ผ่าดราม่า ไทม์ไลน์ น้ำลดเรื่องช้างผุด ซัดกันนัว คนเลี้ยงช้าง หรือช้างเลี้ยงคน
ผ่าดราม่า ไทม์ไลน์ น้ำลดเรื่องช้างผุด ซัดกันนัว คนเลี้ยงช้าง หรือช้างเลี้ยงคน
เหตุการณ์น้ำท่วม จ.เชียงใหม่ นอกจากประชาชนและที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแล้ว สัตว์ใหญ่อย่างช้าง ก็ได้รับความเสียหายมากด้วยเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.เชียงใหม่ ที่มีปางช้าง 80 แห่ง 38 แห่ง อยู่ในแม่แตง ทุกแห่งประสบปัญหาน้ำท่วมทั้งหมด
เรื่องช้างที่ประสบปัญหาน้ำท่วมนี่เองทำให้สังคมได้รู้ว่า ในสังคมคนเลี้ยงช้างที่ จ.เชียงใหม่ นั้นมีปัญหาไม่น้อยทีเดียว
นับตั้งแต่ครั้งน้ำท่วมเชียงราย ช่วงปลายเดือนกันยายน ปางช้างทุกปางใน จ.เชียงใหม่ ได้รับการเตือนให้เตรียมตัวเคลื่อนย้ายช้างไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ต้องใช้เวลาในการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปางใหญ่ๆ ที่มีช้างหลายๆ เชือก
ช่วงวันที่ 1-2 ตุลาคม น้ำเริ่มมาเยอะขึ้นและท่วมในพื้นที่ปางช้างหลายแห่งแล้ว แต่ทว่าปางช้างเหล่านี้ได้อพยพช้างของตัวเองไปยังที่ที่ปลอดภัยจนหมดแล้ว
ยกเว้นปางช้างของ นางแสงเดือน ชัยเลิศ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้างและผู้ก่อตั้งศูนย์ Elephant Nature Park (ENP) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 400 ไร่ ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีช้างที่รับมาดูแลมากกว่า 80 เชือก
โดยนางแสงเดือนให้สัมภาษณ์กับสื่อในเวลาต่อมาว่า ไม่คิดว่าน้ำจะท่วมมาถึง
เช้ามืดวันที่ 3 ตุลาคม ทางปาง ENP แจ้งขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าไม่สามารถรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป เพราะน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ท่วมสูงแบบมิดตัวช้าง โดยที่ช้างตะเกียกตะกาย ต้องชูงวงขึ้นเหนือตัว เหนือน้ำ เพื่อหายใจเอาชีวิตรอด
ทุกฝ่าย ทั้งทีมกู้ภัย เพื่อนๆ ปางช้าง รวมไปถึงทีมร่วมแดนช้าง ระดมกำลังเข้าไปช่วยช้างในพื้นที่นั้นทันที
นายธีรภัทร ตรังปราการ เจ้าของปางร่มแดนช้าง กล่าวว่า ช่วงที่เข้าไปตอนเย็นใกล้ๆ ค่ำนั้นน้ำสูงมาก ปัญหาที่พบคือช้างอยู่ในคอกที่ปิดกั้นเอาไว้ไม่ให้หนีออกมาในที่ปลอดภัยได้ ทั้งนี้คอกถูกใส่สลักที่แน่นหนาและดูเหมือนว่าช้างทุกตัวที่อยู่ในคอกนั้นไม่เคยออกมาข้างนอกเลย
“ที่เราเห็นคือน้ำสูงกว่าตัวช้าง พวกเขาจึงชูงวงเพื่อหายใจเอาชีวิตรอด โดยตอนที่น้ำสูงเขาก็ลอยตัวและพยายามปีนคอกออกมาได้ เราจึงสามารถต้อนเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้ จนกระทั่งน้ำลด ช้างไปไหนไม่ได้อีก” นายธีรภัทรกล่าว
หลังจากน้ำลดมีข่าวเศร้าของชาวช้างและประชาชนที่รู้ข่าวคือ ช้างล้มไป 2 เชือก คือ พังฟ้าใส อายุ 16 ปี และพลอยทอง ช้างตาบอดอายุ 40 ปี ทั้ง 2 เชือกที่ล้มนั้นเกิดจากการถูกน้ำป่าซัดไกลจากศูนย์ ENP ถึง 5 กม.
เรื่องยังไม่จบ เมื่อสังคมโซเชียลตั้งคำถามว่า ทำไมปางช้างอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ช้างรอดปลอดภัยหมดทุกเชือก แต่ทำไมปางช้างของนางแสงเดือนเพียงปางเดียวที่ได้รับความเดือดร้อน ช้างติดอยู่ในปางออกไปไหนไม่ได้ ทั้งๆ ที่ทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตือนแล้ว
ก่อนหน้านี้ปางช้างแสงเดือนประกาศตัวเองว่าจะเลี้ยงช้างแบบให้ช้างอยู่ในสวนสัตว์ ไม่ล่ามโซ่ช้าง หรือมีควาญบังคับให้ทำโน่น นี่ นั่น แต่จะให้ความอิสระในคอกที่กว้างขวาง
จากแนวคิดดังกล่าวทำให้สังคมตั้งคำถามว่า เพราะเหตุนี้หรือไม่ที่นอกจากทำให้ปางช้างแสงเดือนเคลื่อนย้ายช้างไม่ทันการณ์กับน้ำที่มาอย่างรวดเร็วแล้ว การขังช้างไว้ในคอกโดยไม่มีควาญช้างควบคุมทำให้การช่วยเหลือช้างเป็นไปอย่างยากลำบาก ช้างไม่คุ้นเคยกับคนที่เข้าไปช่วย และการมีคอกทำให้ช้างไม่สามารถหนีน้ำออกมาได้ ทั้งๆ ที่โดยสัญชาตญาณแล้ว ช้างจะมีสูงมากในการหนีภัย ทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว และภัยอื่นๆ
ต่อมา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือสัตว์ป่า และเคยเป็นผู้บริจาครายใหญ่แก่ปางช้างนางแสงเดือน ได้โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาโดยสรุปว่า ปางช้างแสงเดือนนั้นช่วงเวลาที่น้ำมา ยังมีการรับทัวร์นักท่องเที่ยวอยู่เลย พร้อมทั้งโพสต์ภาพตารางการรับจองทัวร์นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ว่าในช่วงวันดังกล่าวนั้นยังมีการรับนักท่องเที่ยวอยู่จริง
นางแสงเดือนชี้แจงว่า ตารางดังกล่าวเป็นตารางรับนักท่องเที่ยวจริง แต่เป็นการทำจองล่วงหน้า
ไม่นานหลังจากนั้นวันที่ 9 ตุลาคม นางแสงเดือนได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า ให้คุณหนูนา (น.ส.กัญจนา) มารับตัว ขุนเดช และ ดอกแก้ว ที่ น.ส.กัญจนาฝากไว้คืนโดยด่วน
น.ส.กัญจนาให้สัมภาษณ์ภายหลังเห็นโพสต์ดังกล่าวว่า ช้างทั้ง 2 เชือกนั้นตนฝากทางปางของนางแสงเดือนเลี้ยงเพราะความไว้วางใจ โดยขุนเดชเป็นช้างป่าที่ป่วยและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจากสัตวแพทย์ ส่วนดอกแก้วนั้นเป็นช้างที่ซื้อมาจากชาวบ้านคนหนึ่ง
และไม่รอช้าหลังจากที่นางแสดงเดือนโพสต์ น.ส.กัญจนาก็ส่งคนไปรับช้างทั้ง 2 เชือกทันที โดยเบื้องต้นจะนำไปฝากไว้ที่ปางร่มแดนช้างของนายธีรภัทรก่อน
ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงยังไม่สามารถเอาช้างออกมาได้ ติดขัดในเรื่องเอกสารและสุขภาพของช้างทั้ง 2 เชือก
นายธีรภัทรให้สัมภาษณ์ว่า ถึงวันนี้ 7 วันพอดีที่ทางนางแสงเดือนโพสต์ให้ไปรับขุนเดชและดอกแก้ว ยังไม่สามารถเอาช้างทั้ง 2 เชือกออกมาได้
ทั้งนี้ ช้างทั้ง 2 เชือกนั้นต้องแยกเป็น 2 กรณี คือ ขุนเดชที่เป็นช้างป่า ต้องกลับไปอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ หรือสถาบันคชบาล และดอกแก้วเป็นช้างบ้าน สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันทีเมื่อพร้อม คือตรวจร่างกาย ตรวจเลือดว่ามีความพร้อม ความสมบูรณ์ก่อน ซึ่งเวลานี้สัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างเลือดของช้างทั้ง 2 เชือกแล้ว เมื่อผลเลือดออกมาและเรียบร้อยดีสามารถเคลื่อนย้ายช้างได้ทันที
เหตุการณ์ความเคลื่อนไหวและดราม่าเรื่องช้างน้ำท่วม และน้ำท่วมช้างครั้งนี้ สังคมได้รับรู้หลายสิ่งหลายอย่างว่าช้างเลี้ยงคน หรือคนเลี้ยงช้าง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าดราม่า ไทม์ไลน์ น้ำลดเรื่องช้างผุด ซัดกันนัว คนเลี้ยงช้าง หรือช้างเลี้ยงคน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th