้านด้วยนะช่วยดูแลลูกของผมกัน แล้วบอกชายกันด้วยว่าผมรักชายมาก ขอให้พบกันอีกชาติหน้า
บอกพี่น้องกันว่านะผมรักพี่น้องทุกคน ให้ดูแลม๊ะกับชายกัน แล้วบอกมายกันนะว่าผมรักลูก ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นคนดีด้วยนะ ถึงมายถ้าจะมีคนอื่นก็หาคนดีๆ นะที่ไม่เกเร ผมไม่โกรธเพราะผมก็เข้าใจดี ตอนนี้ผมรู้สึกไม่ดี แต่ก็ต้องทำใจ เพราะจบแล้ว ไม่ต้องคิดมาก ถึงบอกแม่สาวกันนะว่าผมฝากดูแลวันใหม่ รักทุกคนที่สุด มิก แล้วก็อีกอย่างบอกต้อยกันว่าช่วยดูแลลูกผมกันนะ แล้วม๊ะกับชายกัน ถึงบอกชายกันว่าที่จะแบ่งให้ผมให้ลูกผมเลยก็ได้ ลงชื่อ ธีรศักดิ์ หลงจิ ผู้ทำพินัยกรรม”

นางสายจิตกล่าวอีกว่า ถึงขณะนี้ตนยังเชื่อว่าลูกของตนไม่ได้เป็นคนร้าย ตนขอร้องว่าใครที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นขอให้ออกมาบอกว่า ใครเป็นคนทำกันแน่ ทั้งๆที่รู้ว่าตอนนั้นมีพยานรู้เห็นหลายคนแต่ไม่มีใครกล้าออกมา คิดว่าไม่ถึงขนาดนี้ ตำรวจมาจับลูกเห็นก็ตกใจ แต่ตนบอกว่าหากลูกทำจริงก็ไม่เสียใจ แต่ลูกตนบอกว่า ไม่ได้ทำ ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จักผู้เสียชีวิตด้วย อย่างน้อยถ้าลูกตนไม่ได้ทำ จะได้ล้างมลทิน จะได้ไม่ต้องถูกสังคมประณาม แม้จะเสียชีวิตไปแล้วก็อยากให้ไปแบบบริสุทธิ์ ยังมั่นใจว่าลูกไม่ได้เป็นผู้ทำ หลังวันเกิดเหตุทางตำรวจพาไปสถานีตำรวจ ตนนั่งกับลูก ตำรวจบอกว่ามึงไปแทงเขาทำไม แทงกี่รู ลูกบอกว่าไม่ได้ทำ ไม่รู้จักกับคนตาย ตนบอกว่าถ้าลูกทำก็ให้รับ
“ลูกยืนยันว่าไม่ได้ทำ จนถึงวินาทีสุดท้ายยังบอกกับพี่เลี้ยงในเรือนจำว่าไม่ได้ทำ ผู้หญิงที่เป็นพยาน ขอร้องให้ออกมาบอกความจริงว่าใครเป็นคนทำกันแน่ ให้พูดตามความจริงว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะวแค่เป็นพยานปากเดียวก็ปิดคดีกันแล้ว ตอนนั้นครอบครัวอยากขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีเงิน จนลูกขึ้นศาลก็บอกแม่ว่าไม่ได้ทำ แต่นึกไม่ถึงว่าจะถูกประหารชีวิต ร้องไห้ทุกวัน ตอนติดคุกลูกยังบอกว่า จะทำความดีเพื่อจะได้มีโอกาสกลับบ้าน” นางสายจิตกล่าว

นางสายจิตกล่าวอีกว่า หลังวันเกิดเหตุลูกอยู่บ้าน แต่ตำรวจมาจับตัวบอกว่าฆ่าคนตาย ตนเองไม่เชื่อเพราะหากลูกฆ่าจริงจะต้องหลบหนีไปแล้ว เมื่อตำรวจจับตัวไป ตนยังขอร้องตำรวจว่าอย่าซ้อมเขานะ ตำรวจมาค้นที่บ้านไม่อะไร นอกจากมีดเล่มเล็กของพ่อมีอาชีพตีเหล็ก ไม่แน่ใจว่ามีดเล่มดังกล่าวลูกจะพกติดตัวหรือไม่ อย่างอื่นไม่มีอะไร เพราะตนยืนดูอยู่ตลอดเวลา พอตำรวจค้นเสร็จได้ถามลูกๆ บอกว่าไม่ได้ทำ มีดของกลางเองไม่รู้เหมือนกันว่างตำรวจค้นได้ที่ตัวหรือที่บ้าน หลังจากถูกจับและดำเนินคดีไม่มีพยานออกมายืนยัน แต่มีการวิจารณ์กันว่า ตำรวจจับแพะ ที่เห็นคนร้ายเป็นคนรูปร่างดำ ผอมซึ่งไม่ใช่ลูกของตนแน่นอน อย่างไรก็ตาม จะไปบังคับใครช่วยเป็นพยานก็ไม่ได้ คนที่เห็นไม่ออกมาเป็นพยาน เพราะไม่คิดว่าจะถูกโทษประหาร จึงไม่อยากรบกวน แต่ความรู้สึกอยากให้มาเป็นพยานให้ และยังนึกว่า ทำไมตำรวจไม่เปิดกล้องวงจรปิดดูตามเส้นทาง ซึ่งนาจะเห็นคนร้ายได้ แต่ไม่มีอะไรเลย ให้ผู้หญิงคนหนึ่งชี้และก็ปิดคดี” นางสายจิตกล่าว
นางสายจิตกล่าวอีกว่า พยานคนล่าสุดที่บอกว่ามิกไม่ได้เป็นคนฆ่า ไม่ได้คุยกับตนแต่มีการโพสต์ในเฟซบุ๊ก มีการคอมเมนต์กันว่า อยู่ในเหตุการณ์มิกไม่ได้ทำ ตนเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ออกมาโพสต์กลัวว่าหากที่พูดเป็นเรื่องจริงกลัวตำรวจจะทำอะไรเขา ก่อนหน้านี้คนโพสต์ไม่ออกมาพูด เพราะเขาไม่ทราบว่ามิกถูกจับเรื่องนี้ เป็นรู้จักกันแต่ไม่สนิท ไม่คิดว่าคดีจะเป็นแบบนี้ และเมื่อมาเห็นข่าวจึงออกมาโพสต์ว่า มิกไม่ได้ทำ ตั้งข้อสังเกตว่า คนทำ 2 คน แต่จับเพียง 1 คน แล้วมาปิดคดี ต้องการให้จับคนร้ายที่เหลือให้ได้ และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ปากเดียวมาพูดให้สังคมได้รับรู้ เนื่องจากเป็นคนเดียวที่รู้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...