พลังสู้โว้ย "ทีมยกน้ำหนักไทย" ท็อปฟอร์มอีกครั้ง กวาดเหรียญ โอลิมปิก 2024 หลังเคยโดนแบน
พลังสู้โว้ย “ทีมยกน้ำหนักไทย” ท็อปฟอร์มอีกครั้ง กวาดเหรียญ โอลิมปิก 2024 หลังเคยโดนแบน
อีกหนึ่งความสุขของคนไทย ในโอลิมปิก ปารีส 2024 คือการคว้า 2 เหรียญเงินจากกีฬายกน้ำหนักชาย และเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักหญิง และยังมีให้ลุ้นเหรียญอีก 1 รุ่น
เดิมการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก ในโอลิมปิก มีเฉพาะประเภทชาย โดยประเทศไทยส่งนักกีฬายกน้ำหนักร่วมแข่งขันครั้งแรกในปี 1964 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และส่งเข้าร่วมในปี 1968, 1972, 1976,1992 และ 1996 แต่ยังไม่เคยสัมผัสเหรียญรางวัลใดๆ
จนกระทั่งในปี 2000 อันเป็นปีแรกที่การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักหญิง ได้ถูกบรรจุเข้าในโปรแกรมการแข่งขันครั้งแรกในโอลิมปิก 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
เกษราภรณ์ สุตา ได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกีฬายกน้ำหนักไทย ในโอลิมปิก ด้วยการประเดิมคว้าเหรียญทองแดง จากการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 58 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นทั้งเหรียญแรกของกีฬายกน้ำหนักไทย และเหรียญแรกของผู้หญิงไทยในโอลิมปิก
ประกายความหวังที่จุดขึ้นโดย เกษราภรณ์ ได้เป็นแรงผลักดันให้ในอีก 4 ปี ต่อมา อุดมพร พลศักดิ์ หรือ น้องอร ได้ตะโกนคำว่าสู้โว้ย ลั่นสนามการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 53 กิโลกรัม ในการแข่งขันโอลิมปิก 2004 ณ กรุงเอเธนส์ สาธารณรัฐเฮลเลนิก ก่อนคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันดังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
นอกจากน้องอร แล้วร้อยเอกหญิง ปวีณา ทองสุก ยังคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 2 จากกีฬายกน้ำหนักรุ่น 75 กิโลกรัมอีกเช่นกัน ขณะที่ไทยยังได้เหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักอีก 2 เหรียญ จาก เรือตรีหญิง อารีย์ วิรัฐถาวร และ วันดี คำเอี่ยม อีกด้วย นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการกีฬายกน้ำหนักหญิง ที่เข้าร่วมโอลิมปิก 2 ครั้ง สามารถคว้าเหรียญให้ประเทศไทยมากถึง 5 เหรียญ
ผลความสำเร็จของนักยกน้ำหนักหญิงไทยใน โอลิมปิก 2004 เมื่อรวมกับ 1 เหรียญทองของ มนัส บุญจำนงค์ จากกีฬามวยสมัครเล่น ทำให้ในปีนั้น ไทยประสบความสำเร็จได้เหรียญทอง 3 เหรียญ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยได้เหรียญทองมากกว่า 1 เหรียญ
โอลิมปิก 2008 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยคว้าเหรียญจากกีฬายกน้ำหนักมาทั้งสิ้น 3 เหรียญ โดย ร้อยตรีหญิง ประภาวดี เจริญรัตนธารากุล ได้คว้าเหรียญทองจากกีฬายกน้ำหนัก รุ่น 53 กิโลกรัม ในขณะที่เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล และ วันดี คำเอี่ยม ได้คว้าเหรียญทองแดง
ต่อมาในการแข่งขันโอลิมปิก 2012 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พิมศิริ ศิริแก้ว ได้คว้าเหรียญเงินในการแข่งขันยกน้ำหนัก รุ่น 58 กิโลกรัม ในขณะที่ศิริภุช กุลน้อย ได้เหรียญทองแดงในรุ่นเดียวกัน ซึ่งต่อมาในโอลิมปิก 2016 ณ กรุงรีโอเดจาเนโร พิมศิริก็ยังคว้ารางวัลเหรียญเงินในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักอีกเช่นกัน
ทั้งนี้ ในกรณี ศิริภุช กุลน้อย เป็นนักกีฬาที่ได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกย้อนหลัง จากการคว้าอันดับ 4 ในโอลิมปิก 2012 แต่หลังจากนั้น 6 ปี นักกีฬาจากยูเครนที่ได้อันดับ 3 ตรวจพบใช้สารต้องห้ามจึงถูกริบเหรียญ จึงมีการขยับให้ศิริภุชขึ้นรับเหรียญทองแดง
โอลิมปิก 2016 ประเทศไทยยังได้เหรียญจากกีฬายกน้ำหนักอีก 3 เหรียญ โดยเป็น 2 เหรียญทองจากพลังหญิงของ สุกัญญา ศรีสุราช และโสภิตา ธนสาร ในขณะที่ สินธุ์เพชร์ กรวยทอง ก็คว้าเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักชาย รุ่น 56 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นนักยกน้ำหนักชายคนแรกของไทยที่ได้เหรียญโอลิมปิก หลังจากรอคอยมา 52 ปี นับจากการส่งทีมนักยกน้ำหนักชายเข้าร่วมแข่งขันในปี 1964
น่าเสียดายที่ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สมาคมยกน้ำหนักประเทศไทยกลับถูกแบนไม่ให้เข้าแข่งขันจากกรณีพบสารต้องห้ามในร่างกายของนักกีฬา จึงทำให้ในปีนั้นไทยไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเภทนี้
โอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จึงเป็นการกลับมาอีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรีเมื่อ ออย-สุรจนา คำเบ้า คว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก รุ่น 49 กิโลกรัม
ในขณะที่ ฟ่าง-ธีรพงศ์ ศิลาชัย คว้าเหรียญเงินจากกีฬายกน้ำหนัก โดยทำน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 303 กิโลกรัม และนับเป็นเหรียญเงินเหรียญแรก ของกีฬายกน้ำหนักชายอีกด้วย และอีก 1 เหรียญเงินจาก เวฟ-วีรพล วิชุมา รุ่น 73 กิโลกรัม ชาย ทำน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 346 กิโลกรัม
เมื่อนับเหรียญรางวัลที่ไทยได้รับจากกีฬาดังกล่าวนั้นจะพบว่า ประเทศไทยได้รับเหรียญจากกีฬายกน้ำหนักหญิงทั้งสิ้น 14 เหรียญ ในขณะที่กีฬายกน้ำหนักชายได้ 2 เหรียญ รวม 16 เหรียญ (นับถึง 7 ส.ค. 67) นับเป็นกีฬาที่ไทยสามารถคว้าเหรียญจากการแข่งขันได้ในทุกรอบที่เข้าแข่ง
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://olympicthai.org/athletics/
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลังสู้โว้ย “ทีมยกน้ำหนักไทย” ท็อปฟอร์มอีกครั้ง กวาดเหรียญ โอลิมปิก 2024 หลังเคยโดนแบน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com