โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

SKY ชูระบบ Biometric หนุน AOT ยกระดับ 6 สนามบินไทยสู่ Digital Airport

The Better

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 03.33 น. • THE BETTER
SKY เป็นผู้ให้บริการระบบ Biometric ภายในสนามบิน ด้วย One-ID เพียงใช้ใบหน้าของนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางผ่านทุกจุดเช็คอินได้อย่างสะดวกสบาย

หลังจากผ่านพ้นวิกฤตการณ์การแพร่โรคระบาดใหญ่ การท่องเที่ยวทั่วโลกต่างกลับมาฟื้นตัวรวดเร็วและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้สนามบินหลายแห่งทั่วโลกมุ่งสู่การเป็นสนามบินอัจฉริยะ (Digital Airport) เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว พร้อมตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวแห่งอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล หรือ Biometric กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว ทั้งการบริหารจัดการผู้โดยสาร ความปลอดภัย ตลอดจนอำนวยความสะดวกผู้โดยสารตรวจคนเข้าเมืองแบบอัตโนมัติ

เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีแนวคิดพัฒนา Digital Airport มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีหัวเรือหลัก คือ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ของประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เข้ามาเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ที่เป็นประตูบานแรกในการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้พัฒนาบริการระบบ Biometric เป็นผู้ที่นำเทคโนโลยีระดับโลกมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ซึ่งจะช่วยยกระดับท่าอากาศยานไทยให้เป็นสนามบินที่มีความทันสมัยเทียบเท่านานาชาติอาทิ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (CUPPS) ตั้งแต่ตรวจบัตรโดยสาร ตู้ Kiosk สำหรับเช็กอินด้วยตัวเอง ไปจนถึงประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ และแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT ที่มีฟีเจอร์หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการด้านการเดินทาง สำหรับดูแลผู้โดยสารตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงออกจากสนามบิน รวมถึงบริการอื่นๆ ที่หนุนเสริมการเดินทางที่รวดเร็วและปลอดภัยระดับโลก

ผู้นำระบบ Biometric ของไทย

ขณะเดียวกัน SKY ยังมุ่งเดินหน้าให้บริการโซลูชันใหม่ที่สอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสาร ผ่านการผสานความร่วมมือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดใช้งานระบบ Biometric ทั้ง 6 สนามบิน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 สำหรับผู้โดยสารภายในประเทศ และวันที่ 1 ธันวาคม 2567 สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ เทคโนโลยี Biometric ที่ถูกพัฒนาการบริการขึ้นโดย SKY เป็นการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยใช้การสแกนใบหน้า (Facial Recognition) เพื่อเข้าสู่ระบบสนามบิน สามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบตัวตนของผู้โดยสารในสนามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ-รวดเร็ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ตั้งแต่การเช็กอิน การโหลดกระเป๋าสัมภาระ การตรวจสอบความปลอดภัย และการเข้าประตูทางออกขึ้นเครื่องอย่างไร้รอยต่อ

ตลอดจนเป็นการยกระดับท่าอากาศยานไทยให้เป็นสนามบินให้ทันสมัยเทียบเท่านานาชาติ โดยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสระหว่างผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ในสนามบิน ทั้งยังเพิ่มความปลอดภัย ลดเวลาในกระบวนการตรวจสอบแบบเดิม พร้อมสร้างประสบการณ์ในการเดินทางแบบไร้สัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ มอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการในสนามบิน เรียกได้ว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความน่าเชื่อถือ และเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของเทคโนโลยีจาก SKY ICT ได้อย่างแท้จริง

เปิดตัว Biometric สะดวก-ลดเวลา-ไร้สัมผัส

ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของ AOT ที่มุ่งสู่การเป็นผู้ดำเนินการและจัดการท่าอากาศยานที่ดีระดับโลก จึงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าอากาศยานให้ทันสมัย ทันต่อความต้องการของผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน โดยนำเทคโนโลยี Biometric ที่ถูกพัฒนาการบริการโดย SKY เข้ามาอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารภายในประเทศ-ระหว่างประเทศ ทั้งช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวของแต่ละจุดบริการภายในท่าอากาศยาน ทำให้ผู้โดยสารมีเวลาเพียงพอที่จะเดินเล่น เลือกซื้อสินค้าปลอดอากร ของฝาก ตลอดจนรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนหย่อนใจ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา SKY ICT ได้ให้บริการติดตั้งระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง หรือ CUPPS ที่สนับสนุนการให้บริการ 5 ระบบ ได้แก่ เครื่อง CUTE สำหรับตรวจบัตรโดยสารซึ่งใช้งานโดยเจ้าหน้าที่สายการบิน เครื่อง CUSS สำหรับเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ เครื่อง CUBD สำหรับรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ รวมถึง ระบบ PVS (Passenger Validation System) สำหรับตรวจสอบยืนยันตัวตนผู้โดยสาร และ ระบบ SBG (Self-Boarding Gate) หรือระบบประตูทางออกขึ้นเครื่อง โดยทั้ง 5 ระบบดังกล่าวสามารถรองรับระบบ Biometric เพื่อเชื่อมต่อกันอย่างครอบคลุม ทำให้ข้อมูลต่างๆ ถูกเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายอย่างสมบูรณ์

“สำหรับระยะเวลา 6 เดือนแรกยังมีเจ้าหน้าที่บริการตรวจสอบบัตรโดยสารแบบปกติอยู่ เพื่อทำให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถใช้บริการท่าอากาศยานได้โดยไม่มีปัญหา ส่วนประเด็นที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับ PDPA เรายืนยันว่าเราดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ” ดร.กีรติ กล่าว

แนะ 2 วิธีลงทะเบียนเช็กอินระบบ Biometric

ผู้โดยสารที่ต้องการใช้งานระบบ Biometric สามารถลงทะเบียนเช็กอินได้ 2 วิธี ได้แก่ เช็กอินที่เคาน์เตอร์เช็กอิน ผู้โดยสารแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินให้ลงทะเบียนใบหน้าในระบบ Biometric ผ่านเครื่องตรวจบัตรโดยสาร (เครื่อง CUTE) โดยระบบจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลใบหน้า และข้อมูลเอกสารการเดินทางของผู้โดยสารในรูปแบบของ Token ไว้ในระบบ

และ เช็กอินที่เครื่อง CUSS โดยหลังจากเช็กอินเสร็จแล้ว ให้ผู้โดยสารเลือกสายการบินที่เดินทาง ต่อด้วยเลือก ‘Enrollment’ จากนั้นสแกนบาร์โคดจากบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) เสียบหนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรประชาชน และสแกนใบหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย ถือเป็นการเสร็จสิ้นการลงทะเบียน ซึ่งระบบจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลใบหน้า และข้อมูลเอกสารการเดินทางของผู้โดยสารในรูปแบบของ Token ไว้ในระบบเช่นเดียวกัน

หลังจากดำเนินการเรียบร้อยแล้วถือว่าผู้โดยสารได้ให้ความยินยอมให้ใช้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ดังนั้น เมื่อผู้โดยสารโหลดกระเป๋าสัมภาระผ่านเครื่องรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (เครื่อง CUBD) ตลอดจนผ่านจุดตรวจค้น รวมถึงขั้นตอนขึ้นเครื่องที่ไม่ต้องแสดง Passport และ Boarding Pass อีกต่อไป ทั้งนี้ เป็นการยินยอมให้ใช้ข้อมูล Biometric สำหรับการเดินทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เสิร์ฟโซลูชัน มุ่งสู่ Digital Airport

แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยี Biometric ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ทว่าในอนาคตจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวตลอดกระบวนการเดินทางภายในสนามบิน ทั้งยังช่วยในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการวางแผน ตลอดจนสื่อสารในการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัล จึงมุ่งให้บริการโซลูชัน

รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด ตลอดจนนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการให้บริการภายในสนามบินเข้ามาเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานไทยให้กลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุด เดินหน้าสู่การพัฒนา Digital Airport ประเทศไทย รวมถึงพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...