โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารไทยเครดิต ไตรมาส 3 ปี 2567 กำไรโดดเด่นเป็น New High ที่ 1,161.9 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 05.02 น.

ธนาคารไทยเครดิต โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2567 กำไรโดดเด่นเป็น New High ที่ 1,161.9 ล้านบาท เติบโตกว่าร้อยละ 41.7 QoQ เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งต่อเนื่อง

21 ตุลาคม 2567 - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 โดยมีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ 1,161.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีกำไรสุทธิ 820.1 ล้านบาท และเติบโตร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรครั้งนี้มาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง ยอดเงินให้สินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2567 อยู่ที่ 157,604.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.8 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.2 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ในส่วนของการควบคุมค่าใช้จ่าย ธนาคารฯ ยังคงรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 38.8 ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567

การดำเนินงานของธนาคารฯ ในไตรมาสนี้ยังเน้นความรอบคอบเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) ในไตรมาส 3 อยู่ที่ร้อยละ 8.7 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 2 ขณะที่ในงวด 9 เดือนแรกของปี อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 8.6

ในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนเงินให้สินเชื่อ stage 2 และ 3 ต่อเงินให้สินเชื่อรวมมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะจากสินเชื่อชั้นที่ 2 ที่ได้รับผลกระทบเพียงครั้งเดียวจากการสิ้นสุดมาตรการผ่อนผันการจัดชั้นสินเชื่อในไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อในกลุ่มดังกล่าวสามารถกลับสู่สถานะปกติได้หลังจากลูกหนี้ชำระหนี้ต่อเนื่องครบ 3 งวด ประกอบกับผลกระทบจากส่วนสูญเสียจากการขาย NPL ลดลง เนื่องจากการปรับแผนลดการขาย NPL ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการควบคุมสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ที่ระดับร้อยละ 4.5 ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้

กำไรต่อหุ้นของธนาคารฯ ในไตรมาส 3 ปี 2567 อยู่ที่ 0.94 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 0.67 บาทต่อหุ้น ในไตรมาส 2 และจาก 0.85 บาทต่อหุ้น ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 2,431.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลขาดทุน ECL ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 1 ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นสำหรับงวด 9 เดือน ยังคงอยู่ที่ 1.99 บาทต่อหุ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...